Summoner Master Forum
January 30, 2026, 09:11:28 PM *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News: ประกาศใช้เวบบอร์ดใหม่ http://www.stmagnusgame.com/webboard/index.php

 
   Home   Help Login Register  
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: จะกราบขอบพระคุณอย่างสูงถ้าช่วยเข้ามาอ่าน ติ ชม ไม่ว่ากัน  (Read 4484 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« on: March 21, 2005, 04:05:46 AM »

เป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอัศวินที่อาสาออกตามล่าและจัดการกับ 10 พี่น้อง Devil ซึ่งอยู่คนละทวีปกับเมอริเซีย แต่ในเมอริเซียก็ถูกรุกรานจากพวก 10 พี่น้องซินเหมือนกัน

ธาตุแสง
Lentacia, the Knight 1st of Round
3/1 Light Lv.2 Knight
At 7 Df 8 Sp 4
+Light    Neo Sword  At 9 Mp 2
+Light Light    Round Sword  At 11 Mp 3
Skill สั่งโจมตี Seal 1 ใบที่มี Mystic ติดอยู่ เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]
เมื่อโจมตีสำเร็จ Remove การ์ด 1 ใบใน Shrine ฝ่ายตรงข้าม

Macoros, the Wizard of Round
2/1 Light Lv.2 Mage
At 6 Df 7 Sp 3
+Light    Mage Dust  At 9 Mp 2
+Light Light    Round of Magic  At 8 [All] Mp 4
Skill เลือกทิ้ง 1 ใบในมือฝ่ายตรงข้าม เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]
Skill หาการ์ด 1 ใบในกอง นำขึ้นมือ เมื่อรวมร่าง [Mp 3]
Macoros Cancel Mystic ทั้ง 2 ฝ่าย

Amundra, the Hunter of Round
3/2 Light Lv.2 Knight
At 8 Df 8 Sp 3
+Light    Arrow Shark  At 10 Mp 3
+Knight    Thundra Bow  At 11 Mp 4
สามารถโจมตีข้ามไปยัง Df Line ได้
Skill เมื่อถูกโจมตีนำ Amundra กลับขึ้นมือ Seal ที่สั่งโจมตีลงไปยัง Df Line และเป็น Inactive Seal ในต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของ Seal ใบนั้น เมื่อรวมร่าง [Inf] [At Line] [Mp 3]

อัศวินแห่งราวด์คนที่ 1 เรนตาเซีย อัศวินสาวผู้กล้าหาญที่มีความสามารถเป็นเลิศในการตรวจศัตรูด้วยสายตาอันว่องไว และเป็นนักวางแผนที่รอบคอบ
ผู้ติดตาม1.  มาโกโรส นักเวทย์ที่มีชื่อเสียงในแถบนั้น
              2. อมันด้า นักล่าสาวที่มีเสน่ห์และความร้ายกาจภายในตัว

 
ธาตุดิน
Romand, the Knight 2nd of Round
4/2 Earth Knight Lv.2
At 8 Df 10 Sp 3
+Earth     Braker Sword   At 10 Df 11 Mp 3
+Earth Earth     Swords of Round   At 11 Df 12 Mp 4
Seal ที่อยู่ด้านข้างของใบนี้ป้องกันจากการโจมตี
เมื่อถูกโจมตี At+1 / 1 Turn
เมื่อใบนี้ติด Curse Seal ฝ่ายเราทุกใบป้องกันจาก Skill ของฝ่ายตรงข้าม

Bernya, the Shaman of Round
2/1 Earth Mage Lv.1
At 6 Df 8 Sp 4
+Earth     Spirit Earth   At 8 df 10 Mp 2
+Earth Earth     Spirit of Round   At 8 [All] Mp 4
Skill   Seal 1 ใบไม่สามารถใช้ Skill ได้ 1 Turn เมื่อรวมร่าง [Mp 2]
Skill   Seal 1 ใบไม่สามารถโจมตีได้ 1 Turn เมื่อรวมร่าง [Mp 2]

Matchos, the Boomer of Round
3/2 Earth Knight Lv.2
At 8 Df 9 Sp 3
+Earth     Shield Boomerang   At 10 Df 11 Mp 3
สามารถโจมตีจาก Df Line ได้ เมื่อรวมร่าง
เมื่อถูกโจมตีสามารถใช้ค่า Df ของใบนี้เทียบพลังกับค่าพลังของ Seal ที่ต่อสู้ด้วยได้ [At Line]

อัศวินแห่งราวด์คนที่ 2 โรมาน อัศวินที่สู้รบในเขตพื้นที่กว้างไม่เคยแพ้ใคร ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตทำให้เขาสามารถปกป้องทหารของเขาเองให้พ้นจากอันตรายได้
ผู้ติดตาม1. เบินย่า หมอผีที่มีเวทมนต์ต้องห้ามไว้หยุดศัตรู
              2. มาชคอส นักรบบูมเบอแรงที่แม่นยำมาก


ธาตุลม
O-Man, the Knight 3rd of Round
3/2 Wind Knight Lv.2
At 8 Df 9 Sp 5
+Wind      Final Dash   At 10 Mp 3
+Beast     Dash of Round   At 11 Mp 3
เมื่อต่อสู้กับ Seal ที่มี At เท่ากัน ใบนี้ป้องกันจากการโจมตี และการโจมตีสวนกลับ
Seal รองทุกใบในสนามสูญเสีย Ability ทั้งหมด

Pella, the Tamer of Round
1/1 Wind Tamer Lv.1
At 4 Df 6 Sp 4
+Any Element     Charmer   At 7 Mp 1
+Wind     Order Monster   At 9 Mp 2
Skill   Seal 1 ใบติด Charm curse 1 Turn เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 2]
Monster, Brest, Dragon, Insect ไม่สามารถโจมตีหรือใช้ Skill ใส่ใบนี้ได้

Xiller, the Werewolf of Round
2/1 Wind Monster/Knight Lv.2
At 6 Df 7 Sp 5
+Dark     Fang of Curse   At 9 Mp 2
+Wind     Claw of Round   At 10 Mp 3
Seal ที่ถูก Xiller โจมตีติด Poison Curse 2 Turn เมื่อรวมร่างกับ Dark
ตราบเท่าที่มี Seal ที่ติด Curse อยู่ในสนาม Xiller สามารถโจมตีข้ามไปยัง Df Line

อัศวินแห่งราวด์คนที่ 3 โอแมน อัศวินที่เก่งกาจในการต่อสู้บนหลังพาหนะ
ผู้ติดตาม1. เพลล่า ผู้ฝึกสัตว์สาวที่มีเสน่ห์จนสัตว์น้อยใหญ่ หลงเสน่ห์ในตัวเธอ
             2. ซิลเลอร์ ลูกน้องของโอแมนที่เก่งที่สุดแต่ถูกสาปให้เป็นมนุษย์หมาป่าทำให้เขามีความสามารถพิเศษเพิ่ม


ธาตุไฟ
Jackle, the Knight 4th of Round
3/2 Fire Knight Lv.2
At 8 Df 9 Sp 4
+Fire     Burning of Sword   At 10 Mp 3
+Fire Fire     Flame of Round   At 12 Mp 4
เมื่อโจมตี At+1 ทุกครั้งจนจบ Sub-Turn
เมื่อโจมตีสำเร็จสามารถ Sacrifice Seal รองรวมร่างของใบนี้จากนั้นโจมตีต่อได้โดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าโจมตี
Jackle Cancel Death Curse และ Charm Curse

Roll, the Witch of Round
2/1 Fire Mage Lv.2
At 6 Df 6 Sp 4
+Fire     Flame Brust   At 9 Mp 2
+Fire Fire     Volcano Brust   At 8 [All] Mp 4
Skill   Seal 1 ใบฝ่ายผู้ใช้ Skill ติด Last Dance Curse At+2 / 2Turn จากนั้นสั่ง Seal นั้นโจมตีโดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าโจมตี เมื่อรวมร่าง  [At Line] [Mp 4]
Skill   รักษา Curse 1 ชนิดให้กับ seal 1 ใบ [Mp 1]

Alone, the Fighter of Round
3/1 Fire Knight Lv.2
At 7 Df 7 Sp 4
+Fire     Flame Punch   At 9 Mp 2
+Knight   Power Punch of Round   At 10 Mp 3
เมื่อต่อสู้กับ Seal ที่มี Sp สูงกว่า At+2
เมื่อต่อสู้กับ Seal ที่มี Sp เท่ากัน At+1
Skill  ทิ้ง Fire 1 ใบนำ Alone กลับขึ้นมือจาก Shrine [Mp 2]

อัศวินแห่งราวด์คนที่ 4 แจ๊คเคิล อัศวินผู้กล้าที่เข้าสู้รบแบบไม่กลัวตายและมีฝีมือดาบที่สุดยอดที่สุดในกลุ่มอัศวินแห่งราวด์
ผู้ติดตาม1. โรล แม่มดน้อยที่เป็นแรงบันดาลใจให้นักรบของแจ๊คเคิลมีแรงใจเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะสู้
             2. อโลน นักสู้สาวมือปล่าวที่มีพลังหมัดที่หนักหน่วง ด้วยเสน่ห์แห่งสาวน้อยทำให้มีคนหลายคนที่จะยอมพลีชีพแทนเธอได้


ธาตุน้ำ
Humfrok, the Knight 5th of Round
3/1 Water Knight Lv.2
At 8 Df 7 Sp 4
+Water     Sword of Fog   At 10 Mp 2
+Knight     Icy of Round   At 11 Mp 3
เมื่อเข้ามาในสนาม Seal ทุกใบในสนามติด Freeze Curse 1 Turn
เมื่อสั่งโจมตี Seal ที่ถูกโจมตีติด Freeze Curse 1 Turn เมื่อรวมร่าง
สามารถโจมตีข้ามไปยัง Df Line ได้ถ้า Seal นั้นติด Freeze Curse

Meddy, the Summoner of Round
2/1 Water Mage Lv.2
At 6 Df 8 Sp 3
+Any Element     Summoner Fog   At 8 Mp 1
+Water     Icy Fog   At 9 Mp 1
Skill   จ่าย Mp X นำ Seal Lv.X 1 ใบในมือเข้ามาในสนาม เมื่อรวมร่าง [Mp X]
Skill  การ์ดทุกใบในมือของเราและในสนามฝ่ายเรา Mp -1 เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 2]

Gadus, the Blacksmith of Round
2/1 Water Merchant Lv.2
At 6 Df 7 Sp 4
+Water     Hammer of Ice   At 9 Mp 2
+Knight     Hammer Fall   At 10 Mp 2
Skill   ทิ้งการ์ด 1 ใบในมือ เรา Mp+ ตาม Mp ค่าร่ายของการ์ดใบนั้น [Mp 0]
Skill   นำ Seal ใบบนสุดของกองทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาในสนามที่ At Line โดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าร่าย เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 2]

อัศวินแห่งราวด์คนที่ 5 ฮัมฟ๊อก อัศวินน้ำแข็งที่มีใจที่นิ่งสงบและเยือกเย็น และเป็นอัศวินที่อวุโสที่สุดในกลุ่มอัศวินแห่งราวด์
ผู้ติดตาม1. เมดดี้ ผู้เรียกสัตว์อสูรต่างๆที่อ่อนแอแต่ก็มีสัตว์อสูรต่างๆช่วยเหลือตลอด
             2. กาดัส ช่างตีดาบที่เหน็ดเหนื่อยกับงานที่เขาทำ แต่เขาก็เย็นใจได้เพราะฮัมฟ๊อกสอนสิ่งต่างๆให้


ธาตุมืด
Divel, the Knight 6th of Round
3/1 Dark Knight Lv.2
At 8 Df 8 Sp 5
+Dark     Devil Blade   At 10 Mp 2
+Dark Dark     Devil of Round   At 12 Mp 3
เมื่อเข้ามาในสนามทิ้งการ์ด 1 ใบในมือจากนั้นจั่วการ์ด 1 ใบและสามารถใช้การ์ดใบนั้นโดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าร่าย
เมื่อโจมตีสำเร็จทิ้งการ์ดใบบนสุดของกองการ์ดผู้ควบุคมใบนี้ 1 ใบ
เมื่อมีธาตุมืดตก Shrine Seal ฝ่ายตรงข้าม 1 ใบเป็น Inactive Seal ใน turn และต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของผู้ควบคุม Seal นั้น

Nentine, the Necromancer of Round
3/1 Dark Mage Lv.2
At 7 Df 6 Sp 5
+Dark     Necromancy   At 10 Mp 3
+Dark Dark     Death Line   At 8 [All] Mp 4
Skill   Remove Mystic ใน Shrine 2 ใบ นำ Seal 1 ใบใน Shrine เข้ามาในสนามและติด Last Dance Curse At+2 / 1 Sub-Turn จากนั้นสั่ง Seal นั้นโจมตีโดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าโจมตี เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 4]
Skill   นำ Seal 1 ใบในกองเข้ามาในสนามจากนั้นสั่งโจมตีโดยไม่ต้อง Mp ค่าโจมตีเมื่อจบ Sub-Turn นำ Seal นั้นกลับเข้ากองแม้จะอยู่ในสนามหรืออยู่ใน Shrine ก็ตาม เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 4]

Double Finger, the Murderous of Round
2/1 Dark Knight Lv.2
At 6 Df 7 Sp 4
+Dark     Double Death   At 10 [2 Times] Mp 3
+Dark Dark     Double of Round   At 11 [2 Times] [Mp 4]
Seal ใบอื่นฝ่ายเราทุกใบสามารถใช้ Skill ได้ 2 ครั้งโดยจ่าย Mp เพิ่มอีก 1 [At Line]
เมื่อตก Shrine นำ Seal รองของใบนี้กลับเข้ากอง เมื่อรวมร่าง

อัศวินแห่งราวด์คนที่ 6 ดีเวล อัศวินที่เก่งกาจในการต่อสู้ในความมืด และภายในเงามืดมิดไม่มีใครกล้าที่จะสู้กับเขาเลยสักคนแต่นิสัยที่เอาแต่นอนทำให้เขาไม่ใช่คนที่เก่งกาจที่สุดในทวีป
ผู้ติดตาม1.  เนนไทน์ ผู้ควบคุมวิญญาณที่ปลุกเสกเรียกดวงวิญญาณที่โหดเหี้ยมขึ้นมาควบคุมและต่อสู้ได้
             2.  ดับเบิลฟิงเกอร์ เด็กสาวตัวเล็กๆที่เป็นฆาตกรโหดที่ดีเวลเก็บมาเลี้ยงดูตั้งแต่เธอเกิด

เดี๋ยวผมก็จะสร้างมาเรื่อยๆทั้งการ์ดและนิสัยตัวละครผสมกับเนื้อเรื่องเดี๋ยวมี Mystic ด้วย ใบไหนที่คิดว่าดูโกงไปนิดหรืออย่างไรก็ติ ชม ได้ครับแล้วผมจะแก้ไขให้ทันที
« Last Edit: March 21, 2005, 06:28:38 PM by Portegas D Ace » Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #1 on: March 21, 2005, 04:24:15 AM »

คราวนี้ถึงตาผู้ร้ายของเรื่องบ้างพี่น้อง Devil ทั้ง 10

Bahumla, the Devil of Goodness
4/3 Light Evil Lv.3
At 9 Df 9 Sp 3
+Evil     Devil Block   At 12 Mp 4
+Evil Light     Devil of God   At 10 [All] Mp 5
Seal ทุกใบของฝ่ายตรงข้ามเมื่อใช้ Skill หรือโจมตีสำเร็จ เป็น Inactive Seal ในต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของผู้ควบคุม Seal นั้น [At Line]
Skill   Seal 1 ใบเป็น Inactive Seal ในต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของผู้ควบคุม Seal นั้น เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]

บาฮัมล่า Devil แห่งความดี หรือ Devil ตัวที่ 1 ปีศาจที่คอยกลิ่นตัวในร่างของเทวรูปที่มีแต่ความดี


Gusom, the Devil of Sad
4/2 Dark Evil Lv.3
At 8 Df 9 Sp 4
+Evil     Hell of Sad   At 11 Mp 3
+Evil Dark     World of Sad   At 12 Mp 4
Skill   Seal ใบอื่นทุกใบไม่สามารถใช้ Skill ได้ 1 Turn เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]
Skill   ผู้เล่นทุกคนไม่สามารถร่ายการ์ดบนมือและใช้ Skill จากบนมือได้จนจบ Sub-Turn เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]
Gusom Cancel Ability

กัสส่อม Devil แห่งความเศร้า Devil ตัวที่ 2 หรือพี่รอง ปีศาจที่มีแต่เรื่องเศร้าทั้งชีวิต


Konya, the Devil of Hate
4/2 Earth Evil Lv.3
At 8 Df 11 Sp 3
+Earth     Hate Enemy   At 10 Df 12 Mp 3
+Earth Evil     War of Hate   At 12 Df 13 Mp 4
Skill   ผู้เล่นทุกคนต้องทิ้ง Seal 1 ใบในมือ เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]
Seal ที่ติด Stone Curse จะไม่สามารถรักษาได้และติด Stone Curse เป็น Turn [At Line]
Cancel Stone Curse

คอนย่า Devil แห่งความเกลียด ตัวที่ 3 ปีศาจที่คอยเกลียดชังเหล่ามนุษย์บนโลก


Denro, the Devil of Memory
4/3 Wind Evil Lv.3
At 9 Df 9 Sp 5
+Wind     Dark Memory   At 11 Mp 3
+Evil Wind     Destroy All Memory   At 12 Mp 4
Skill   Denro ติด Dimension Curse 1 Turn Seal ทุกใบฝ่ายตรงข้ามสูญเสีย Ability Cancel และ At-1 Df-1 Sp-1 เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]
เมื่อ Seal ใบอื่นฝ่ายเราตกเป็นเป้าหมายโจมตี รักษา Curse ทุกชนิดให้กับ Denro
At+ ตาม Seal ฝ่ายเราในสนามที่ติด Curse  

เดนโร่ Devil แห่งความทรงจำ ตัวที่ 4 ปีศาจที่คอยดูดกลืนความทรงจำบางอย่างของเหล่าผู้คน


Wander, the Devil of Mad
3/1 Fire Evil Lv.2
At 7 Df 7 Sp 4
+Fire     Burning Hell   At 10 Mp 3
+Evil     Evil Flame   At 10 Mp 3
เมื่อสั่งโจมตี Wander จะยกเลิก Mystic ฝ่ายตรงข้าม เมื่อรวมร่างกับ Evil
เมื่อโจมตีสำเร็จสุ่มทิ้งการ์ดในมือฝ่ายตรงข้าม 1 ใบ เมื่อรวมร่าง
Skill   ทิ้งการ์ด 1 ใบจากนั้น Wander At+ ตาม Mp ค่าร่ายของการ์ดใบนั้น 2 Turn และจะไม่สามารถสั่งการ Wander ได้อีกจนกว่าจะครบ 2 Turn [Inf] [At Line] [Mp 2]

วานเดอร์ Devil แห่งความบ้าคลั่ง ตัวที่ 5 ปีศาจที่อาระวาดอยู่ตลอดเวลาด้วยความบ้าคลั่ง


Marshall, the Devil of Silent
3/2 Water Evil Lv.2
At 8 Df 9 Sp 4
+Water     Silent Hell   At 10 Mp 2
+Evil     Silent Fear   At 11 Mp 3    
Seal ที่มี Df น้อยกว่าใบนี้ไม่สามารถใช้ Skill ได้ [At Line]
Skill นำ Marshall ลงไปยัง Df Line Seal ทุกใบของฝ่ายตรงข้ามสูญเสีย Ability ทั้งหมด 1 Sub-turn เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]

มาร์แชล Devil แห่งความเงียบสงบ ตัวที่ 6 ปีศาจที่นิ่งไม่ยอมขยับไปไหนทำให้มันไม่มีใครจับได้ว่าตัวจริงของมันอยู่ไหน


Mertos, the Devil of Pain
3/2 Dark Evil Lv.2
At 8 Df 8 Sp 4
+Dark     Resent   At 10 Mp 3
+Evil     Painful   At 11 Mp 3
Skill   ทิ้งการ์ด X ใบในมือ Seal Lv.X 1 ใบที่สั่งโจมตีสูญเสีย Ability X Sub-Turn และเมื่ออยู่ในสนามครบ X Turn ทำลาย Seal นั้นทันที เมื่อรวมร่าง [Inf] [At Line] [Mp 3]

เมอทอส Devil แห่งความเจ็บปวด ตัวที่ 7 ปีศาจที่เก็บความเจ็บปวดความทรามนที่ตนเองมีและกระทำต่อมนุษย์ให้มีความเจ็บปวดเหมือนอย่างที่ตนเป็น


Covern, the Devil of Jealous
2/1 Dark Evil Lv.2
At 6 Df 6 Sp 5
+Dark     Jealous of Pain   At 9 Mp 2
+Evil     Jealous of Death   At 10 Mp 3
เมื่อเข้ามาในสนามเราสามารถเลือกบังคับ Seal 1 ใบของฝ่ายตรงข้ามได้ 1 Turn
เมื่อตก Shrine นำการ์ดใน Shrine 1 ใบกลับขึ้นมือ

โคเวิน Devil แห่งความหึงหวง ตัวที่ 8 ปีศาจที่หวงแหนอาลัยอาวรต่อสิ่งต่างๆ


Gint, the Devil of Obnoxious
3/1 Light Evil Lv.2
At 7 Df 7 Sp 4
+Light     Energy of Obnoxious   At 9 Mp 2
+Evil     Obnoxious All   At 10 Mp 3
เมื่อเข้ามาในสนาม Seal ทุกใบ At –ตาม Df ของ Seal นั้นจนจบ Sub-Turn
Skill   Seal 1 ใบ At-2 / 1 Sub-Turn [ใช้ Skill นี้ได้ต่อเมื่ออยู่ใน Shrine] [Inf] [Mp 3]

กริ้น Devil แห่งความน่ารังเกียจ ตัวที่ 9 ปีศาจที่รูปร่างอัปลักษณ์น่ารังเกียจ


Renia, the Devil of Empty
3/1 Light Evil Lv.2
At 7 Df 9 Sp 4
+Evil     Empty Wave   At 10 Mp 3
+Evil Light     Dimension of Empty   At 9 [All] Mp 5
Skill   นำการ์ด1 ใบที่สั่งใช้ Skill ชนิด Inf ออกนอกเกมส์ [Inf] [Mp 2]
Cancel Skill ของ Seal ธาตุเดียวกัน

เรนเนีย Devil แห่งความว่างเปล่า ตัวที่ 10 หรือตัวสุดท้ายน้องเล็ก ปีศาจสาวน้อยที่สามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นว่างเปล่าได้ และเป็นที่กวนใจต่อเหล่าบรรดาพี่ทั้งหลายของเธอด้วย


เหล่าพี่น้อง Devil ทั้ง 10 ที่จะมีเหล่านักรบแห่งราวด์มาต่อกรด้วย
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #2 on: March 21, 2005, 04:27:37 AM »

คราวนี้ก็เนื้อเรื่องคือมีคนเสนอมาให้ผมเอาเนื้อเรื่องมาลงในบอร์ดนี้ก็อย่าว่ากันนะเรื่องลงบอร์ดผิด

ตอนที่ 1 นักรบแห่งศักดิ์ศรี อัศวินแห่งราวด์ออกเดินทาง
   
                     ณ ทวีปอื่นบนโลกซึ่งมีทวีปหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากทวีปเมอรีเซีย มีอาณาจักรหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งนักรบบนทวีปนั้น ซึ่งอาณาจักรนั้นก็คืออาณาจักรโอเมก้า และในขณะนั้นเองบนทวีปเมอรีเซียก็ถูกรุกรานจากพี่น้องซินทั้ง10 และในทวีปนี้ก็เช่นกันถูกรุกรานจากพี่น้องเดวิวล์ทั้ง10 อัศวินที่เก่งกาจแห่งราวด์ทั้ง6จึงขออาสาไปปราบพี่น้องเดวิวล์และพี่น้องซินในทวีปเมอริเซียเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทวีปด้วยกัน

   เมื่ออัศวินทั้ง 6 ได้รับหมอบหมายหน้าที่เสร็จสิ้น ก็มีงานเลี้ยงส่งอำลาอวยพรเพื่อให้อัศวินทั้ง 6 จงประสบแต่ความสำเร็จกลับมา

   ที่พระราชวังได้มีการจัดงานเลี้ยงขึ้น “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานนี้เพื่ออวยพรให้กับอัศวินทั้ง 6 ของข้า ที่ข้าได้จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่ออยากจะให้อัศวินทั้ง 6 ของข้านั้นมีแรงกำลังใจเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะสู้รบกับสิ่งต่างๆนาๆในวันข้างหน้า ขอให้ทุกคนโชคดี” หลังจากที่จักรพรรดิแห่งโอเมก้าได้พูดเสร็จงานนี้ก็เริ่มขึ้น เหล่าขุนนางต่างๆก็มาอำนวยอวยพรให้กับอัศวินทั้ง 6

   “นี่นีวาน ลูกไม่ไปอวยพรให้กับพวกเขาหรอกเหรอ” จักรพรรดิเดินออกมาที่ระเบียงมาหาลูกสาวเจ้าหญิงแห่งโอเมก้า “ลูกขุ่นเคืองใจเรื่องท่านพี่ละซิเพคะ ท่านพี่ก็ไปรบมาหลายปีแล้วยังไม่กลับมาเลย” นีวานพูดด้วยความไม่สบายใจ แต่จักรพรรดิก็หัวเราะเล็กๆ “นีวาน แม่ทัพเอกแห่งโอเมก้าสู้รบมาเป็นร้อยๆครั้งไม่เคยแพ้ใคร อีกไม่นานเดี๋ยวพี่เจ้าก็คงกลับมาแหละ” จักรพรรดิพูดเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในงาน

   ภายในงานได้มีสายตาแห่งที่จับจ้องมองมาที่จักรพรรดิตลอดเวลา แต่ก็ยังมีเรนตาเซียที่รู้ทันว่ามีบางอย่างกำลังจะปองร้ายจักรพรรดิเธอจึงเดินไปหาอมันด้าและกระซิบบอก “จัดการมันเลย” พอพูดเสร็จอมันด้าก็คว้าธนูคู่ใจขึ้นมายิงใส่ไปที่โคมไฟขนาดใหญ่บนเพดานทำให้ไฟบนโคมไฟดับหมด ห้องนี้ทั้งห้องจึงมืดไปหมดเหลือเสียงเทียนที่ยังสว่างบริเวณระเบียงข้างนอก “น่าขำจริงๆ นักล่าสาวที่ยิงธนูไม่เคยนั่นก้จริงอยู่ แต่ฉันหลบได้จ๊ะ” เสียงสาวเล็กๆคนหนึ่งหัวเราะตลอดเวลาและเสียงนั้นก้มาจากทุกทิศทาง โรมานจึงรีบเอาตัวเข้าไปโอบล้อมจักรพรรดิเอาไว้เพื่อป้องกันอันตรายให้กับจักรพรรดิ แล้วจู่ๆก็มีแสงสว่างขึ้นมาบนบัลลังที่นั่งของจักรพรรดิ “เธอเองซินะคือน้องตนสุดท้องของ10พี่น้องเดวิวล์ เรนเนีย” เรนตาเซียพูดแล้วอัศวินและเหล่าขุนนาง แม่ทัพต่างๆภายในงานก็ชักอาวุธออกมากัน  “ใช่ฉันเอง ทวีปนี้ฉันจะทำให้มันว่างเป็นเพียงพื้นดินไม่มีผู้ใดหน้าไหนกล้าอาศัยอยู่เลย” เรนเนียหัวเราะพรางๆ

   แล้วดีเวลที่แอบหลับอยู่หลังบัลลังก็ตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจสักนิด “อะไรเนี่ย” เรนเนียจึงหันมามอง “เฮ๊ย  เดวิวล์นี่หว่า” ดีเวลกระโดดเข้ามาจับเรนเนียไว้โดยไม่ทันตั้งตัว แล้วจักรพรรดิก็ปรบมือให้กับดีเวล และทุกคนก็เก้บอาวุธหมด แล้วมาโกโรสก้ใช้เวทย์มนต์จุดไฟบนโคมไฟเพดานห้องทั้งห้องก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง “ปล่อยฉันนะ” เรนเนียพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด “เห็นมั้ยทุกคนอัศวินของข้าจับเดวิวล์ได้แล้ว 1 ตนและที่เหลือก็จะตามมา” จักรพรรดิพูดด้วยความดีใจ แล้วทุกคนก็ปรบมือให้ แต่ในขณะนั้นเรนเนียก็ท่องคถาอะไรบางอย่างแล้วเรนเนียก้ตะโกนออกมา “ท่านพี่โปรดช่วยฉันด้วย” แล้วทุกคนก็หยุดนิ่งหันมามองเตรียมท่าชักอาวุธ แล้วก็มีควันขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นสูงขึ้นไปถึงเพดานขนาด 5 เมตร แล้วก็ปรากฏร่างออกมา “ไม่มีใครกล้าทำร้ายน้องของฉัน” เดวิวล์ตนนั้นก็เหวี่ยงเคียวขนาดใหญ่ไปมา อัศวินและเหล่าขุนนาง แม่ทัพต่างๆก็พากันหลบออกหมด ซึ่งโรมานก็เอาตัวเขารับแทนจักรพรรดิแต่ก็กระเด็นออกไป “พี่บาฮัมล่า พี่ช่วยฉันที” แล้วบาฮัมล่าก็คว้าตัวเรนเนียขึ้นมาบนบ่า

   ทันใดนั้นแจ๊คเคิลอัศวินหนุ่มที่ใจกล้าลุกขึ้นมาชักดาบแล้ววิ่งเข้าไป “ห่าเอ๊ย นึกว่ากลัวเหรอ” แล้วแจ๊คเคิลก็แทงทะลุตัวของบาฮัมล่าจากหลัง บาฮัมล่าก็เพียงยืนนิ่ง “พวกมนุษย์งี่เง่า” บาฮัมล่าดึงดาบออกมาแล้วก็โยนทิ้งไป แล้วก็เดินหายเข้าไปในกลุ่มควันขนาดใหญ่ จากนั้นควันนั้นก็สลายไป “ฮี้...ฮี้......มนุษย์หน้าโง่” เสียงแหลมๆที่มาจากระเบียงนั่นคือ กริ้นเดวิวล์ที่อัปลักษณ์ แล้วมันก็บินหายขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรี

   แล้วทุกคนก็ลุกขึ้นมาดูอาการว่ามีใครบาดเจ็บอะไรตรงไหนมั้ย เบินย่าก็เดินมาดูอาการของโรมาน “เจ้านายเป็นอะไรมากมั้ยค่ะ” โรมานก็ค่อยลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี “ไม่เป็นจุกนิดหน่อยโดนฟาดอย่างแรงถ้าคนปกติตายไปแล้ว” พอโรมานลุกขึ้นยืนได้ปกติเกราะอันแข็งแกร่งของโรมานก็มีเสียงร้าวแล้วก็แตกออกเป็นเศษผงเล็กๆ ทำให้โรมานยืนอึ้งพร้อมกับพูดแบบตะลึง “เกราะ....ขอ..ของ...ข้า...แต...แตก” โรมานยืนได้สักพักก็ล้มลงคุกเข่ากับพื้นเอามือถูไปกับเศษเกราะของเขาเองที่แตกสลายลงบนพื้น “อะไรกันนั่นมันเดวิวล์ตัวโตขนาดนั้นประวัติมันคือตัวอะไร อำมาต” จักรพรรดิตะโกนเรียก “เพค่ะ” เสียงออกตุ๊ดๆวิ่งมาหา จักรพรรดิเซงและกลุ้มใจหนักที่มีอำมาตเป็นคนแบบนี้ แล้วก็ถีบกระเด็นออกไป แล้วเหล่าแม่บ้านก็มาเก็บกวาดภายในห้องนั้น จักรพรรดิและคนอื่นต่างก็ไปพักผ่อนกัน

   พอรุ่งเช้า โรมานก็หายเป็นปกติเหลือเพียงแต่จิตใจที่ยังเศร้าอยู่กับเกราะของเขา แล้วเบินย่าก็เดินเข้ามาหา “เจ้านายนี่เกราะของท่าน ฉันเก็บเศษเกราะเหล่านั้นมาแล้วเคลือบอย่างดีให้มันแข็งแกร่งเหมือนอย่างเดิมแล้ว” เบินย่ายกชุดเกราะขนาดใหญ่ที่คงอยู่ในสภาพเดิมมีเพียงแต่รอยร้าวของเกราะที่ถูกเคลือบแล้วเท่านั้น ทำให้โรมานสบายใจขึ้นแล้วสวมชุดเกราะนั้นมุ่งไปสู่ท้องพระโรงเพื่อที่จะอำลาจักรพรรดิ

   พอสายหน่อยอัศวินทั้ง 6 ก็เริ่มออกเดินทางอย่างสบายใจโดยมีพาหนะของแต่ละคน

ตอน 2 ใกล้เสร็จแล้วละ
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #3 on: March 21, 2005, 04:57:09 AM »

ตอนที่ 2  Devil ปรากฎตัว
   
   หลังจากที่อัศวินทั้ง 6 ออกเดินทางมาได้ 1 อาทิตย์ก็ผ่านเมืองเล็กๆไปแล้ว 2 เมืองซึ่งทางที่พวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปคือทางทิศตะวันตก

   “เจ้านายค่ะ นี่เราก็เดินทางมา 1 อาทิตย์แล้วยังไม่เจอพวกเดวิวล์เลย” ดับเบิลฟิงเกอร์ถามดัเวลไปพร้อมๆกับนั่งกินคุกกี้ที่ได้มาจากชาวบ้านในเมืองที่ผ่านมาบนรถม้าลาก “อยากไปหวังอะไรมากเลยใช้ชีวิตปกติก็พอแบบฉันไงนอนไปเจอเมื่อไหร่เดี๋ยวพวกนั้นก็มาปลุกเอง” แล้วดีเวลก็นอนต่อ

   “อมันด้าไปบอกทุกคนให้ระวังตัวมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มพวกเรา” เรนตาเซียสั่ง อมันด้าก็ไปบอกคนอื่นๆ แต่ยังไม่ทันได้บอกก็มี เคเนติก คิเมร่า ตัวหนึ่งพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้ามาขวางขบวนของอัศวินทั้ง 6 ซึ่งมีโอแมนนำหน้า “เจ้านายให้ข้าจัดการเอง เจ้ากับคนอื่นเดินทางไปปกติเถอะไม่ต้องห่วงข้าเดียวข้าจะตามเจ้านายไป” ซิลเลอร์วิ่งด้วยฝีเท้าแห่งหมาป่าเข้าโจมตีใส่เคเนติกด้วยการกัดเพียงครั้งเดียวแล้วก็กระโดดหลบการโจมตีของเคเนติก แล้วสักพักเคเนติกก็ตายไป “ถึงว่าหมอนั่นถึงได้ฉายาเขี้ยวมรณะกัดเพียงครั้งเดียวแล้วก็ปล่อยให้ตายเอง” โรลมองดูจากบนฟ้าโดยขี่นกฟินิกขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง “มันจะไม่ใช่แค่นั้นละซิ” เรนตาเซียพูดแล้วชี้ไปยังทุ่งหญ้ากว้างแล้วสักพักก็มีฝูงเคเนติกฝูงใหญ่วิ่งมาทางนี้

                        “ทุกคนเตรียมรบ” โอแมนขี่ม้านำทหารที่ติดตามมาไม่มากนักเข้าประจัญบาน “ที่กว้างแบบนี้ข้าไม่แพ้ใครอยู่แล้วเบินย่าอยู่ใกล้ๆข้าแล้วจะปลอดภัย” โรมานขี่ม้าเข้ารบตามหลังโอแมนไป “งานนี้มีสนุกอโลนลุยให้สนุกไปเลย” แจ๊คเคิลขี่มังกรไฟบินลงไป “อมันด้า เรามาแข่งกันใครจะแม่นกว่ากัน” มาชคอสท้า อมันด้าก็หันมายิ้มให้ “ได้เลย” แล้วเธอก็เล็งอยู่นานแล้วก็ยิงออกไปเข้าไปกวางหัวเคเนติกพอดีทำให้มันตายทันที “เจ้านายเขารบกันหมดแล้ว” ดับเบิลฟิงเกอร์สะกิดเบา “ไหนเหรอ ง่วงแบบนี้ยังจะรบกันอีกเหรอ ไปก็ได้วะ” แล้วดีเวลก็ลุกออกมาจากรถม้าลากหยิบดาบออกมา2อันแล้วต่อเข้าด้วยกันเป็นดาบ2ปลายแล้วควงเป็นใบพัดบินขึ้นไปบนฟ้ามุ่งสู่การต่อสู้กับฝูงเคเนติก

                           หลังจากที่สู้กันไปได้สักระยะก็มีเสียงคำรามดังลั่นไปทั่วทุ่งหญ้า ทำให้พวกเคเนติกตื่นตกใจหวาดกลัววิ่งหนีเอาตัวรอดเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง “มีบางอย่างกำลังมา”ฮัมฟ๊อกยืนนิ่งแล้วพูด แล้วก็ปรากฏออกมาเป็น เดวิวล์ขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งมีรูปร่างกึ่งมังกรพุ่งเข้ามางับเคเนติกตัวหนึ่งแล้วกัดกินตรงนั้น ทำให้เคเนติกฝูงนั้นเข้ามาทำร้ายแต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่ทำให้พวกมันตายเพิ่มไปอีกบางตัวจากการโดนโจมตีของเดวิวล์ตัวนั้น พวกอัศวินผู้กล้าทั้ง 6 ได้เพียงแต่ยืนดูเท่านั้น “นั่นมันตัวอะไรหนะ” แจ๊คเคิลเริ่มถอยๆออกมาพร้อมๆกับเหล่าทหาร แล้วเดวิวล์ตัวนั้นก็หันมามองทางกลุ่มขบวนอัศวินทั้ง 6  “พวกเจ้าหนะเหรอคือมนุษย์ที่คิดจะมาฆ่าพี่น้องของข้า แค่เคเนติกตัวเดียวกว่าจะฆ่ามันได้ต้องเสียมนุษย์หน้าโง่ไปมาก แล้วจะมีปัญญาที่ไหนมาสู้กับข้า” เดนโร่ตะโกนและคำรามใส่ก่อนจะบินหายขึ้นไปบนฟ้า “มันคือ เดนโร่เดวิวล์ตนที่ 4 จากทั้งหมด 10 ตนเป็นเดวิวล์แห่งความทรงจำ” มาโคโรสพูด “มันจะเป็นอะไรก็ชั่งจุดมุ่งหมายของเราคือกำจัดพวกมันให้ได้” แจ๊คเคิลพูด “ไม่มีอะไรแล้วใช่ปะจะได้ไปนอนต่อ ง่วงเหลือเกิน ตอนรบอยู่เกือบหลับทั้งๆที่สู้อยู่เนี่ย” ดีเวลหมุนดาบเป็นใบพัดบินกลับไปยังรถม้าลากเพื่อนอนต่อ “สุดทุ่งหญ้าก็เป็นเขตป่าแล้ว พวกเราจะไปพักค้างคืนกันที่นั่นแล้วกัน” ฮัมฟ๊อกพูดแล้วขึ้นไปบนหลังม้าออกเดินทางต่อ

   พอเดินทางมาถึงเขตชายป่าก็ตั้งแคมป์พักกันที่นั่น ที่เต้นท์เรนตาเซีย “เจ้านายค่ะ คือฉันมีเรื่องอยากจะบอก” อมันด้าเดินเข้ามาหา “อ่ะ อมันด้ามาพอดีเลย เนี่ยดูแผนที่นี้ซิในป่านี้มันเป็นป่าวงกต” เรนตาเซียพูด แล้วอมันด้าก็หยิบสร้อยบางอย่างขึ้นมา “เจ้านายตอนที่ฉันยิงธนูใส่เดวิวล์ตัวน้องสุดของมัน ทำให้สร้อยของมันหลุดออกมาฉันจึงเก็บมันเอาไว้โดยไม่บอกใคร ฉันเลยจะเอามาบอกเจ้านายเพียงคนเดียว” อมันด้ายื่นสร้อยเส้นนั้นให้ดู “อมันด้าสร้อยเส้นนี้ต้องมีความสำคัญอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมันแน่เลย ทำได้ดีมากเลยอมันด้า” เรนตาเซียพูดเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ยิ้มให้กันแล้วก็มาวางแผนการเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ด้วยกัน

   ทางด้านพวกพี่น้องเดวิวล์ “พี่บาฮัมล่าคือตอนที่โดนแม่นักธนูนั่นยิงใส่สร้อยของฉันเลยหลุดออกอ่ะทำไงดี หากฉันไม่มีสร้อยนั่นร่างกายของฉันจะค่อยๆสลายไปที่นิดเรื่อยๆ” เรนเนียพูด “เธอก็ดันไม่เอาไหนเองฝีมือยังไม่เท่าไหร่แล้วยังคิดที่จะไปทั้งๆรู้ว่าสู้ไม่ได้” กัสส่อมเดวิวล์แห่งความเศร้าเดินเข้ามาหา “พี่รอง พี่ช่วยฉันหน่อยนะ” เรนเนียวิ่งเข้ามากอดขาของกัสส่อมเอาไว้อย่างแน่น ทำให้กัสส่อมถอนหายใจ “กัสส่อมแกก็ช่วยน้องแกหน่อยซิ” บาฮัมล่าพูดเข้ามา “เหนื่อยอีกแล้วทั้งชีวิตมีแต่เรื่องเศร้าให้ทำ คอนย่าแกเกลียดพวกมันมั้ย” กัสส่อมพูด “แกอย่างแรงอยากจะฆ่ามันทุกวี่วันเลย ทำไมเหรอพี่รอง” คอนย่าหันมามอง “ในฐานะที่แกเป็นน้องของข้า และเป็นคนที่ 3 แกไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ใครต่อเพราะฉะนั้นแกนั่นแหละไปชิงเอาคืนมา” กัสส่อมพูด “อะไรวะทำไมต้องข้า เดนโร่ก็ได้มันชอบบุกตะลุยเข้าไปไม่กลัวตายให้มันไปก็ได้” คอนย่าพูดแบบเซงๆ“เจ้านั่นมันยังไม่กลับมาเลย”กัสส่อมพูด “ไม่ต้องเถียงกันแล้วพี่ทั้ง 2 ข้าไปเอง ถือว่าทำเพื่อน้องเล็กสุด” วานเดอร์เดวิวล์แห่งความบ้าคลั่งเดินเข้ามาห้ามเดวิวล์ทั้ง 2 ตน “ขอบใจพี่มากเลยนะ” เรนเนียวิ่งเข้ามากอดวานเดอร์

   ในคืนนั้นเองประมาณหลังเที่ยงคืนไปได้ไม่นานวานเดอร์ก็มาถึงค่ายพักของเหล่าอัศวิน ในคืนนั้นดีเวลก็หายง่วงพอดีตื่นขึ้นมาคนเดียวจึงลุกไปจากเต้นท์ไปเดินเล่นข้างนอก “จัดการกับเจ้านี่ก่อนแล้วกัน” วานเดอร์วิ่งซ๋อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้เข้าไปใกล้ดีเวล “เดินในป่าคนเดียวมันเหงาเธอก็เลยตามฉันมาใช่มั้ย” ดีเวลหันไปมองก็เจอกับอมันด้าที่ตามหลังมา “คือฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน” อมันด้ายิ้มให้ ดีเวลก้สังเกตไปเห็นสร้อยเส้นหนึ่งที่คอของอมันด้า “เดี๋ยวเธอใส่สร้อยด้วยเหรอ” ดีเวลถาม “สร้อยนั่นของน้องข้า” วานเดอร์เห็นจึงพุ่งเข้าไปจับตัว อมันด้าไว้แล้วดึงสร้อยเส้นนั้นออกมา “ถึงว่าทำไมป่าแถวนี้มันเงียบจังที่แท้ก็มีปีศาจมานั่นเอง” ดีเวลพูด “แกอยากสู้ใช่มั้ยละไม่ต้องพูดมาก เอาเป็นว่าถ้าอยากได้แม่นี่คืนก็ชนะข้าให้ได้ก็แล้วกัน” วานเดอร์โยนอมันด้าไปข้างๆ แล้วก็มีไฟพุ่งขึ้นรอบๆตัววานเดอร์ ดีเวลก็ชักดาบทั้ง2อันออกมาต่อเป็นดาบ2ปลาย

                        “มาเลย…” ดีเวลตั้งท่าสู้แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ วานเดอร์ก็พุ่งเข้ามาต่อยเข้าเต็มหน้า “โอ๊ยมันมาไม่ทันตั้งตัว” ดีเวลร้องด้วยความเจ็บ “อ่อนหัดวันนี้ฉันฆ่าคนมาเยอะพอแล้วไม่อยากจะใครอีกนอกเวลา” วานเดอร์พูด “ไม่ฆ่าฉันงั้นตามใจ” ดีเวลหมุนดาบเป็นใบพัดให้ใบพัดนั้นพัดไปยังวานเดอร์ “ไหนลองโชว์ความไวของแกอีกรอบซิ” ดีเวลขยับดาบเพียงเล็กน้อยไปมาก็อีกคลื่นดาบโจมตีใส่วานเดอร์ตลอดเวลา “ใบพัดมรณะทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” วานเดอร์ยืนนิ่งมีเพียงรอยแผลที่โดนคลื่นดาบฟันเป็นรอยเลือดไหลออกมา “แล้วนี่ละจะรับได้มั้ย” ดีเวลหยุดหมุนดาบแล้วไปโผล่อีกทีที่ข้างหลังของวานเดอร์แล้วเอาดาบแทงสวนทะลุจากหลังมาด้านหน้าแล้วหมุนตัวเป็นพายุ “เจ็บเว้ย ฝีมือแกไม่ธรรมดาวันนี้ไว้แค่นี้แต่ยังไม่รู้ผลหรอกวันข้างหน้าแกจะเจอหนักกว่าหมัดนั้นแน่” แล้วร่างของวานเดอร์ก็กลายเป็นไฟแล้วก็มอดสลายไป แล้วดีเวลก็อุ้มอมันด้ากลับไปยังค่ายพัก

ต่อมารุ่งเช้าดีเวลก็กลับไปเป็นอย่างเดิมคือเป็นคนที่เอาแต่นอนไม่ยอมลุกไปไหน

คราวต่อไปก็อาจจะสร้าง Mystic และ Seal สลับกับเนื้อเรื่อง
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #4 on: March 21, 2005, 06:01:21 PM »

คราวนี้ถึงคราว Mystic ประจำตัวของตัวละครในบางตัว

Spelima, the Sword of Lentasia
Relic Mp 2 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ At+2 Df+1
หาก Seal ที่ติดคือ Lentasia ให้ At+2 Df+2 Sp+1 แทนและได้รับ Ability “เมื่อสั่งโจมตีสามารถทำลาย Mystic 1 ใบในสนาม” ด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(สพีมิล่า ดาบคู่ใจของเธอที่มีเพียงเธอที่จะปลดปล่อยพลังของมันออกมาได้)


Daristylon, the Bow of Amunda
Relic Mp 2 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ At+2 Sp+1
Light ที่ใบนี้ติดอยู่ สามารถโจมตีข้ามไปยัง Df Line ได้
หาก Seal ที่ติดคือ Amunda ได้รับ “เมื่อสั่งโจมตี Seal ที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีไม่สามารถเปลี่ยน Line ได้ 1 Turn แม้การโจมตีจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม” ด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(ดาริสไทล่อน คันธนูที่มีแสงส่องกระทบจะกลายเป็นสีรุ้งทันที)


Osmund, the Armor of Romand
Relic Mp 2 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ At+1 Df+2
Earth ที่ใบนี้ติดอยู่ได้รับ “เมื่อถูกโจมตีสามารถนำค่า Df เทียบแทนค่า At ได้”
หาก Seal ที่ติดคือ Romand ให้ At+1 Df+1 Sp+1 แทนและได้รับ Ability “เมื่อสั่งโจมตีสามารถใช้ค่า Df เทียบแทนค่า At ได้ และเมื่อถูกโจมตีจาก Seal ที่มี Df น้อยกว่าสามารถใช้ค่า Df เทียบแทนค่า At ได้” ด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(ออสมั้น เกราะใหญ่หนาอันแข็งแกร่งของโรมาน)


Babarus, the Boomerang of Marchos
Relic Mp 2 PS Turn
Earth ที่ใบนี้ติดอยู่ สามารถโจมตีจาก Df Line ได้
หาก Seal ที่ติดคือ Marchos ให้ At+1 Df+1 Sp+1 ได้รับ Ability “Seal ทุกใบในสนาม Mp ค่าใช้ Skill +1” ด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(บาบารัส บูมเบอแรงของมาสชอสที่เขาสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ)


Tybert, the Sword of O-Man
Relic Mp 2 PS Turn
Wind ที่ใบนี้ติดอยู่ At+1 Sp+1 และได้รับ “เมื่อถูกโจมตีจาก Seal ที่มี Sp ต่ำกว่า At+2”
หาก Seal ที่ติดคือ O-Man ให้ At+2 Df+1 แทนและได้รับ Mp 3]” ด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(ไทเบิต ดาบที่มีรูปร่างเรียวยาว น้ำหนักเบาเหมือนจับเพียงแต่ลม)


Fribernla, the Sword of Jackle
Relic Mp 2 PS Turn
Fire ที่ใบนี้ติดอยู่ได้รับ “เมื่อสั่งโจมตี At+1 / 1 Turn
หาก Seal ที่ติดคือ Jackle ได้รับ Ability นี้แทน “Seal ทุกใบของฝ่ายตรงข้ามเมื่อถูกโจมตี At-1 /1 Turn และ Seal ฝ่ายเราทุกใบเมื่อถูกโจมตี At+1 / 1 Turn”
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(ไฟเบินล่า ดาบแห่งเพลิงในใจที่แจ๊คเคิลใช้ฆ่าศัตรูมานับไม่ถ้วน)


Croroneser, the Knuckle-Duster of Alone
Relic Mp 2 PS Turn
N[Fighter] ที่ใบนี้ติดอยู่ At+2
Pugilist ที่ใบนี้ติดอยู่ At+1 Df+1 Sp+1
หาก Seal ที่ติดคือ Alone ให้ At+2 แทนและได้รับ “เมื่อต่อสู้กับ Seal ที่มี Sp ต่ำกว่า Seal นั้นสูญเสีย Ability ทั้งหมดจนจบ Sub-Turn”
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(โครอนเนอเซอร์ สนับมือที่แข็งราวกับเพชรแต่มีความร้อนยิ่งกว่าไฟ)


Hamusius, the Sword of Humfrok
Relic Mp 2 PS Turn
Water ที่ใบนี้ติดอยู่ At+1 Df+2 Sp+1
หาก Seal ที่ติดคือ Humfrok ได้รับ “Seal ฝ่ายเราทุกใบ Cancel Freeze Curse และ Seal ฝ่ายเราทุกใบเมื่อต่อสู้กับ Seal ที่ติด Freeze Curse At+2” ด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(ฮามูซิอัส ดาบแห่งหมอกน้ำแข็งเมื่อชักดาบนี้ออกมาไอหมอกจะปกคลุมในพื้นที่นั้น)


Atundra & Monrishi, the Twin Swords of Divel
Relic Mp 2 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ได้รับ Turn
Seal ที่ใบนี้ติด Df+2 Sp+1
หาก Seal ที่ติดคือ Double Finger ได้รับ “ป้องกัน Skill และ Ability ของฝ่ายตรงข้าม ตราบเท่าที่ใบนี้อยู่ใน Shrine Double Finger สามารถโจมตีปกติเป็นโจมตี 3 Times ได้โดยจ่าย Mp ค่าโจมตีเท่าเดิม” เพิ่มด้วย
ยกเว้น Seal ตั้งแต่ Lv.3 ขึ้นไป
(เอ็นเนอร์ หูฟังที่เธอใช้ในการผ่อนคลายให้จิตใจเธอนั้นสนุกกับการต่อสู้และทำให้เธอเก่งขึ้นมาด้วย)



แต่ Mystic ยังไม่จบแค่นี้มีอีก
ถึงคราวของประจำตัวที่เหล่าพี่น้อง Devil ทั้ง 10

Mendes, the Scythe of Bahumla
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่เมื่อ Seal นั้นติด Curse 2 ชนิดขึ้นไป Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ติด Death Curse
หาก Seal ที่ติดคือ Bahumla ได้รับ Mp 3] แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(เมนเดส เคียวของความตายขนาดใหญ่แม้แต่เคียวของราโชยุยังไม่เท่าครึ่งอันของอันนี้เลย)


Hunmeres, the Spear of Gusom
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ ทำลาย Mystic ใบอื่นบน Seal ที่ใบนี้ติดและเมื่อติด Curse จะไม่สามารถรักษาได้
หาก Seal ที่ติดคือ Gusom ได้รับ Turn เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(ฮัมเมอเรส หอกแห่งการหยุดนิ่งใครที่โดนหอกนี้เข้าไปจะเหมือนกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก)


Kasiya, the Hammer of Konya
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ ติด Stone Curse Turn
หาก Seal ที่ติดคือ Konya ได้รับ Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่เมื่ออยู่ในสนามครบ 3 Turn นำออกนอกเกมส์
หาก Seal ที่ติดคือ Denro ได้รับ Mp 4]” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(ไวกัส ปีกมังกรขนาดใหญ่ที่พเยงแค่ขนของปีกก็เป็นเหมือนดาบอันคม และแรงลมขนาดใหญ่ที่พัดมาจากปีก)


Burneros, the Fist of Wander
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ At-1 / Turn และ At-1 ทุกๆ 3 Sub-Turn
หาก Seal ที่ติดคือ Wander ได้รับ “เมื่อสั่งโจมตี Seal ฝ่ายเรา At+1 / 3 Sub-Turn” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(เบินเนอรอส หมัดอันทรงพลังที่สุดของวานเดอร์ซึ่งหมัดนี้มันจะเป็นแขนของมันตลอดเวลาไม่มีวันพากจากไปหากใครเอามันหมัดอันนี้จะทำลายผู้นั้น)


Veneres, the Vina of Marshall
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ติด Freeze Curse Curse และไม่สามารถรักษาได้
หาก Seal ที่ติดคือ Marshall ได้รับ “ตราบเท่าที่ Marshall อยู่ที่ Df Line Seal ใน Df Line ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถเปลี่ยน Line ได้ [Df Line]” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(เวนเนอเรส พิณดำฟ้า ของมาร์แชลที่เธอมีไว้เพื่อเล่นบรรเลงสาปผู้คนให้หลับไหลตลอดกาล)


Anderla, the Chain of Mertos
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ไม่สามารถโจมตีหรือใช้ Skill ได้
หาก Seal ที่ติดคือ Mertos ได้รับ “Seal ที่ไม่มี Mystic ติดอยู่ไม่สามารถโจมตี Mertos ได้” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(แอนเดอล่า โซ่นรกที่ใช้กักขังวิญญาณและคุ้มครองตัวมันเอง)


Mysterer, the Card of Covern
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่เมื่อสั่งเปลี่ยน Line นำ Seal นั้นกลับเข้ากอง
หาก Seal ที่ติดคือ Covern ได้รับ At Line] [Mp 2]” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(มิสเตอเรอร์ ไพ่ปริศนาที่มีทั้งความตายและสิ่งต่างๆ)


Portos, the Helmet of Gint
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่เมื่อสั่งการผู้ควบคุม Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ต้องทิ้งการ์ด 1 ใบในมือหรือใบบนสุดของกอง
หาก Seal ที่ติดคือ Gint ได้รับ “เมื่อมี Ability ที่ให้ทิ้งหรือ Sacifice ต้องทิ้งหรือ Sacifice เป็น 2 เท่าของจำนวนที่กำหนด(เช่น สั่งให้ Sacifice Seal 1 ใบกลายเป็น Sacifice Seal 2 ใบแทน)” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(โปรตอส หมวกที่ใช้ปกปิดหน้าตาอันอัปลักษณ์ของมันเอาไว้)


Jinerligesion, the Necklace of Renia
Relic Mp 3 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่สูญเสีย Skill และ Ability Turn
หาก Seal ที่ติดคือ Renia ได้รับ “เมื่อ Renia ใช้ Skill สำเร็จ Seal ฝ่ายเราทุกใบ At+1 Df+1 Sp+1 / 1 Turn” แทนและยกเลิก Ability ข้างบน
เมื่อ Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ออกจากสนามไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามนำ Mystic ใบนี้ขึ้นมือเรา
(สร้อยคอที่เป็นเสมือนอีกร่างหนึ่งของเธอหากเธอขาดสิ่งนี้ก็เหมือนกับขาดชีวิตไป)

ต่อไปเนื้อเรื่องเสร็จแล้วเดี่ยวโพสต่อเลยจะสลับกันไปเนื้อเรื่องกับการ์ด
« Last Edit: March 21, 2005, 07:42:57 PM by Albert Wesker » Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #5 on: March 21, 2005, 06:07:59 PM »

ช่วยอ่านหน่อยก็ได้ครับไม่ว่ากันเนื้อเรื่องน่าจะสนุกเลยครึ่งนึงของเนื้อเรื่องทางซัมที่แต่งไว้

ตอนที่ 3 บุกเกาะลึกลับยามราตรี เสียงพิณแห่งการหลับไหล
   
   หลังจากที่อัศวินทั้ง 6 เดินทางไปต่อเรื่อยโดยดีเวลและอมันด้าเก็บเรื่องที่เจอกับวานเดอร์ไว้ไม่บอกใคร และวานเดอร์ก็ชิงสร้อยคืนไปได้ทำให้เรนเนียกลับคืนฟื้นมาในสภาพดี จนพวกอัศวินทั้ง 6 เดินทางมาสุดเขตแดนตะวันตกซึ่งเป็นมหาสมุทรตัดกั้นระหว่างเมอริเซียและโอเมก้า แต่พวกอัศวินทั้ง 6 ต่างก็เห็นเพียงเกาะที่ยังพอเห็นและเรือเหาะของทวีปเมอริเซียที่บินออกล่าตระเวนและท่องเที่ยวธรรมดา “ทำไมพวกนั้นถึงได้มีความสุขกันจังเลยหรือพวกนั้นยังไม่รู้ตัวว่ามีพวกซินอาระวาดบนทวีป” แจ๊คเคิลนั่งมองและสงสัย “อย่าไปสนใจพวกนั้นเลยแจ๊ค อ่ะนี่แผนที่บนมหาสมุทรนี้ ตรงเกาะนั้นคือเกาะโดดเดี่ยว และตามที่ชาวบ้านแถวนี้เล่ามาเกาะนั้นยามค่ำคืนจะมีเสียงพิณที่ไพเราะกว่าที่ไหนในโลกแล้ว แต่ชาวบ้านบอกว่าเสียงพิณเป็นเสียงสุดท้ายที่คนที่ได้ฟังนั้นได้ยินแล้ว คนที่ไปยังเกาะนั้นก็ไม่มีใครกลับมาเลยและหายไปอย่างไร้ล่องลอย” เรนตาเซียเดินมาเอาแผนที่ให้ดูพร้อมกับชี้จุดและเล่าเรื่องราวให้ฟัง “งั้นที่นั่นก็อาจจะมีเดวิวล์ตัวใดตัวหนึ่งอยู่แน่ๆเลยซิ” โรมานเดินเข้ามาดูแผนที่ด้วย

   สักพักเรนตาเซียและอัศวินอีก4คนคือออกไปตามเมืองต่างๆปล่อยให้ดีเวลนอนเฝ้าบัญชาการอยู่ที่ค่ายพักชายทะเลก่อน ไม่นานก็มีเรือเหาะจากฟีเลเซียที่เดินทางมาเพื่อค้นหาทวีปใหม่ก็มาเจอกับค่ายพักนี้จึงลงมาจอดและเดินออกมา “เนี่ยเหรอหน้าตาของคนทวีปนี้หน้าโคตรหื่นเลย” ทีโมธี่เดินลงจากเรือเหาะก็เห็นทหารที่เดินไปเดินมา “ท่านเป็นใครกันและท่านมาจากที่ไหน” อโลนเดินออกมาจากค่ายและถามทีโมธี่ “นึกว่าจะไม่มีสาวสวยซะแล้ว” ทีโมธี่หันมามองที่อโลนตั้งแต่หัวจรดเท้า “ท่านคงเป็นคนจากทวีปโน่นใช่มั้ย งั้นท่านจงกลับไปทวีปของท่านเถอะ ที่นี่ยังมีความวุ่นวายไม่เหมาะสำหรับที่จะมาอยู่เท่าไหร่นัก” อโลนพูด “เจ้าบ้านไม่ต้อนรับแขกเอาซะเลย อย่าให้ฉันโมโหนะไม่งั้นฉันพังรถม้าลากเก่าๆคันนั้นให้ดูเลย” ทีโมธี่พูด อโลนจึงหันไปมองรถม้าลากคนั้นแล้วก็หันมาบอก “อยากพังก็พังเลยไม่ได้ว่าอะไร” “อย่าท้านะฉันพังจริงด้วย” แล้วทีโมธี่ก้โยนระเบิดเข้าใส่ที่รถม้าลากคันนั้น
   
                      ภายในรถม้าลากมีเสียงชนวนระเบิดที่ค่อยใกล้จะระเบิดลงเรื่อยๆ “เจ้านายค่ะรถเรากำลังจะถูกพัง” ดับเบิลฟิงเกอร์พูดแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกมา “อย่าหนะคนจะนอน” ดีเวลนอนไม่รู้เรื่องอะไรแต่ก็รำคาญเสียงชนวนระเบิดจึงลุกมาดู “อะไรเนี่ยเฮ้ย” แล้วรถม้าลากคันนั้นก็ระเบิดพังลงมาทหารต่างวิ่งมาดูกันและช่วยกันลากร่างของดีเวลที่โดนระเบิดเต็มๆออกมา
พอดีเวลได้สติก็ลุกขึ้นมาพูดด้วยเสียงอันดัง “ใครหน้าไหนมาพังรถของข้า” ดีเวลก็เดินมองหา และทางด้านทีโมธี่ “เจ้าหมอนั่นเป็นใครกัน” ทีโมธี่มองด้วยความเวทนา อดลนเห้นดีเวลที่ดำไปทั้งตัวด้วยเถ้าระเบิดก็ขำและหัวเราะออกมาพร้อมกับพูด “นั่นหนะอัศวิน 1 ใน 6 ที่เก่งกาจของอาณาจักรโอเมก้า” อโลนก็ยังหัวเราะไม่หยุด แล้วดีเวลก็ได้ยินเสียงอโลนหัวเราะจึงเดินเข้ามาหา “เธอใช่มั้ยที่แกล้งฉันรถฉันที่พ่อฉันสร้างมาตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดมาพังเอาง่ายๆแบบนี้ มันน่าโมโห” ดีเวลพูด อดลนก้ยังหัวเราะไม่หยุดพร้อมกับพูด “ฉันปล่าวหมอนั่นต่างหากโยนระเบิดใส่รถนาย” อโลนชี้มาทางทีโมธี่ “แกมันน่าโมโหอย่างนี้ต้องจัดการ” ดีเวลชักดาบออกมา แล้วเนนไทน์ก็เดินมาหา “อย่าเหนื่อยเลยดีเวลสงบอารมก่อนให้ฉันจัดการก็ได้” เนนไทน์พูดแล้วอโลนกับดีเวลก็หันไปมองก็เจอกับสภาพเนนไทน์ที่ไม่ต่างจากดีเวลเลยเพราะเขานั่งอ่านนั่งสือที่ท้ายรถม้าลากโดยไม่รู้ว่ามีระเบิดมาเลยโดนไปด้วย ทำให้อโลนหัวเราะหนักกว่าเก่า ดีเวลก็เช่นกันทำให้เนนไทน์โมโหอยู่คนเดียว ส่วนทีโมธี่ก็รีบหนีขึ้นเรือเหาะกลับไปยังทวีปเดิม แต่ระหว่างทางทีโมธี่ผ่านเกาะดังกล่าวและได้ยินเสียงแม้จะเป็นตอนเย็นใกล้ค่ำ แล้วทีโมธี่ก็มองลงไปเห็นสาวงามคนหนึ่งนั่งดีดพิณอยู่บนเกาะคนเดียว แล้วจู่ๆคนขับเรือก็หลับกันทีละคนจนสุดท้ายก่อนที่ทีโมธี่จะหลับเขาเห็นเรือเหาะนั้นกำลังจะตกลงไปชนกับเรือดำน้ำของแอนดิซองพอดี ทำให้เรือเหาะและเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำชนเข้าด้วยกันแล้วก็ระเบิดขึ้น

                          พอมืดๆหน่อย เนนไทน์ก็ปลุกวิญญาณของม้าที่ใช้ลากรถที่ตายไปตอนรถม้าลากระเบิดนั้นให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาพร้อมกับรถม้าลากที่ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ จนเสร็จดีเวลก็เข้าไปนอนในนั้นทันที

                           แล้วไม่นานนักพวกเรนตาเซียก็กลับมากันและนำข้อมูลที่ได้มานั้นมารวบรวมสรุปเป็นข้อมูล “จากข้อมูลที่ทุกคนนมาก็สรุปได้ว่า เกาะนั้นมีชาวบ้านแห่งเพียงแต่หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งดีดพิณอยู่ไม่เห็นปีศาจอะไรนอกจากเธอ” เรนตาเซียสรุปมา “งั้นพวกเราก็น่าจะลองไปที่เกาะนั้นดูนะเพื่อให้แน่ใจกว่านี้” โอแมนพูด “แต่ชาวบ้านเขาก็บอกอยู่ว่าหากใครฟังเสียงพิณนั้นจะค่อยหลับลงและตอนนี้พวกเราทั้งหมดก็เหนื่อยและง่วงด้วยหากไปอาจจะหลับกันทั้งหมดได้” โรมานพูด “งั้นมีอยู่คนเดียวในตอนนี้ที่พร้อมลุย” เรนตาเซียหันไปมองที่ดับเบิลฟิงเกอร์ “หนูไม่เอา หนูไม่ไปคนเดียวเด็ดขาด” ดับเบิลฟิงเกอร์รีบปฏิเสธทันที “ปล่าวไม่ใช่เธอเจ้านายเธอหนะเหมาะที่สุดแล้ววันๆเอาแต่นอนเหมาะมากต่องานนี้ บอกเจ้านายเธอทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง” เรนตาเซียพูด

                             ที่รถม้าลาก ดับเบิลฟิงเกอร์กลับมาจากการประชุมก็มาปลุกดีเวล “เจ้านายค่ะอัศวินคนอื่นเขาบอกให้เจ้านายไปที่เกาะนั้นหน่อย” ดีเวลก็ลุกมาแบบยังง่วงอยู่แล้วเดินไปในเต้นท์ประชุม “อะไรอีกจะให้ไปไหนอีก แล้วทำไมต้องไปคนเดียว พวกนายไม่ไปด้วยเหรอ” ดีเวลถาม แล้วฮัมฟ๊อกก็เอาน้ำมาราดใส่เพื่อให้ตื่นสนิท “ก็วันๆนายเอาแต่นอนไม่ค่อยช่วยอะไรเลย แล้วพวกเราคนอื่นทุกคนก็เหนื่อยและง่วงแล้ว คราวนี้ก็ถึงคราวนายทำอะไรให้กับกลุ่มพวกเราบ้างนะ” เรนตาเซียพูดแล้วเดินออกไป แล้วดีเวลก็ใช้สายตามองมาที่โรมาน โอแมนและแจ๊คเคิล ซึ่งภายในสายตานั้นทุกคนก็รู้เข้าใจดีว่า ดีเวลต้องการให้ไปเป้นเพื่อนหน่อยแต่ทั้ง 3 คนนั้นต่างก็พยักหน้าส่ายปฏิเสธไม่ไปด้วยแล้วก็ยิ้มให้แล้วเดินออกไป “โชคดีเพื่อน” แจ๊คเคิลจับตบไหล่ดีเวล

                        แล้วรถม้าลากที่ได้มาใหม่นั้นก็วิ่งข้ามทะเลนี้ไปยังเกาะโดยที่ดีเวลทึ่งกับสิ่งที่ม้าวิญญาณนี้กับรถม้านั้นวิ่งบนพื้นทะเลได้ “เจ้านายม้าวิญญาณนี้มันเร็วเกินไปนะค่ะ ฉันจะจับไม่อยู่แล้ว” ดับเบิลฟิงเกอร์กอดเสาในรถม้าลากไว้เพื่อไม่ให้หลุดออกไป ซึ่งคนบังคับม้าก็คือเนนไทน์  

                        พอมาถึงเกาะแห่งนี้ ทุกคนก็ได้ยินเสียงพิณตั้งแต่ก่อนเข้ามาถึงเพียงเล็กน้อย ทำให้เนนไทน์เริ่มง่วงแล้วก็หลับไป “หมอนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ดีเวลยืนดูเนนไทน์หลับเพราะไม่ยอมใส่หูฟังก่อนเข้ามา “ใช่จริงด้วยเจ้านาย ต้องใส่หูใส่พวกหนูนี่” ดับเบิลฟิงเกอร์หยุดยืนใกล้ๆกับดีเวล แล้วจู่ๆกริ้นเดวิวล์จอมก่อกวนที่น่ารังเกียจก้โผล่มาจากด้านบนดึงหูฟังของดับเบิลฟิงเกอร์ออก ทำให้เธอได้ยินเสียงพิณแล้วก็ค่อยๆหลับลงข้างเนนไทน์ “ฮี่ๆๆๆ เจ้าสู้กับพี่ข้าตัวๆไม่รอดแน่” กริ้นก็โยนหูฟังของดับเบิลฟิงเกอร์ทิ้งแล้วก็หนีไป “คนเดียวก็คนเดียวแต่ไม่ใช่หัวเดียวใช่มั้ย อทุนด้า มอนริชิ แกเป็นดาบที่พ่อตีขึ้นมาให้ เพราะฉะนั้นฉันรักแกมากเลยวะ ไปลุยกับข้า” ดีเวลชักดาบคู่ใจทั้ง 2 ออกมาต่อเป็นดาบ 2 ปลายแล้วเดินเข้าไปข้างในต่อ

                      พอเข้ามาถึงลานกว้างในถ้ำก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งดีดพิณบนหินที่ตั้งอยู่กลางลานนี้ “เธอเป็นเดวิวล์ใช่มั้ย ถ้าคนปกติทำไมแค่ดีดพิณคนถึงได้หลับกันได้” ดีเวลพูด “ปล่าวนี่ ท่านลองถอดหูฟังออกซิเสียงพิณที่คนได้ยินแล้วหลับไม่ใช่ขอข้าหรอก ข้าชื่อไซเรน เป็นเพียงแค่ภูตแห่งเสียงเพลงเท่านั้น” ไซเรนหยุดเล่นพิณแล้วหันมายิ้มให้ “ไม่เชื่อถ้าข้าถอดเดี๋ยวข้าก็หลับละซิ” ดีเวลพูดแล้ววิ่งเข้าไปเอาดาบแทงที่ตัวเธอทันที “ท่านฆ่าฉันทำไม” แล้วไซเรนก็ตกลงมาจากหินที่นั่งเล่นพิณ แล้วก็มีเสียงสาวคนหนึ่งหัวเราะออกมา “ขอบใจมากเลยที่เจ้าช่วยฆ่าไซเรนแทนข้า แม่นั่นมันเล่นพิณได้ไพเราะที่สุด มันเล่นได้เก่งกว่าฉัน ฉันเลยต้องกลั่นแกล้งมันโดยเล่นพิณอันน่ากลัวของฉันเพื่อหลอกให้คนอื่นนึกว่าเธอคือปีศาจที่ฆ่าชาวบ้าน” แล้วร่างของสาวคนนั้นก็ปรากฏร่างสาวออกมาพร้อมกับพิณสีดำ “ข้าโดนหลอกให้ฆ่าภูตบริสุทธิ์เหรอเนี่ย” ดีเวลมองดูร่างของไซเรน “ข้าชื่อมาร์แชลเดวิวล์ตนที่ 6 วานเดอร์ก็บอกเกี่ยวกับฝีมือนายแล้วว่าค่อนข้างน่ากลัวแต่จะน่ากลัวสักแค่ไหนกันเชียว” มาร์แชลบินไปนั่งบนลานน้ำพุของอีกลานกว้างหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไปจากลานนี้ “ไซเรนเดี๋ยวข้าจะกลับมาช่วยเธอ”แล้วดีเวลก็เดินเข้าไปยังลานน้ำพุ “ฉันจะนั่งดีดพิณให้เธอฟังอยู่ตรงนี้แล้วกันถ้าคิดว่าเข้ามาโจมตีฉันได้ก็เอา” แล้วมาร์แชลก็เริ่มเล่นบรรเลงพิณด้วยเพลงที่รวดเร็วพร้อมกับมีปีศาจโผล่ขึ้นมาจากน้ำหลายตัว “บันยิ๊บจัดการมันเลย” มาร์แชลสั่งพร้อมกับนั่งเล่นพิณไปตลอดเวลา

                      แล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น“โถ่เว้ยยังจะมีมาขวางอีก” ดีเวลวิ่งฝ่าโจมตีพวกบันยิ๊บพยายามเข้าไปให้ถึงตัวมาร์แชล จนเข้ามายังต่อหน้าของมาร์แชล จึงชูดาบขึ้นเพื่อจะฟันแต่พอฟันลงไปดาบนั้นเหมือนมีแรงต้านออกมา “ไงพ่อหนุ่ม เธอนี่น่าฟัดซะเหลือเกินชาวบ้านที่เข้ามาในนี้ฉันจับแปลงสภาพให้เป็นบันยิ๊บให้หมด รวมทั้งตัวเธอด้วย” มาร์แชลดูดีเวลที่ออกแรงกดดาบฟังลงมาจนตัวเก็งไปหมด “มาร์แชลเธอใช่เสียงดนตรีในทางที่ผิดฉันไม่ยอมเธอหรอก” พอไซเรนฟื้นขึ้นมาได้แต่ยังบาดเจ็บอยู่ก็ส่งพลังไปให้ดีเวลด้วยเสียงเพลงอันไพเราะ ทำให้บันยิ๊บสลายกลายเป็นน้ำไปหมดและพลังเวทย์มนต์ของมาร์แชลก็เริ่มลดสลายลงทำให้ดีเวลฟันลงไปที่ตัวมาร์แชลได้ แต่เธอก็หลบทัน “คราวนี้พี่น้องเดวิวล์ได้เหลือเพียง 9 คนแน่” ดีเวลเดินเข้ามาที่ร่างของมาร์แชลที่หมดพลังเวทย์มนต์แล้ว “เสียงดนตรีไม่ใช่เอามาไว้ใช้ทำร้ายคนรู้ไว้ด้วย” แล้วดีเวลก็เอาดาบชูขึ้นจะปักลงบนร่างของมาร์แชล

                          จู่ๆก้มีเสียงคำรามคล้ายสิงโตอยู่ด้านหลังดีเวลทำให้รู้เลยว่ามีเดวิวล์อีกตัวอยุ่ด้านหลัง “เจอกันครั้งที่ 2 ผลจะออกมาเป้นอย่างเดิมรึปล่าวหรือคิดว่าไงวานเดอร์” ดีเวลหันไปมอง “วันนี้ฉันจะไม่จัดการแกแค่มารับตัวน้องสาวฉันคืน ส่วนแกลุยกับพี่ใหญ่เอาแล้วกัน” แล้วานเดอร์ก็อุ้มร่างของมาร์แชลแล้วก็เพลิงไฟวนรอบร่างแล้วก้สลายหายไป แต่ปรากฏออกมาเป้นควันสูงขนาดใหญ่ แล้วปรากฏออกมาเป็นบาฮัมล่า “แกเก่งแค่ไหนก็ไม่มีใครสู้ข้าได้หรอก” ดีเวลเห็นปีศาจที่สูงใหญ่ 5 เมตรพร้อมเคียวขนาดใหญ่จึงวิ่งหนีพร้อมอุ้มร่างไซเรนออกมา “หนีไปเลยหนีไปได้แล้วกัน” บาฮัมล่ายืนหัวเราะแล้วเรียก โซฟอสยมทูตสีเขียว 3 ตัวออกตามล่าดีเวล พอจะถึงทางออกดับเบิลฟิงเกอร์กับเนนไทน์ก็ฟื้นขึ้นมา “เนนไทน์ดับเบิลฟิงเกอร์วิ่งสุดชีวิต” ดีเวลวิ่งนำหน้าออกไป “หนีออกกันเหรอเจ้านาย” ดับเบิลฟิงเกอร์ถามแล้วหันไปมองด้านหลังมียมทูตตามมา 3 ตัว ทั้งเนนไทน์และดับเบิลฟิงเกอร์ตกใจจึงวิ่งหนีออกไปเร็วกว่าดีเวลอีกจนมาถึงรถม้าลากวิญญาณ “เนนไทน์ขับไปให้เร็วที่สุดยิ่งใกล้ค่ายพักพวกเราเท่าไหร่ยิ่งปลอดภัย เดี๋ยวฉันจะสกัดพวกมันตามทางแล้วกัน” ดีเวลยืนบนหลังรถม้าลากแล้วหมุนดาบเป็นใบพัดเล็งมาที่พวกยมทูต และปล่อยเป็นคลื่นดาบออกไปโจมตี ทำให้พวกมันตามมาได้ลำบาก

                      จนในที่สุดก็ถึงค่ายพักพวกยมทูตก็เลิกตามและพวกดีเวลก็กลับสู่ค่ายอย่างปลอดภัยพร้อมกับช่วยเหลือไซเรนให้พ้นจากความตาย



ต่อก็อาจจะรู้นะว่าการ์ดที่จะสร้างออกมามีในเนื้อเรื่องตอนนี้ 1 ละ ไซเรน และพิณ 2.รถม้าลากวิญญาณ อื่นๆไว้คิดทีหลัง
Logged


Nortrom, The Silencer
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 14


« Reply #6 on: March 21, 2005, 06:56:31 PM »

ลายตามั่กๆเยย\(@_@)/
อ่านแบบผ่านๆอ่ะ(repแรกๆอ่านทุกตัว พอเจอเนื้อเรื่อง.. สลบ)
มีตัวนึง jealous ความหมายเดียวกะ envyนิ
อิจฉา + ริษยา ???
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #7 on: March 21, 2005, 07:26:26 PM »

ขอบพระคุณมากครับที่เข้ามาติ ชม ตรงเนื้อเรื่องไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ แต่ถ้าใครจะอดทน ลงมุนอ่านเหมือนอ่านเนื้อเรื่อง Summoner ก็เชิญได้ครับ

แต่เนื้อเรื่อง Summoner ในนั้นจะเน้นไปในเรื่องความเป้นจริงของสถานการณ์ แต่ของผมเชิงมีตลกนิดๆเหมือนตัวละครเป็นกันเอง อ่านแล้วไม่น่าจะเครียดอะไรแต่อาจจะสร้างอารมให้ดีขึ้นมาบ้างก็ได้ครับ

ส่วนการ์ดนั้นผมสร้างมาพร้อมกับคำบรรยายที่มาเล็กน้อยอันนั้นคือย่อแล้ว ถ้าเต็มๆก็เดี่ยวจะมีในเนื้อเรื่องครับ

ขอบคุณมากคร๊าบบบบบบบบบบบ  ;D  :D   8)  :D  ;D

แต่ Mystic ที่ผมสร้างแหวกแนวดีมั้ยครับโดยเฉพาะอาวุธของพวก Devil อ่ะครับ ใช้แปะให้ฝ่ายตรงข้าม ส่งแต่ผลลบ นอกจากจะแปะให้ตัวที่เป็นเจ้าของมันเองถึงจะส่งผลบวก

ถ้าชุดนี้มีออกมาจริงๆคงโหดน่าดูตรง Mystic อ่ะ ใส่พวกนั้นไป จั่วได้แปะให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างเดียว

ถ้าใครอ่านในเนื้อเรื่องแล้วจะเข้าใจขึ้นมาอีกครับ

การ์ดที่สร้างออกมามีเพิ่งความสามารถอะไรธรรมดาก็ดูไม่น่าสนุก เลยต้องมีเนื้อเรื่องให้กับมัน มันถึงจะสนุกขึ้นน่าอ่านขึ้นด้วย
« Last Edit: March 21, 2005, 07:35:46 PM by Albert Wesker » Logged


kingapollo
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 245


« Reply #8 on: March 22, 2005, 12:29:12 AM »

งั้นถ้าไงมาช่วยกันแต่งนะครับผมก็แต่นิยายเหมือนกันเท่าที่มีผลงานนะครับเรื่องนิยายสุดฮิตจากเว็ปBuyitemและFlyffonline ท้ายสุด นิยายแฟนตาซี
ปล.ถ้าไงผมจะลองใช้สมองช่วยดูนะครับ
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #9 on: March 22, 2005, 04:35:48 AM »

ได้ครับตามสบายไม่ว่ากันแต่ขอถามเรื่องนึงนะครับ

คำว่า kingapollo
ที่ผมอ่านนะผมอ่านว่า คิง-กะ-โป-โล   หรือว่ามันอ่านว่า คิง-อะ-พอล-โล่

ผมรับได้ในฝีมือการสร้างของแต่ละคนครับแต่ถ้าแต่งเร็วได้อย่างผมจะยิ่งดีเลย ผมแต่งตอนนึงเนี่ยไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเสร็จ 1 ตอนการ์ดสร้างไม่ถึง 2 นาทีเสร็จ 1 ใบนอกจากจะทำตอนไหนเท่านั้นแหละและผมพยายามจะหาออกมาแบบแหวกแนวใหม่ๆ ดูตัวอย่างเช่น Mystic อาวุธของ Devil ในเรื่องผมซิ มีแต่ติดส่งผล+ให้ฝ่ายเรา อันนั้นติดแล้วส่งแต่ผล-

-----------------------------------------
คราวนี้ก็เสร็จไปอีกตอนนึงและพร้อมกับการ์ดที่สร้าง

Siren, the Fairy of Melody
2/1 Water Musician/Divine Lv.2
At 6 Df 8 Sp 3
+Divine     Melody Sun Life   At 9 Mp 2
+N[Fairy]     Fairy Music   At 10 Mp 2
[Skill]- Seal 1 ใบติด Charm Curse 1 Turn เมื่อมีธาตุน้ำใบอื่นในสนาม [Mp 2]
[Skill]- Seal 1 ใบ Cancel Skill และ Ability ของ Seal ใบอื่น เมื่อรวมร่าง [Inf] [Mp 3]
(ไซเรนภูติแห่งเสียงดนตรีที่อยู่เดียวดายอ้างว้างในเกาะอันโดดเดี่ยวในทะเล)


Melodies, the Vina of Siren
Relic Mp 2 PS Turn
Seal ที่ใบนี้ติด Cancel Charm Curse, Poison Curse และ Freeze Curse
หาก Seal ที่ติดคือ Siren ได้รับ “Seal ทุกใบที่ติด Curse เมื่อสั่งการเสร็จต้องลงไปอยู่ที่ Df Line” เพิ่มและตราบเท่าที่มี Seal ที่ติด Curse ในสนาม จะได้รับ Mp 4]” เพิ่มอีกด้วย
(พิณเพื่อนใจของไซเรนที่มีไว้ให้เธอเล่นเพื่อคลายเหงาในใจ)


Remove World
Tarot Mp 3 PA Turn
[Skill]- Remove Mystic 1 ใบในสนาม [Inf] [Mp 3]
ทุกต้น Sub-Turn โจมตีของเราต้อง Remove Mystic ใน Shrine 1 ใบไม่งั้นให้ Sacrifice ใบนี้ทันที
เมื่อใช้ครบ 3 ครั้งให้ Sacrifice ใบนี้ทันที
[Skill]- Remove Mystic 1 ใบในสนาม (Skill นี้ใช้ได้ต่อเมื่ออยู่ใน Shrine) [Mp 2]
(ของโชว์โหดคิดมาเองไม่มีในเนื้อเรื่อง)


Mystic Hold
Tarot Mp 0 0 Turn
จ่าย Mp X ทำลาย Mystic 1 ใบที่มีค่าร่าย X
[Skill]- เมื่อมี Mystic ชนิด PA ตก Shrine นำใบนี้กลับขึ้นมือ (Skill นี้ใช้ได้ต่อเมื่ออยู่ใน Shrine) [Inf] [Mp 2]
(อันนี้ก็ด้วย)


Island of Melodies
Place Mp 3 PA Turn
Musician ทุกใบในสนาม Df+1 Sp+1 Mp-1
Divine ทุกใบในสนาม At+1 Mp ค่าร่าย -1
เมื่อมี Siren, the Fairy of Melody อยู่ในสนาม Musician, Divine ทุกใบในสนาม Cancel Ability ฝ่ายตรงข้าม
เมื่อใบนี้ตก Shrine นำ Siren, the Fairy of Melody กลับเข้ามาในสนามจาก Shrine
[Skill]- หาก Divine หรือ Musician 1 ใบในกองเอาขึ้นมือจากนั้นสลับกองการ์ด [Mp 2]
(เกาะแห่งหนึ่งที่ไซเรนอาศัยอยู่เป็นสถานที่ที่เหล่าเทวดาและนักดนตรีนั้นใฝ่ฝันอยากจะมาพักผ่อนที่นี่)


Power, the Nightmare Rickshaw
4/2 Dark Evil Lv.3
At 8 Df 9 Sp 5
+Dark     Nightmare Bump   At 10 Mp 3
+N[Round]     Power Bump   At 11 Mp 3
เมื่อเข้ามาในสนาม Seal 1 ใบสูญเสีย Skill และ Ability Turn
[Skill]- เมื่อมี Seal ตก Shrine ทิ้ง Seal 1 ใบและ Mystic 2 ใบจากนั้นนำ Power, the Nightmare Rickshaw กลับเข้ามาในสนามจาก Shrine [Inf] [Mp 3]
เมื่อถูกทำลายจาก Skill นำ Power, the Nightmare Rickshaw  กลับเข้ากอง
ตราบเท่าที่มี Richido, the Divel’s Rickshaw อยู่ในสนาม Power, the Nightmare Rickshaw Cancel Mystic ฝ่ายตรงข้าม
(พาวเวอร์ ม้าวิญญาณจากนรกที่ทรงพลังและว่องไวที่สุดในนรก)


Richido, the Divel’s Rickshaw
4/3 Dark Machine Lv.3
At 9 Df 9 Sp 5
+Dark     Trap Arrow Block  At 11 [2 Times] Mp 4
+N[Round]     Trap Hold All   At 10 [All] Mp 5
ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถโจมตี N[Round] ฝ่ายเราได้ [At Line]
เมื่อมี Ability ที่ทำให้ Seal กลับเข้ามาในสนาม กลับขึ้นมือ หรือกลับเข้ากองจาก Shrine นำ Richido กลับเข้ามาในสนาม (Ability ใช้ได้ต่อเมื่ออยู่ใน Shrine)
ตราบเท่าที่มี Power, the Nightmare Rickshaw อยู่ในสนาม Seal ฝ่ายเราทุกใบ At+1 Df+1 Sp+1
(รถม้าลากหุ้มเกราะอันแข็งแกร่งที่ป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ดี)


A Long Way in Hell
Place Mp 3 PA Turn
N[Nightmare] ทุกใบในสนามฝ่ายเราได้รับ Turn [Mp 0] และเมื่อโจมตีสำเร็จนำ At ที่ + จากผลของ Mystic ใบนี้ออกนอกเกมส์” เพิ่มด้วย
[Skill]- Sacrifice ใบนี้นำธาตุมืด 1 ใบใน Shrine กลับเข้ามาในสนาม [Inf] [Mp 4]
(เส้นทางนรกที่ยาวไม่มีที่สิ้นสุดเป็นทางที่เหล่าม้าที่อยู่ในนรกนั้นอาศัยอยู่)


Fuller, the Horseshoes of Power
Relic Mp 2 PS Turn
N[Nightmare] ที่ใบนี้ติดอยู่ At+2 Df+1 Sp+1 เมื่อจบ Sub-Turn ให้นำ N[Nightmare] ใบนั้นกลับเข้ากอง
หาก Seal ที่ติดคือ Power, the Nightmare Rickshaw ให้ At+1 Df-1 และได้รับ “เมื่อสั่งโจมตี At+1 จนจบ Sub-Turn และเมื่อตก Shrine จากการต่อสู้ เมื่ออยู่ใน Shrine ครบ 3 Sub-Turn นำกลับเข้ามาในสนาม” แทน
(ฟูเลอร์ เกือกของม้าวิญญาณที่แข็งและเต็มไปด้วยพลังอันร้อนแรง)


Bamary, the High Priest of Ponerus
3/1 Light Mage Lv.2
At 7 Df 9 Sp 3
+Light     Holy White   At 10 Mp 3
+Light Light     Holy   At 9 [All] Mp 4
[Skill]- รักษา Curse ทุกชนิดให้กับ Seal 1 ใบในสนาม [Mp 1]
[Skill]- Seal 1 ใบป้องกันจาก Skill และ Ability ของ Seal ใบอื่นและยกเลิก Mystic เมื่อรวมร่าง [Mp 3]
Bamary Cancel Curse
(บามารี่ หลวงพ่อที่อยู่ในโบถส์บนยอดเขาโพเนอรัส ซึ่งเก่งกาจและชำนาญในด้านวิชารักษา [ซึ่งในเนื้อเรื่องในประวัติตอนหลังก็คือพี่ชายของเอ็มม่าที่อยู่ในเมอริเซีย])

ส่วนเนื้อเรื่องติดตามได้เลยสำหรับคนที่สนใจอ่าน
« Last Edit: March 22, 2005, 04:52:39 AM by Albert Wesker » Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #10 on: March 22, 2005, 04:39:18 AM »

เนื้อเรื่องผมแต่งไปมันก็ทำให้ผมมีความคิดในการสร้างการ์ดขึ้นมาด้วยแบบมีตัวละครอะไรแบบนี้ก้เอามาทำให้หมด
----------------------------------------
ตอนที่ 4 เส้นทางมรณะ การดักรอของพี่น้อง Devil

   หลังจากที่ดีเวลช่วยไซเรน แล้วด้วยพิษจากดาบของดีเวลนั้นยังทำให้เธอบาดเจ็บจากภายในอยู่ซึ่งมีวิธีรักษาวิธีเดียวคือพาไปพบ บามารี่ นักบุญแห่งเมืองบนยอดเขาโพเนอรัส ทุกคนจึงตัดสินใจที่จะไปที่นั่นกัน

   พอออกเดินทางมาได้ 1 วันอาการของไซเรนก็เริ่มทรุดหนักลงเรื่อย ดีเวลจึงบอกเนนไทน์ให้เร่งม้าวิญญาณให้วิ่งเร็วขึ้นอีก ทำให้อัศวินคนอื่นๆต้องเร่งเดินทางทำให้พาหนะของแต่ละคนนั้นเหนื่อยมีเพียงม้าวิญญาณที่ไม่มีวันเหนื่อยและตายได้อีก จนทุกคนเห็นยอดเขาโพเนอรัส จึงตั้งหลักพักกันที่เชิงเขาก่อน

   ที่เต้นท์ประชุม “ดีเวลพวกเราก็รู้ว่านายเร่งรีบที่จะไปแต่หากพวกเราออกเดินทางกันอีกมีหวังหมดแรงหากเจอศัตรูระหว่างทางพวกเราจะไม่มีแรงสู้” โอแมนเดินมากอดไหล่ “ให้ฉํนไปก่อนก็ได้แล้วพวกนายค่อยตามไป” ดีเวลเริ่มมีอาการที่แปลกไปจากเดิม “งั้นโอเคอโลนเธอไปกับดีเวลด้วยแล้วกัน” แจ๊คเคิลพูด “ท่านดีเวลนี่คือขลุ่ยแห่งดราคัส เมื่อท่านเจออันตรายใดๆให้เป่าขลุ่ยนี้แล้วดราคัสจะออกมาช่วยท่าน แต่มันจะไม่ช่วยสู้รบถ้าไม่มีฉันอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นท่านใช้มันให้เป้นประโยชน์ส่วนฉันคงตามไปไม่ไหวหรอกถ้าไปจะเป็นภารให้ปล่าวๆ”เมดดี้เดินยื่นขลุ่ยแห่งดราคัสให้ “ขอบใจเธอมากมีใครอีกมั้ยที่จะไปกับข้า” ดีเวลถามแล้วสักพัก “ฉันไปด้วย นายไปไม่กี่คนถ้าเจอศัตรูยังไงก็รับไม่ไหวแน่” อมันด้าลุกขึ้นเสนอตัว “ขอบใจทุกคนที่ให้ความร่วมมือต้องรีบแล้วละไม่งั้นหากช้าไซเรนอาจจะตายได้” ดีเวลพูดเสร็จทุกคนก็ไปขึ้นที่รถม้าลากวิญญาณ

   ระหว่างทางก็เจอกับไฮบิด คิเมร่าอยู่ 5 ตัวโผล่ออกมาจากป่าข้างๆและวิ่งไล่ตามม้าวิญญาณ “มาเลยคิเรม่าหน้าไหนคิดเหรอจะตามม้าที่เทรงพลังและเร็วที่สุดในนรกได้ไง” เนนไทน์รีบควบม้าวิญญาณไปอย่างเร็วอีก แต่ก็มีไอบิดตัวหนึ่งกระโดดมาขวางข้างหน้าทำให้ม้าวิญญาณเร่งฝีมือและพุ่งชนด้วยความแรงทำให้เกิดพลังปะทะกันขนาดใหญ่ของ 2 สัตว์ใหญ่ แล้วไอบิดตัวอื่นที่ตามมาก้มาถึงอมันด้าจึงใช้ธนูยิงใส่แต่พวกมันก็หลบได้หมด “ไหนได้ของใหม่มาต้องลองใช้หน่อย” ดีเวลนึกถึงขลุ่ยที่เมดดี้ให้มาจึงหยิบเอาขึ้นมาเป่า “เจ้านายเวลาแบบนี้ยังมีอารมมาเป่าขลุ่ยอีกเหรอค่ะ” ดับเบิลฟิงเกอร์ถาม แล้วสักพักก็มีมังกรขนาดใหญ่บินวนไปมาบนท้องฟ้าพร้อมกับเสียงคำรามที่น่ากลัว แล้วดราคัสก็พุ่งลงมาโจมตีที่ไฮบิด ทำให้ไฮบิดตัวอื่นรีบเข้ามาช่วยพวกของมันและตัวที่ขวางทางม้าวิญญาณก็ชนะและพุ่งชนใส่ไฮบิดจนมันกระเด็นออกไปแล้วม้าวิญญาณก็เร่งไปต่อ

   พอวิ่งมาได้สักพักม้าวิญญาณก็หยุดไปเฉย “เฮ้ยเป็นไรวะไฟนรกดับเหรอหยุดทำไม” เนนไทน์สงสัย “เด็กดี มันจะขยับได้ไงในเมื่อฉันเอาโซ่มัดมันไว้แล้ว” เสียงมาจากด้านหน้าแต่ไม่พบอะไรที่เนนไทน์มองไป แล้วก้มองมาที่หลังม้าวิญญาณก็สะดุ้งตกใจ “เฮ้ยแกเป็นใคร” “ฉันก็คือเมอทอสเดวิวล์ตนที่ 7 ม้าตัวนี้มันหลุดมาจากนรกฉันก็ต้องมาเอากลับไปเท่านั้นเอง” แล้วคนอื่นในรถก็ลงมาดู “ดีเวลไปก่อนเถอะคราวนี้ต้องวิ่งไปเองแล้วละ ทางนี้ฉันจัดการเอง ไม่มีใครจะมาเอาม้าของฉันไปจากฉันหรอกมาเลย” แล้วเนนไทน์ก็ลงมาจากรถม้าลากยืนจ้องหน้ากับเมอทอส ส่วนคนอื่นนั้นก็วิ่งไปต่อ

   จนวิ่งมาได้ตามทางก้มีเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลาแล้วก็มีของเล่นและตุ๊กตาตัวตลกโผล่ออกมาตามทาง จนอมันด้าหยุดวิ่ง “ดีเวลหากเรายังวิ่งไปแบบนี้ไม่มีวันถึงแน่  เชิญไปต่อเถอะฉันจัดการมันเอง” แล้วอมันด้าก็ขึ้นสายธนูเล็งไว้ แล้วทุกคนก็วิ่งไปต่อ “มาเลยไอ้เดวิวล์กระจอก” แล้วเดวิวล์ตนที่ 8 ก็ปรากฏร่างออกมาต่อหน้า อมันด้า “มาเล่นสนุกกันดีมั้ยจ๊ะสุดสวย” โคเวินเดวิวล์ที่อยู่ในชุดตัวตลกยืนหัวเราะอยู่ตรงหน้าอมันด้า “ไปตายซะเถอะ” แล้วอมันด้าก็ยิงธนูใส่แต่โคเวินก็หลบได้หมด “ถึงตาฉันบ้างนะสุดสวย” โคเวินยิ้มให้แล้วก็ใช้ไพ่โจมตีใส่อมันด้าเป็นชุดๆ

   ทางด้านดีเวลที่ยังวิ่งมากันอยู่ 3 คนคือดีเวล ดับเบิลฟิงเกอร์และอโลน “เจ้านายฉันตัวเล็กเกินวิ่งเริ่มตามไม่ทันแล้วท่านีรบไปก่อนเถอะ” ดับเบิลฟิงเกอร์เริ่มเหนื่อย “งั้นเดี่ยวฉันกลับมารับนะ” ดีเวลหันไปบอกแต่พอมองไปก็เห้นว่าดับเบิลฟิงเกอร์นั้นถูกเรนเนียจับตัวเอาไว้ “ไปก่อนละนะ” เรนเนียหัวเราะแล้วก็หนีหายไป “รอก่อนดับเบิลฟิงเกอร์ไม่นานฉันจะไปช่วยเธอ” ดีเวลพูดแล้ววิ่งไปต่อกับอโลนจนมาถึงลานกว้างบนเขาโพเนอรัส

                      ดีเวลถึงกับหยุด “ไงคราวนี้ฉันมีหน้าที่มาจัดการกับแกรู้ผลแน่มาเลย” วานเดอร์ยืนขวางทางเอาไว้ “ได้งั้นมาเลย” ดีเวลชักดาบออกมาต่อกัน แต่อโลนห้ามไว้ “ดีเวลไปต่อเถอะฉันสู้เองดาบกับหมัดมันจะรู้ผลได้ไง มันต้องหมัดกับหมัด” แล้วอโลนก็หันมายิ้มให้ “อ้อจัดการกับเด็กๆสบายมาก” วานเดอร์ยิ้มแล้วตั้งท่าต่อสู้ “อย่าตายละ” ดีเวลพูดเสร็จก็วิ่งไปต่อ แล้วานเดอร์ก็คำรามจนมีไฟพุ่งขึ้นมาล้อมรอบตัวมัน “เอาละนะ” แล้ววานเดอร์ก็พุ่งเข้าไปต่อยเต็มแรง อโลนก็เข้าสนับมืออันแข็งแกร่งนั้นกั้นไว้แต่ก็ไม่ไหวกระเด็นออกไป แต่เธอก็พยายามจะลุกขึ้นมา “แค่นี้ก็ดับแล้ว” วานเดอร์หัวเราะอย่างบ้าระห่ำแล้วพุ่งเข้าไปจับอโลนกระแทกลงกับพื้นแล้วชาร์ตพลังต่อยลงที่ร่างของอโลนที่สู้ไม่ไหว แล้วก็มีเสียงของอโลนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดีเวลได้ยินจึงหันไปมอง แต่ก็ทำใจแล้วอุ้มร่างไซเรนวิ่งไปต่อ

                         จนเกือบถึงทางยอดเขาโพเนอรัส “ไซเรนอีกนิดเดียว” แล้วดีเวลก็วิ่งขึ้นไปแต่กลับเห็นเดวิวล์ 4 ตนที่พวกดีเวลนั้นยอมสละตนเพื่อให้ดีเวลนั้นไปต่อแต่กลับเจอกับพวกของดีเวลในสภาพที่บาดเจ็บ “คราวนี้แกตายแน่” วานเดอร์โยนร่างของอโลนลงมายังตรงข้างหน้าของดีเวล “โซ่จากนรกใครจะมาหลุดพ้นไปได้” เมอทอสหัวเราะแล้วเหวี่ยงโซ่ที่มัดร่างเนนไทน์ไว้มาลงที่ข้างๆอโลน “ไพ่มรณะเกมส์แห่งความตายแค่หญิงสาวเพียงคนเดียวจะมาหยุด ยากไปหน่อย” โคเวินปาไพ่ลงที่ข้างๆอโลนแล้วก็ปรากฏร่างออกมาเป็นอมันด้าที่มีรอยของมีคมบาดไปเกือบทั่วร่างกาย “เด็กตัวเล็กแต่รับภารกิจที่ใหญ่ มันยังไงก็ไม่เหมาะกับงานนี้หรอก” เรนเนียโยนร่างของดับเบิลฟิงเกอร์ลงไป ดีเวลจึงวางร่างไซเรนแล้วมาดูอาการของแต่ละคน “ดับเบิลฟิงเกอร์เธอเปรียบเสมือนน้องสาวฉัน เธอทำใจดีๆเอาไว้นะ” ดีเวลคุยกับดับเบิลฟิงเกอร์ “ท่านพี่...ฉั..ฉันรัก...ท่า..ท่านพี่” พอดับเบิลฟิงเกอร์พูดจบเธอก็สลบไป ดีเวลจึงเข้าไปหาคนอื่น “เนนไทน์ถึงนายจะเป้นเพียงคนขับม้าแต่นายก็เปรียบเหมือนน้องชายฉันอีกคน นายต้องรอดซิ ลุกขึ้น สู้กับข้าอย่าเพิ่งเป้นอะไรไป” ดีเวลขยับร่างของเนนไทน์ที่ฟกช้ำไปด้วยโซ่ฟาด “ชิง..ม้..ม้า..ของผมคืน..มา.ใ..ให้ได้” เนนไทน์ฮึดแรงสุดท้ายขึ้นมาบอกดีเวลแล้วก็ล้มลงไป “ได้ม้านายมันคือชีวิตของนาย ชีวิตของนายฉันจะเอาชีวิตของนายกลับมาให้ได้” ดีเวลพูดเสร็จก็เข้าไปที่ร่างของอมันด้า “อมันด้าถึงเธอจะไม่ใช่ลูกน้องของฉัน แต่ฉันก็ยินดีที่จะช่วยเธอทุกอย่าง” “ดี...เว.เวล..ท่า..ท่านไปเถอะ” แล้ว อมันด้าก็ออกแรงสุดท้ายลุกขึ้นมายืนข้างๆดีเวลอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่สามารถทนบาดแผลได้ทำให้เธอล้มลงไปอีก  ดีเวลจึงเข้าไปหาอโลน “อโลนถึงเธอจะเล่น หรือจะแกล้งฉันขนาดไหน ฉันไม่โกรธเธอหรอก อยู่กับฉันอย่าจากฉันไป” “ดี..เวล..ระวังด้านหลัง” แล้วอโลนก็ผลักดีเวลออกเอาตัวขวางรับหมัดของวานเดอร์จนตัวเองไปกระแทกกับหินข้างหน้าผา “จะอีกนานมั้ย” วานดอร์หัวเราะใส่ “แก พวกพ้องของฉัน ไม่เสียสละไปฟรีๆแน่ ตายซะเถอะ” ดีเวลเอาดาบแทงทะลุตัววานเดอร์แล้วดึงออกฟันเข้าที่คอจนขาดทันที แล้วร่างของวานเดอร์ก็เป็นไฟสลายไป “พี่วานเดอร์แพ้เหรอเนี่ย” เรนเนียเห็นแล้วก็เริ่มหวาดกลัว และในสีหน้าของดีเวลนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แล้วก้วิ่งเข้ามาโจมตีใส่พี่น้องเดวิวล์อีก 3 ตนที่เหลือ ซึ่ง 2 ตนพี่นั่นหนีไปได้เหลือเพียงเรนเนียที่หนีไม่ทัน “เธอรอดมาหลายงานแล้วคราวนี้ตายแน่” แล้วควันขนาดใหญ่ก้พุ่งขึ้นมาด้านหลังดีเวลบาฮัมล่าเหวี่ยงเคียวขนาดใหญ่มาฟันใส่ดีเวลแต่ดีเวลนั้นเอาดาบกั้นไว้ได้แต่ก็กระเด็นไป “ความโกรธทำให้มนุษย์นั้นบ้าคลั่งจนเสียสติ หากแกขาดสมาธิก้ไม่มีทางสู้ข้าได้หรอก” บาฮัมล่าพูดแล้วยกเคียวขึ้นจะฟันลงมา

                          “พวกแกไม่รู้หรือไงว่านี่คือเขาโพเนอรัส ภูเขาแห่งความสงบ จะมารบฆ่าฟันในเขตนี้ไม่รู้จักอายกันเลยรึไง” ชายชุดดำคนหนึ่งเข้ามาห้าม “แกเป็นใคร” บาฮัมล่าหันไปมอง แล้วชายคนนั้นก็เปิดผ้าคลุมหน้าออก พอบาฮัมล่าเห้นหน้าจึงรู้ทันทีแล้วหันมามองที่ดีเวล “แกวันนี้ถือว่าโชคดีไป เรนเนียกลับ”แล้วบาฮัมล่าก็หายเข้าไปในควันดำ “ท่านช่วยข้าที ช่วยพาคนพวกนี้ไปให้นักบุญบามารี่ช่วยรักษาอาการเจ็บที” ดีเวลเรียกชายคนนั้นให้มาช่วย ซึ่งเขาก็มาช่วยแบกร่างของเนนไทน์ อมันด้า อโลนไป ดีเวลก็ให้ดับเบิลฟิงเกอร์ขี่หลังตนเองแล้วตัวเองก็อุ้มร่างไซเรนแล้วรีบขึ้นไปยังยอดเขาโพเนอรัส

                       พอรุ่งเช้า จนในที่สุดนักบุญบามารี่ก็ช่วยทุกคนไว้ได้ทัน แล้วดีเวลก็ขอบคุณบามารี่ “หลวงพ่อขอบคุณมากที่หลวงพ่อช่วยคนเหล่านี้ไว้ แล้วชายอีกคนที่เขามาช่วยผมละหลวงพ่อไปไหนเหรอ” ดีเวลถาม “อ้อชายคนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ไหนรู้เพียงแต่เขาเดินทางไปทั่วโลก ความลับของเขาเจ้าต้องไขปริศนาในหนังสือเล่มนี้เอาเพราะในเล่มนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของเขาอย่างเดียวแต่มีความลับของสิ่งต่างๆบนโลกด้วย ส่วนอาการของเพื่อนเจ้านั้นต้องให้พักฟื้นที่นี่หน่อยอีกไม่นานก็กลับเป็นปกติ” หลวงพ่อบามารี่พูดเสร็จก็เดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ดีเวล “ขอบคุณหลวงพ่อมากเลยครับที่ช่วยพวกผมไว้” ดีเวลรับหนังสือเล่มนั้น “แล้วเจ้าต้องหัดใจเย็นหากใจร้อนเจ้าไม่มีทางทำอะไรสำเร็จหรอก” หลวงพ่อบามารี่บอกแล้วก็เดินไปดูอาการต่อ ส่วนดีเวลนั้นก็เดินออกไปที่ระเบียงของนอกก็เจอกับเดนโร่บินอยู่บนท้องฟ้ามองมาที่ดีเวล “คราวหน้าฉันไม่ปล่อยพวกแกแน่รวมทั้งแกด้วยบาฮัมล่าฉันจะหาวิธีจัดการกับแก” ดีเวลพูดอยู่ในใจ แล้วเดนโร่ก็บินหายไปบนท้องฟ้า

แล้วพวกเรนตาเซียก็เดินทางตามขึ้นมาถึงพอดี

-----------------------
ไม่ผิดใช่มั้ยที่ฉันไม่เจียมตัว แต่คำว่ารักมันสั่งให้ฉันทำตามหัวใจ...
Logged


kingapollo
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 245


« Reply #11 on: March 22, 2005, 10:03:25 AM »

นามปากกาผมapolloครับ แต่ดันมาสมัครไม่ได้นี้ซิครับอุอุ เลยอดเลย
เลยใช้kingapollo คิงอะพอลโล่
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #12 on: March 23, 2005, 03:55:21 AM »

ขอบโทษครับที่เรียกผิด ผมก็หลงอ่านว่า คิงกะโปโล ซะนาน

ต่อครับเรื่อยๆตอนที่ 6 กำลังใกล้จะเสร็จแต่ตอนที่ 5 เสร็จแล้วพร้อมกับการ์ดในเนื้อเรื่อง เอาที่การ์ดก่อนเลย

The Castle of Imprison
Devas Mp 3 PA Turn
เลือกเผ่า 1 เผ่าหรือธาตุ 1 ธาตุจากนั้นเผ่าหรือธาตุที่เราเลือกไม่สามารถเปลี่ยน Line ได้และสูญเสีย Ability “ Cancel “ ทั้งหมด
Mystic PS ทุกใบในสนามให้จำนวนนั้นเป็น 0 Turn
(ปราสาทที่เป็นที่อยู่ของพี่น้อง Devil และเป็นที่กักกันภายในตัว)


Egarus, the Mysterious Spearman
2/1 Dark Evil/Knight Lv.2
At 6 Df 5 Sp 3
+Dark     Spear Shot   At 10 Df 8 Mp 3
+Wind Water     Spear Boomerang   At 10 Sp 5 Mp 3
สามารถโจมตีจาก Df Line ได้
สามารถโจมตีข้ามไปยัง Df Line ได้ เมื่อรวมร่างกับ Wind Water
[Skill]- นำ Seal ใบบนสุดของกองการ์ดลง Shrine จากนั้น Egarus At และ Df + ตามค่าร่ายของ Seal ใบนั้น [Inf] [Mp 2]
(ยมทูตลึกลับที่มาในรูปแบบคนปกติซึ่งมีอาวุธหอกแทนเคียว)


Dragus, the Dragon
5/3 None Element Dragon Lv.4
At 10 Df 10 Sp 5
+Any Element     Wing Wywern   At 11 Mp 3
+Dragon Dragon     Strom Wywern   At 13 Mp 4
Dragus ไม่สามารถร่ายลงมาได้แบบปกติต้องใช้ Flute of Dragus เท่านั้นถึงจะเรียกออกมาได้
Seal ใบอื่นทุกใบในสนามที่ไม่ใช่ Dragon หรือ Mage Mp+1
เมื่อตก Shrine นำกลับเข้ากอง
[Skill]- ทิ้งการ์ด 2 ใบเลือก 1 ธาตุหรือ 1 เผ่าจากนั้นเมื่อต่อสู้กับธาตุหรือเผ่าที่เลือก At+2 จนจบ Sub-Turn (Effact นี้ยังคงส่งผลตลอด Turn แต่จะสามารถเปลี่ยนโดยใช้ Skill นี้อีกครั้ง) [Inf] [Mp 2]
Cancel Mystic ทั้งฝ่าย และ Skill ฝ่ายตรงข้าม
(ดราคัสมังกรในตำนานที่หายสาบสูญไปหลายร้อยปีมาแล้วหลงเหลือเพียงแต่ขลุ่ยที่ยังกักเก็บวิญญาณของมันเพียงเล็กน้อย)  


The Flute of Dragus
Tarot Mp 2 PS Turn
Mage At+1 Mp-1
Dragon At+2
Seal ที่ใบนี้ติดอยู่ได้รับ Turn
ผู้เล่นทุกคนต้องนำ Seal ของตนเองทุกใบที่เข้ามาในสนามโดยไม่ใช่วิธีร่ายจากมือเข้ามาในสนามออกนอกเกมส์
(ตะเกียงวิญญาณ ที่เป็นอาวุธของมัจุราชที่ใช้ดูดวิญญาณมากักขังไว้ในตะเกียงนี้)

ต่อไปก็เนื้อเรื่องตอนที่ 5
« Last Edit: March 23, 2005, 03:56:52 AM by Albert Wesker » Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #13 on: March 23, 2005, 04:00:13 AM »

ตอนที่ 5 กลุ่มเด็กแนว กับนิสัยในอีกด้านของมารร้าย

   ทางกลุ่มอัศวินทั้ง 6 นั้นก็ถึงคราวที่ต้องพักฟื้นให้สมาชิกในกลุ่มให้หายดีเป็นปกติถึงจะเดินทางต่อ แต่ก็มาในอีกทางด้านหนึ่ง

   บนเรือลำหนึ่งที่ลอยลำอยู่กลางทะเล “เฮ้ย เอช เมื่อไหร่จะถึงฝั่งวะ” สตีฟถาม “อีกหน่อยพรุ่งนี้เดี๋ยวถึง” เอชตอบแล้วไนโรก็ตบหัวเอช “พรุ่งนี้ตลอดเพราะแกพวกเราต้องมาลอยลำอยู่กลางทะเลแบบนี้มาหลายเดือนแล้วเนี่ย” “งั้น อยากไปถึงฝั่งเร็วๆมั้ย” เอชนึกอะไรออก “อะไรอีก” เดฟพูดแบบเซงๆ แล้วเอชก็กระโดดลงมาจากเรือ “ว่ายน้ำไปไงจะได้ถึงเร็วอยู่บนเรือมันก็ลอยไม่ไปไหนหรอก” แล้วเพื่อนคนอื่นต่างก็กระโดดลงจากเรือว่ายน้ำตามเอชด้วยความสนุก “เออ น้ำเย็นดีไม่ได้เล่นน้ำมานานแล้ว” เดฟว่ายน้ำตามกันไปอย่างสบายใจ แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าใต้พวกเขานั้นมีฝูงแมวน้ำที่กำลังหนีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง แต่พอพวกเขาเห็นฝูงแมวน้ำ พวกเขาก็ว่ายเล่นกับมันและเกาะพวกมันไป แล้วก็มีสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่โผล่มาทางด้านหลัง

   “ซวยอีกแล้วเพราะแกเจ้าเอชฉันจะจับแกกดน้ำ” สตีฟพูดแต่ก็รีบว่ายหนีโดยเกาะแมวน้ำหนีไป จนไปเห็นแพลำหนึ่งลอยอยู่และมีคนใส่ผ้าคลุมดำปิดหน้าปิดตาไม่ให้เห็น เห็นเพียงแค่ขาและแขนที่ยื่นออกมาจากผ้าคลุมลักษณะนั้นเหมือนขอทานที่สกปรก แล้วชายคนนั้นที่อยู่แพก็หันมามองแล้วยืนขึ้นพร้อมถือหอกอันหนึ่ง “เฮ้ยหลบไปแพแค่นั้นเดี๋ยวพังหมดหรอก” ไนโรตะโกนบอก แต่ชายคนนั้นเขว้งหอกมาในระยะ100 เมตรเข้าตรงหัวของสัตว์ประหลาดตัวนั้นตายทันที “เฮ้ยพวกแกเก็บหอกฉันมาให้ด้วย” พวกเอชถึงกับอึ้งในความแม่นยำนั้น “สุดยอดไกลขนาดนั้นยังโดน” แล้วเอชก็ดำน้ำลงไปดึงเอาหอกออกมาจากหัวของสัตว์ประหลาดตัวนั้นที่กำลังค่อยๆจมลงสู่ใต้ก้นทะเล
   
   พอขึ้นแพมาได้ “อ่ะนี่ คุณเป็นใครกัน” เอชส่งหอกให้ “หากจะขึ้นฝั่งละก็ว่ายน้ำไปทางนั้นเอาเองบอกทางให้แล้วก็ไปกันซะ” ชายคนนั้นชี้ให้ดูแล้วก็นั่งเฉย “คุณอยู่ในที่แบบนี้ได้ไงไม่มีอาหาร” เดฟถาม “เพราะฉันหาจับคนฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆแล้วกินไง ไปซะก่อนที่พวกแกจะเป็นอาหารฉัน” ชายคนนั้นแสดงอาการให้ดู “งั้นโอเคไปแล้วครับ ลาก่อน” แล้วเอชก็รีบกระโดดว่ายน้ำต่อไปทันที

   จนมาถึงฝั่งได้ “รอดตายแล้วพวกเรามาถึงฝั่งสักที” แล้วกลุ่มเด็กแนวพวกนี้ต่างก็นอนพักเหนื่อยบนชายหาด “แล้วต่อไปพวกเราจะทำอะไรต่อละ” สตีฟถาม “ไม่รู้” เอชตอบแล้วทุกคนต่างก็หัวเราะดีใจสนุกสนานกัน
   แล้วสักพักก็มีเสียงคนร้องให้ช่วย “มีคนให้ช่วย ไปดูปล่าว” เดฟพูด “จะรออยู่ทำไมไปเลยดีกว่า” ไนโรก็รีบลุกขึ้นวิ่งตามเสียงนั้นไป จนไปถึงต้นเสียงก็พบกับผู้ชายกลุ่มหนึ่งจับตัวผู้หญิงเอาไว้คนหนึ่ง “เข้าไปช่วยเร็ว” สตีฟบอก “เดี๋ยวดูนั่นมีบางอย่างกำลังมา” เอชชี้ให้ดูบนท้องฟ้า

   แล้วก็ปรากฏออกมาเดนโร่ที่พุ่งลงมาทำร้ายผู้ชายกลุ่มนั้นจนพวกนั้นหนีกันไปคนละทิศคนละทาง แล้วเดนโร่ก็กลายสภาพเป็นคนปกติเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้น “คุณปลอดภัยแล้วมีคนมาช่วยแล้วก็หนีไปแล้ว”      เดนโร่พูด “ขอบคุณมากนะค่ะ” หญิงสาวคนนั้นขอบคุณเสร็จก็รีบกลับเข้าไปในหมู่บ้านใกล้ๆทันที “สายตายังดีอยู่ปล่าววะตบหับเราดิ” เอชขยี้ตาตัวเองเพราะไม่เชื่อว่าปีศาจที่ดูน่ากลัวกลับกลายเป็นคนได้ “ได้เลยตามคำขอ” แล้วทุกคนก็รุมกันตบหัวเอชที่ทำให้พวกเขานั้นติดกลางทะเลมานาน จนเดนโร่รู้ตัวว่ามีคนอยู่แถวนั้นจึงยืนมองมาทางพวกเอช
   
   “พวกคุณเป็นใครกัน” แล้วมาที่นี่กันทำไม” เดนโร่ถาม “งั้นจะบอกก็คือพวกเราหนีจากทวีปโน้นมาที่นี่และก็จะทำอะไรบางอย่างบนทวีปนี้ก่อนที่จะหนีไปยังอีกทวีปหนึ่ง” เอชตอบแล้วก็วิ่งหนีพวกเพื่อนที่มารุมตบหัว “งั้นไปที่บ้านฉันก่อนมั้ย น้องสาวฉันทำอะไรอร่อยไปพักที่นั่นก่อนก็ได้” แล้วเรนเนียในร่างของเด็กสาวน่ารักก็เดินมาหา “พี่เดนโร่พวกนั้นใครเหรอ” เรนเนียถาม แล้วอาการของกลุ่มเด็กแนวกลุ่มนี้ก็ออก “ผมชื่อเอช เป็นคนที่หล่อที่สุดในกลุ่มครับ” แล้วไนโรก็กระโดถีบเอชออกไป “ผมไนโรหล่อกว่าเจ้าเอช” แล้วสตีฟก็เดินมากอดคอกับไนโร “อย่าไปเชื่อครับมันหล่อไม่ถึงครึ่งนึงของผมหรอก” แล้วเอชลุกขึ้นได้ก็กระโดดถีบทั้งไนโรและสตีฟ แต่ก็โดนเดฟถีบสวนออกมา “ผมหล่อไม่มากแต่ยั่วยวนใจ” แล้วเอชก็สังเกตไปเห็นหางของเรนเนีย “เอ๊ะคนสวย มีหางด้วยเหรอครับ” เอชถามแบบแปลกใจ “อย่าไปสนใจน้องผมเลยไปที่บ้านผมกันเถอะ น้องสาวผมอีกคนคงทำอาหารเสร็จแล้วละ” เดนโร่พูด

   พอไปถึงปราสาทหลังหนึ่งพวกเอชก็ตื่นกับความงามของปราสาทนี้ “พี่น้องผมรวมตัวผมแล้วมีทั้งหมด 10 คน น้องสาวคนสุดท้องที่คุณรู้จักก็คือเรนเนีย ส่วนเจ้าน้องชายคนที่ 9 เจ้านี่ขี้อายอย่าไปสนใจมันเลย คนที่ 8 ชื่อโคเวินเล่นมายากลเก่งมาก คนที่ 7 เมอทอสคนนี้พวกคุณอย่าไปยุ่งกับเขาเลยน้องผมคนนี้เขาชอบความรุนแรง คนที่ 6 คนนี้น้องสาวผมอีกคน เธอชื่อ มาร์แชล” เดนโร่เดินไปพร้อมแนะนำให้รู้จักกับพี่น้องต่างๆในระหว่างที่เจอจนมาถึงมาร์แชลพวกเอชอาการก็ออกอีกทำให้เดนโร่เหนื่อยใจ “ไปกันต่อเถอะพวกคุณ” เดนโร่ลากพวกเอชไปต่อ “และนี่คนที่ 5 น้องชายผมชื่อ วานเดอร์” เดนโร่ยืนกอดคอกับวานเดอร์ แต่วานเดอร์นั้นมองมาทางพวกเอชด้วยสายตาน่ากลัว “หมอนี่หน้าโคตรโหดเลย” สตีฟกระซิบให้พวกเพื่อนฟัง “หน้าหื่นมากกว่าแบบนี้เนี่ย” ไนโรก็กระซิบกลับ “ดูซิตรงรอบคอมีรอยของมีคมบาดอยู่ด้วย บริเวณตามตัวก็ด้วย” เอชกระซิบให้ฟัง “เอาล่ะไปกันต่อเถอะคราวนี้ก็ถึงคราวแนะนำให้พวกคุณรู้จักพี่ๆของผมแล้วละส่วนผมนั้นคนที่ 4” เดนโร่เดินมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่งแล้วแนะนำจากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปข้างใน

   “เดนโร่กลับมาแล้วเหรอแล้วพวกนั้นใครกัน” บาฮัมล่าถาม “นี่พี่ใหญ่สุดของทุกคนในบ้านพี่บาฮัมล่า และคนที่อยู่ตรงชั้นหนังสือตรงนั้นคือคนที่ 2 พี่กัสส่อม และคนที่นั่งอยู่ไกลๆตรงโน้นคือคนที่ 3 พี่คอนย่า” พอเดนโร่แนะนำเสร็จพี่น้องคนอื่นต่างก็มาอยู่ภายในห้องนี้ “เอาล่ะทุกคนนี่คือคนที่มาจากทวีปอื่น” เดนโร่แนะนำให้ฟัง
   
                        แล้วจู่ๆเดฟก็พูดขึ้น “พวกเราเป็นศิษย์ของมาร์คัสที่อยู่ในทวีปเมอริเซีย” แล้วทุกคนในห้องก็เงียบแล้วหันมามอง “ไอ้หนุ่มไหนแกลองบอกอีกทีซิว่าแกเป็นศิษย์ใครนะ” บาฮัมล่าถาม “ก็บอกแล้วไงว่าศิษย์ของ      มาร์คัส” เดฟพูดอีกครั้ง “งั้นเราก็ต้องดีกับศิษย์ของมาร์คัสหน่อยเย็นนี้มีฉลอง” บาฮัมล่านิ่งสักพักแล้วก็พูดขึ้นมาแล้วพี่น้องคนอื่นก็ไปจัดเตรียมงานกัน

   แล้วสตีฟก็ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆจึงหยิบมานั่งอ่านที่ระเบียงข้างนอก “บันทึกชีวิตจิตใจของพวกเรา บาฮัมล่า พี่ใหญ่สุดเขามีนิสัยที่ดียอมทำทุกอย่างเพื่อน้องๆโดยเฉพาะน้องเล็กสุดเรนเนีย พี่กัสส่อมวันๆเอาแต่นั่งเศร้าตลอดแต่ก็ทำหน้าที่ของพี่ได้ดีเกือบเท่าพี่บาฮัมล่า พี่คอนย่าถึงจะเกลียดคนภายนอกไปหน่อยแต่ในใจเขาก็มีจิตใจที่ดีงามช่วยเหลือสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกทำร้ายตลอด ส่วนผมนั้นก็ได้นิสัยเกือบทุกอย่างมาจากพวกพี่ๆแหละ วานเดอร์น้องตัวแสบที่ชอบทำอะไรตามใจไม่ค่อยชอบฟังใครแม้กระทั่งบางทียังไม่ยอมเชื่อฟังพี่ใหญ่เลย มาร์แชลน้องสาวแสนสวยของผมที่เป็นห่วงตรงเสน่ห์ของเธอทำให้มีชายอื่นนับไม่ถ้วนนั้นมาตามติดเธอจนน่ารำคาญ เมอทอสน้องซาดิสชอบความเจ็บปวดวันๆเอาแต่ทรมานตัวเอง โคเวินน้องที่ชอบทำให้บ้านเสียหายชอบวางกับดักเล่นกลต่างๆนาๆไว้ตามมุมบ้านจนบางทีพี่ใหญ่ยังตกใจกับกลของโคเวินที่เจอมา กริ้นน้องขี้อาย ไม่ชอบเปิดเผยให้คนรู้จักแต่แสบที่สุดในบรรดาน้องทั้งหมด และน้องคนสุดท้องเรนเนียถึงจะโตเป็นสาวแล้วแต่ก็น่าเป็นห่วงที่มีเสน่ห์ความน่ารักและความสวยนั้นมาจากแม่อย่างเต็มๆ และยังป้องกันตัวอะไรไม่ได้มากทำให้เป็นห่วงยิ่งกว่ามาร์แชลอีก” พอสตีฟอ่านหนังสือเล่มนี้จบก็ลุกเอาไปเก็บที่เดิม แต่ไปเจอมาร์แชลยืนอยู่ “นี่เจ้าหนุ่มหากเจอมาร์คัสฝากบอกเขาด้วยว่าฉันคิดถึงเมื่อไหร่จะกลับมา” มาร์แชลพูดเสร็จแล้วก็เดินจากไป

   จนเย็นงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นเดนโร่ก็ไปเชิญแขกต่างๆมาภายในงาน รวมทั้งชายผ้าคลุมดำที่พวกเอชเจอบนแพกลางทะเล “เจ้าหนุ่มแกรู้จักกับคนพวกนี้ได้ไง” ชายคนนั้นถาม “ก็นั่นไงเจอกับชายคนที่ผมเขียวๆแล้วเขาก็พามา” ไนโรตอบ “พวกเจ้ากล้ามากที่เข้ามาในนี้” ชายคนนั้นพูดเสร็จกัสส่อมก็เดินมา “ไงอีการัสเพื่อนเก่าฝีมือหอกของเจ้ายังแม่นเหมือนเดิมหรือปล่าว” กัสส่อมก็ดึงอีการัสเข้าไปในงาน  “นี่เอชนายว่าหมอนั่นแปลกๆมั้ย” ไนโรถาม “เอาเถอะหน่าวันนี้สนุกให้มันไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยหาลือกันอีกที” แล้วเอชก็ชวนพวกเพื่อนเข้าไปสนุกกันในงาน

   จนงานเลี้ยงเลิกเดนโร่ก็พาพวกเอชไปยังห้องพัก “ห้องนี้มาร์คัสเคยใช้พักอยู่พวกคุณเป็นศิษย์ของเขาก็คงใช้ห้องนี้ได้ตามสบาย” แล้วเดนโร่ก็เดินไปช่วยเก็บกวาดภายในงานเลี้ยง

   ภายในห้อง “มีตั้ง 4 เตียง ฉันเอามุมเว้ยใครเอาเตียงเลือกเอาเอง” แล้วเอชก็วิ่งกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงมุมห้อง “มันก็เริ่มง่วงๆแล้วละนอนดีกว่า” เดฟพูดแล้วก็มีคนเปิดประตูเข้ามา “อ้าวมาร์แชลเธอนอนในห้องนี้เหรอ” เอชถาม “ปล่าวค่ะ ฉันแค่จะมาเล่นพิณให้ฟังก่อนนอนพวกคุณจะได้หลับกันอย่างสบาย” แล้วมาร์แชลก็เริ่มบรรเลงเพลงเพียงไม่ถึง 10 วินาทีพวกเอชก็หลับสนิทเลยแล้วเธอก็ยิ้มให้แล้วเดินออกไปจากห้อง

   ตกกลางดึกในคืนนั้นสตีฟตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเดินออกไปที่ระเบียงมองไปยังสวนดอกไม้ที่มีลานน้ำพุอยู่ตรงกลางก้เห็นมาร์แชลนั้นนั่งเล่นพิณใต้แสงจันทร์ที่เป็นภาพที่งดงามมาก ซึ่งพิณนั้นสีฟ้าไม่ใช่พิณสีดำ สตีฟจึงเดินลงไปหาแต่ก็หลงกับกลมายากับดักภายในบ้านที่โคเวินนั้นเล่นเอาไว้ และกว่าจะออกมาได้ก็เอาเหนื่อยแทบตาย “เธอยังไม่นอนอีกเหรอ”สตีฟถาม “ฉันจะนั่งรอมาร์คัสอยู่ตรงนี้ทุกวันทุกคืน วินาทีสุดท้ายที่เขาจากไปมาร์คัสจากไปเขาก็ฟังเพลงที่ฉันบรรเลงให้เขาฟังจนจบเป็นคนแรกที่ฉันเคยเล่นพิณมา ทำให้ฉันยังเฝ้ารอเขาอยู่ที่นี่ตลอดไป” มาร์แชลพูดเสร็จก็วางพิณไว้ข้างๆ “แล้วทำไมเธอไม่ออกตามหาเขาละ” สตีฟถาม “ฉันไม่สามารถไปจากที่นี่ได้ ซึ่งวิธีที่ฉันจะออกไปจากที่นี่ได้วิธีนั้นมันมีบอกอยู่ แต่หนังสือนั้นก็ถูกเก็บไว้กับผู้คนที่พวกเราแตะต้องไม่ได้ พี่ใหญ่เขาก็ได้แต่เพียงคุ้มครองบรรดาน้องๆจากอันตราย พี่กัสส่อมเขาก็อ่านหนังสือในห้องสมุดเพื่อคิดค้นหาวิธีที่จะทำลายคลื่นพลังที่กักขังพวกเราไว้” แล้วมาร์แชลก็เดินไปบนน้ำพุนี้

   สตีฟจึงแปลกใจอย่างหนักที่เห็นมาร์แชลยืนบนน้ำได้ “นี่ฝันไปแน่เลย โอ๊ยง่วงหรือว่าเรื่องจริงเนี่ย” สักพักสตีฟก็หลับไป แล้วมาร์แชลก็กลายร่างเป็นปีศาจมองดูพระจันทร์เหมือนอย่างที่เธอเคยนั่งดูพระจันทร์กับ   มาร์คัส แล้วกริ้นก็ลากขาสตีฟไปไว้บนเตียงเหมือนเดิม


ตัวอย่างตอนต่อไป
     หลังจากที่พวกเอชนั้นออกเดินทางเขาก็เจอกับอัศวินทั้ง 6 ระหว่างและเกิดการปะทะต่อสู้กัน โดยพวกเอชนั้นอาจารย์ของเขาได้ติดตามมาตลอดและเปิดเผยตัวออกมาช่วยเหลือ
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #14 on: March 23, 2005, 04:04:55 AM »

ยังไม่มีอะไรให้มาทำการ์ดก็เลยข้ามไปก่อนเอาเนื้อตอนที่ 6 อ่านได้เลย

ตอนที่ 6 พลังในใจ มนุษย์ไฟศิษย์มาร์คัส

���ที่ยอดเขาโพเนอรัส “ดีเวลตอนนี้ทุกคนก็หายดีแล้วเร็วออกเดินทางต่อ”เนนไทน์มาปลุกดีเวลที่มีอาการเหมือนเดิมคือชอบนอน  “นี่เพิ่งกี่วันเองนอนอีกสักวันไม่ได้เหรอ” ดีเวลพูด “ดีเวลถ้าไม่ยอมตื่นพวกเราทิ้งนายไว้ที่นี่แหละ” เรนตาเซียเดินออกไปขึ้นม้าของเธอและอัศวินอื่นๆก็ไปเตรียมของออกเดินทาง

���ที่ปราสาท Devil พวกเอชนั้นตื่นมาอย่างสบายมาก “เมื่อคืนหลับสบายดีเงียบไม่มียุงเหมือนนอนบนเรือเลย” ไนโรลุกขึ้นไปปลุกเพื่อนคนอื่นๆ สตีฟก็ลุกขึ้นเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกตรงระเบียงและมองลงไปยังลานน้ำพุก็เจอกับมาร์แชลในร่างปีศาจนั้นยิ้มมาให้ ทำให้สตีฟตกใจกลัวแล้วรีบไปปลุกคนอื่น “เฮ้ยพวกเราดูโน้นปีศาจ นี่มันที่อยู่ของปีศาจชัวเลยดูซิ” พอทุกคนออกมาดูที่ระเบียงก็เจอกับมาร์แชลในร่างหญิงสาวปกติ “ไหนปีศาจมีแต่มาร์แชลแสนสวยของพวกเรา หรือแกคิดว่าเธอเป็นปีศาจ” เดฟพูดแล้วทุกคนก็จับสตีฟโยนลงมาข้างล่างจากระเบียง
���
���“เอาล่ะเมื่อคืนทุกคนคงนอนหลับฝันดีกันนะ วันนี้ผมจะไปส่งทุกคน” เดนโร่บอกกับพวกเอชที่ห้องโถง “นี่คุณหัวเขียวก่อนที่พวกเราจะไปขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ คือพวกคุณมีความสัมพันธ์อะไรกับอาจารย์ของพวกผมเหรอ” สตีฟถาม “อ้อเขาเคยช่วยพวกเราพี่น้องทั้ง 10 รอดจากพวกมนุษย์ล่าปีศาจ พวกเราถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจเลยมีพวกมนุษย์ที่ชอบล่าปีศาจตามล่าพวกเรา แต่มาร์คัสเขาก็ช่วยจัดการพวกนั้นให้และพาพวกเรามาอาศัยอยู่ที่นี่ และปราสาทนี้ที่จริงก็คือปราสาทแห่งหนึ่งของมาร์คัส เขายกปราสาทนี้ให้กับพวกเราเพื่อเป็นที่อาศัยอยู่” เดนโร่เล่าเรื่องให้ฟัง “แล้วอาจารย์ผมเกี่ยวข้องอะไรกับมาร์แชลเหรอ” สตีฟถามอีก “อันนี้พวกเธอต้องไปถามตัวมาร์แชลเอาเองไม่ก็ถามอาจารย์ของเธอ” เดนโร่พูดเสร็จก็เดินไป “อย่าไปถามอะไรมากเลยเขาให้มาพักอาศัยก็ดีแล้ว” เอชถาม “พวกคุณตามผมมาเลยผมจะพาไปส่ง” เดนโร่เรียกแล้วพวกเอชก็วิ่งตามไป

���จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง “นี่พวกคุณคือเราพี่น้องทั้ง 10 นั้นต้องการอยู่อย่างสงบสุขแต่ยังคงถูกตามล่าอยู่ เพราะฉะนั้นนี่คือของประจำตัวของเราพี่น้องทุกคน พวกท่านจงเอาไปให้กับจักรพรรดิแห่งโอเมก้าเถอะ เพื่อที่จะได้ประกาศว่าเราพี่น้องทั้ง 10 นั้นได้ตายไปแล้ว” เดนโร่เอาของประจำตัวของพี่น้องทั้งหมดมาให้ “นี่พิณขอมาร์แชลนี่ถ้าเราเอาไปแล้วเธอจะเล่นอะไรละ” ไนโรถาม “อ้อของพวกนี้เป็นของปลอมที่เหมือนของจริงมากเพียงแต่ไร้ซึ่งพลังอำนาจที่พี่น้องเรานั้นเก็บไว้” เดนโร่พูดเสร็จก็ชี้ทางไปยังโอเมก้าให้ดู “ขอบคุณมากเลยนะครับ ฝากขอบคุณพี่น้องคนอื่นของคุณหัวเขียวด้วยครับ พวกผมไปละ” เอชโบกมือลาแล้วเดินไป “นี่พวกคุณเก็บของพวกนั้นเอาไว้ให้ดีละอย่าให้ใครเห็น หากมีคนเห็นแล้วถามบอกเขาว่าฆ่าแล้วเก็บมา” เดนโร่ตะโกนบอกแล้วก็เดินกลับไป

���“เอช ของพวกนี้เอาไปขายได้เลยนะดูรูปร่างดิน่าจะขายได้ราคา” เดฟพูด “คุณหัวเขียวบอกให้เอาไปให้จักรพรรดิแปลว่ามันต้องราคาดีมาก จักรพรรดิอาจจะให้รางวัลกับพวกเราก็ได้ อย่าเอาไปขายเลย” เอชพูด แล้วเดินไปได้ไม่นานก็เจอกับขบวนอัศวินทั้ง 6 “เจ้าหนูหลบไปอย่ามาขวางหน่า” โอแมนบอก “ทำไมที่ทวีปนี้ยังมีพวกแต่งตัวเชยๆอยู่อีกนะ” ไนโรกระซิบให้เพื่อนฟังแล้วกลุ่มเอชก็มองมาที่โอแมนแล้วก็หัวเราะกัน “ขำอะไรอยากตายรึไง” โอแมนชักดาบออกมา “เดี๋ยวคุณพวกเราแค่กำลังจะเดินทางไปยังอาณาจักรโอเมก้าพอรู้มั้ยช่วยบอกทางที” เอชบอก “น่ารำคาญจริงทางโน้นหลบไปได้แล้ว” โอแมนชี้แล้วก็ออกเดินทางต่อโดยไม่สนว่าพวกเอชนั้นยืนขวางอยู่ “เฮ้ยคุณที่ใส่ชุดเชย ทำไมต้องรีบขนาดนี้ด้วย” สตีฟบอกแล้วพวกเอชก็เริ่มเดินถอยหลังออกมา “ใช่จะรีบไปตายที่ไหน” ไนโรตะโกนบอกแล้วพวกเอชต่างก็วิ่งหนีกัน

���“น่ารำคาญโว้ย” โอแมนเอาหอกของทหารที่อยู่ข้างๆนั้นพุ่งใส่พวกเอช “เฮ้ยหลบ” ต่างคนต่างผลักตัวออกไปจนสร้อยคอของเรนเนียกระเด็นออกมาจากถุง อมันด้าเห็นจึงนึกประหลาดใจจึงเข้าไปบอกเรนตาเซีย “ท่านค่ะนั่นมันสร้อยที่ฉันเคยได้มา ฉันขอเข้าไปถามว่าพวกได้มายังไงก่อน ท่านโปรดห้ามอย่าให้โอแมนทำร้ายเด็กพวกนั้นเลย” อมันด้าบอก  เรนตาเซียจึงตะโกนบอกโอแมน “โอแมนอย่าเพิ่งฆ่าเด็กพวกนั้นเลยให้อมันด้าถามอะไรบางอย่างก่อน” แล้วอมันด้าก็เดินเข้าไปหา “นี่พวกนายได้สร้อยเส้นนี้มายังไง” อมันด้าถาม พวกเอชจึงยิ้มแล้วก็โกหกเรื่องขึ้น “อ้อ อาจารย์ของเราเขามีฝีมือเก่งกาจนั้นได้จัดการแล้วเก็บมันมา และได้บอกให้พวกเรานั้นเอาไปมอบให้กับจักรพรรดิ” ไนโรตอบ “แล้วอาจารย์ของพวกเจ้าเป็นใครกัน แล้วเจ้ามีของพวกนี้อีกมั้ย” อมันด้าถามต่อ “อาจารย์ของพวกเราคือมาร์คัสและของพวกนี้เรามีถึง 10 ชิ้น” เดฟบอก อมันด้าตกตะลึงแล้วรีบกลับนำเรื่องนี้ไปบอกให้เรนตาเซียฟัง “อมันด้าถ้าเด็กพวกนี้มีของครบเจ้าจงไปแย่งชิงมาให้ได้” เรนตาเซียสั่งเสร็จอมันด้าก็หยิบธนูจากด้านหลังออกมาแล้วเดินเข้ามาหาพวกเอช

���“นี่พวกเด็กๆฉันขอของพวกนั้นได้มั้ย” อมันด้าถามก่อน “เฮ้ยดูท่าจะเอาจริงถือธนูมาด้วย” เอชบอก “งั้นก็...” สตีฟพูดแล้วพวกเอชก็รู้ว่าต้องทำไร “วิ่ง” กลุ่มเอชตะโกนแล้ววิ่งหนี มาชคอสสงสัยจึงเขว้งบูมเอมแรงใส่ไปโดนขาของเดฟและไนโร “เอชเอาถุงนี้ไปแกวิ่งเร็ววิ่งไปก่อน” สตีฟโยนถุงใส่ของนั้นมาให้เอช แล้วตัวเองก็โดนบูมเมอแรงของมาชคอสอีกคน “เฮ้ยเหลือคนเดียวอย่างนี้ก็ดับดิ” เอชหันไปมองเพื่อนคนอื่นที่นอนล้มลงด้วยอาการที่เจ็บขา “นี่พวกแกอ่ะรุมแบบนี้ไม่ถูกต้องนี่หว่า” เอชตะโกนบอก แล้วมาชคอสก็เขว้งบูมเมอแรงมาอีกครั้ง แต่มีชายคนหนึ่งมาปัด “อาจารย์” เอชพูดด้วยความดีใจ “เอชพาคนอื่นมาด้านหลังอาจารย์ก่อน” มาร์คัสบอกแล้วเอชก็วิ่งไปลากพวกเพื่อนคนอื่นมาด้านหลังของมาร์คัส

���“ท่านหนะเหรอคืออาจารย์ของเด็กพวกนั้น” อมันด้าตะโกนถาม แล้วมาร์คัสก็หันมาหาเอช “เอชแกเป็นลูกศิษย์ที่พัฒนาฝีมือได้เร็วที่สุดของฉันเพราะฉะนั้นวันนี้ถึงเวลาทดสอบฝีมือแล้ว” แล้วมาร์คัสก็ล้วงไปหยิบปอกแขนของวานเดอร์ในถุงออกมา “ถึงแม้มันจะเป็นของปลอมแต่มันก็จะทำให้พวกนั้นเกรงกลัวได้บ้าง” มาร์คัสยื่นให้ “ครับอาจารย์” เอชรับไว้แล้วสวมใส่ “จำไว้เอชหากวันนี้แกแพ้คือตายชนะคือรอด อาจารย์จะยืนดูอยู่ตรงนี้” มาร์คัส เอชจึงหันมามอง “อาจารย์อย่างนี้หากผมตายแล้วใครจะทำศพให้ผมละ” เอชถาม “อย่าตายก็พออจารย์จะปลุกพลังที่อาจารย์สอนให้เจ้าจากในใจของเจ้าให้” มาร์คัสบอก “อาจารย์ผมจะไม่ทำให้อาจารย์เสียหน้าแน่นอน” เอชบอก “ดีงั้นลุยเลย” มาร์คัสเอามือมาจับที่หัวของเอชแล้วก็มีพลังไฟไหลออกมาจากมือของมาร์คัสเข้าสู่ตามจุดของร่างกายต่างๆของเอช

���ที่ขบวนอัศวินทั้ง 6 อโลนเห็นปอกแขนนั่นจึงตะโกนบอกอมันด้า “อมันด้าเจ้าอย่าสู้เลยปอกแขนนั่นมันของวานเดอร์” แล้วทุกคนในขบวนอัศวินก็ตกตะลึง แล้วเอชก็เริ่มเดินเข้ามา “ไม่เชื่อแน่ว่าพวกนั้นจะมีของแบบนั้น” อมันด้าก็ยิงธนูใส่เอช แต่พอโดนตัวเอชนั้นตัวเอชก็กลายเป็นเปลวไฟแล้วธนูนั้นก็ไหม้ไม่เหลือแม้แต่ซาก “สุดยอดเลยอาจารย์” เอชทึ่งกับพลังที่ตนเองมี อโลนเห็นจึงเริ่มกลัวและระแวงเพราะปอกแขนนั้นทำให้เธอต้องบาดเจ็บสาหัส


ตัวอย่างตอนต่อไป
      เอชนั้นได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นมีพลังที่ได้ฝึกมาจากอาจารย์ของเขาและได้ทดสอบใช้ครั้งแรกกับเหล่าอัศวินทั้ง 6 แต่ทางอัศวินนั้นแจ๊คเคิลอัศวินหนุ่มที่เห็นอย่างนั้นจึงอยากจะขอประลองตรงๆ แต่ในใจแล้วเขารู้ว่าอาจจะสู้ไม่ได้ จนในที่สุดแจ๊คเคิลก็แพ้ไป อโลนจึงอยากจะขอประลองกับเอชด้วยหมัดกันตรงๆอีกครั้งโดยคิดว่าเอชนั้นคือศัตรูตัวสำคัญที่มีพลังจากปอกแขนปลอมที่เป็นตัวแทนของวานเดอร์
« Last Edit: March 23, 2005, 04:06:12 AM by Albert Wesker » Logged


Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2015, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 0.153 seconds with 21 queries.