Summoner Master Forum
February 02, 2026, 02:40:44 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News: ประกาศใช้เวบบอร์ดใหม่ http://www.stmagnusgame.com/webboard/index.php

 
   Home   Help Login Register  
Pages: 1 [2]  All
  Print  
Author Topic: มีการ์ดสร้างมาให้อ่าน  (Read 25506 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #30 on: February 06, 2005, 04:00:17 AM »

ขอย้อนและแนะนำวิจารณ์ความเป็นมาของแต่ละบางใบของการ์ดตัวเองนะครับ

เริ่มจากเหล่าแม่มดทั้ง6ธรรมชาติ ซึ่งที่มานั้นก็เลียนแบบชื่อนิดๆมาจากแม่มดที่เคยมีมาอยู่แล้วลองนึกย้อนกลับไปดูนะ และอย่างก็เป็นตัวละครในนิยายที่ผมแต่งไว้อยู่ด้วยเลยสร้างเอามาลง

อันที่2เรื่องราวของหุ่นยนต์ที่จิตใต้สำนึกอยู่ภายในแต่แสดงออกมาด้วยความซื่อสัตย์ต่อเจ้านายที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา เรื่องราวของมันในนิยายผมนั้น เนอร์ฟิตี้เป็นคนสร้างมอนสเตอร์เอ๊กขึ้นมาเพื่อที่ใช้ในการยุติและต่อสู้กับกองทัพศัตรูซึ่งมันมีอนุภาพในการต่อสู้สูงและมันพร้อมที่จะสละชีพเพื่อเจ้านายของจนไม่มีใครทำร้างเจ้านายของมันได้

อันที่3ผ๊ดิบกับมนุษย์หมาป่าอันนี้พอดีนึกขึ้นออกมาเกี่ยวกับนิยายเรื่องเก่าที่เคยแต่งขึ้นมาก้เลยเอามาลงสร้างดู

อันที่4เหล่านกทั้ง4ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้จะคิดอะไรแล้วนึกคำความ Fly ได้เลยต่อเติมไปเลยแล้วก็ทำออกมาแต่ก็ดันได้เป็นเรื่องประวัติความเป็นมาของมันไปได้

อันที่5 มังกรทั้ง4ที่ก่อภัยพิบัตบนโลกซึ่ง4ตัวนี้อยู่ในนิยายซึ่งพวกมันนั้นอาศัยกันเป็นกลุ่มอากินธรรมดาซึ่งในเนื้อเรื่องผมมันก็แค่มังกรทั่วไป แต่ผมเอามาแต่งให้ดุน่าสนใจขึ้นในตอนที่ทำมาเป็นการ์ด

อันที่6 พื้นที่ดินแดนที่เหล่าสัตว์นั้นได้มาเล่นสนุกกับเหล่าภูติ นางฟ้า เทวดาทั้งหลาย ซึ่งเหล่าเทพพวกนั้นพร้อมที่จะช่วยเหลือสัตว์ที่มาเล่นด้วย และอีกอันซึ่งเป้นพื้นที่เสริมพลังของมังกรที่ใช้ในการทำลายล้าง เหมือนกับถ้ามังกรน้ำจู่โจมก้จะมีคลื่นโหมถล่มชายฝั่งเหมือนเป้นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ช่วยให้พวกมังกรนั้นโจมตีได้ดีขึ้น

อันที่7 เรื่องราวของเทพมังกรที่มีอัญมณีสำคัญของโลกที่พระเจ้าได้เก็บไว้ในใจของพวกมันและหมอบอาวุธสุดยอดของพวกมันแต่ละตัวให้พร้อมกับเหล่านักรบศักดิ์สิทธิ์เพื่อเอาไปคุ้มครองมันอีก ซึ่งเทพมังกรเหล่านี้ในเนื้อเรื่องของผมนั้นเป้นสัตว์เลี้ยงของพระเจ้าที่เลี้ยงมันตั้งแต่เล็กจนโตขึ้นมาและนำพวกมันไปปล่อยยังสถานที่ต่างๆและถ้าดูดีๆทุกตัวคอมมังกรแล้วAt13ทันทีและชื่อท่าโจมตีจะเหมือนกันเลยให้ทุกตัวรวมร่างแล้ว Atเท่ากัน ซึ่งเทพมังกรนั้นมี เทพมังกรเงินขาวแห่งความบริสุทธิ์ เทพมังกรมรกตแห่งฟากฟ้า เทพมังกรทับทิมแห่งเปวเพลิง เทพมังกรทองแห่งความลึกลับ เทพมังกรเพชรแห่งมหาสมุทร เทพมังกรผนึกดำแห่งการชำระล้างความชั่วร้าย ซึ่งพวกมันก็มีความสำคัญหรือประวัติพอๆกับเหล่าเทพสวรรค์พวกเรกูรั่ม พวกเจนิเฟอร์ พวกโดมินิก้า อะไรทำนองนั้นอ่ะ

อันที่8 เหล่ากลุ่มคนลึกลับที่เป็นสุดยอดฝีมืออาวุธต่างๆหรือพวกรับจ้างฆ่า พวกนี้จะไม่ขึ้นต่อใครหน้าไหนทั้งนั้นพวกมันจะทำเพื่อเงินเท่านั้น

อันที่9 เหล่าแมวเหมียวทั้งหลายที่ผมนึกไว้ตั้งนานแล้วแต่ยังไม่เอามาสร้างเพราะยังนึกความสามารถให้พวกมันไม่ค่อยน่ารัก และในตอนนี้ก็ยังมีขาดตกพกพร่องตรงแมวแสงอ่ะ คิดไม่ออกเลยใส่มั่วๆไปก่อน แต่ถ้าทำออกมาเป้นการ์ดจริงรูปร่างแต่ละตัวคงน่ารักน่าดู แถมชื่อดันเป้นคู่อริกับเหล่าหนูทั้งหลายด้วย มีหนูก็ต้องมีแมว และต่อไปก็อาจจะมีสุนัข และต่อๆไปอีก

อันที่10 เหล่าผึ้งอันนี้นึกไม่ออกเลยเห้นยังไม่มีพวกแมลงก็เลยลองสร้างข้นมาเอาใจคนชอบพวกแมลงหากมีจริงคนที่เล่น Deck แมลงก็คงจะหาเอาไปใส่แน่เลย

อันที่11 อันนี้มั่วจริงๆไม่อยู่ในเรื่องไหนทั้งนั้น นึกไม่ออกแต่นึกถึงเหล่าเทพมังกรอัญมณีได้ก้เลยแต่งๆไปก่อนให้มันมีเนื้อเรื่องเกี่ยวโยงกันไปให้เป้นเรื่องราวขึ้นมา

อันที่12 พลังทำลายร้างซึ่งใน Dic Omega หมายถึง อวสาน ถ้าแปลไม่ผิดนะก็เลยเอามาแปลในนี้ว่าเป้นพลังทำลายขั้นอวสาน ซึ่งลูกมังกรนั้นก็เป้นเสมือนพลังทำลายร้างขนาดเล็กของเหล่าเทพมังกรของแต่ละตัวก็นึกเอาซะว่าเหมือนมังกรพ้นไฟแต่นี่เป้นมังกรสั่งพวกลูกมังกรตัวเล็กแทนไฟออกไป และมีขนาดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตามขนาดและชื่อของมัน จนมาถึง Omega ซึ่งเป้นพลังทำลายร้างขั้นสุดท้ายของแต่ละเทพมังกรซึ่งพลังนี้เป็นอาวุธลับที่พระเจ้าหมอบให้กับเหล่าเทพมังกรนี้เอาไว้ใช้ ซึ่งหากใช้ออกมาพร้อมกันทั้ง6ชิ้น จะทำให้โลกแตกสลายได้ จึงต้องมีพวกนักรบกาดเดี้ยนที่มาคุมสติของเทพมังกรไม่ให้อาระวาดไปทั่วและเอาพลังนี้ไปใช้ และมาคอยปกป้องจากเหล่าคนโลภที่ต้องการใช้มันด้วย

อันที่13 เหล่านักเต้นก็นึกไม่ออกอยู่ดีเลยสร้างขึ้นมาเอาใจคนเล่น Deck Dancer อาจจะมีคนที่ชอบทางนี้พอใจอยู่บ้าง ซึ่งเหล่านักเต้นเหล่านี้ก้มีในเนื้อเรื่องนิยายอันเก่าของผมแต่ชื่อไม่ใช่แบบนี้

อันที่14 เหล่าการูด้าเห้นว่าผมยังไม่เคยตั้งตัวไหนที่ชื่อการูด้าขึ้นมาเลย ก็เลยอยากลองสร้างขึ้นมาดูและก็ค่อนข้างดีไม่โกงจนเกินไปเอาไปเปรียบเทียบกับการูด้าเก่าๆแล้วอย่า Gusty Garuda อ่ะเอาไปทเยบกับ Vahal Peak Garuda อันนั้นค่าใช้สกิล 5 แต่มันใช้ตอนที่สั่งโจมตีหรือใช้สกิล อันนั้นคือฝ่ายตรงข้ามต้องเสีย mp ในการโจมตีหรือใช่สกิลแต่ตัวนี้ยังไม่เสียอะไรเลยค่าใช้สกิลน้อยลงมาหน่อย เพราะหากเยอะฝ่ายตรงข้ามอาจจะมีแก้สบาย เพราะวาฮาปีกการูด้านั้นฝ่ายตรงข้ามตีมาจ่าทั้งค่าตีทั้งค่าแก้ย่อมมี mp เหลือน้อยเลยต้องปรับกันเล็กน้อย

อันที่15 เรื่องต่อจากเนอร์ฟิตี้ตายจากการถูกวางยา ซึ่งมอนสเตอร์เอ๊กไม่สามารถปกป้องอะไรได้เลยและพอเจ้านายผู้ควบคุมของมันตายไป เครื่องยนต์ที่ไม่มีใครควบคุมย่อมดับลงอยู่ในกองสุสาน และคนที่วางยาพิษนั้นก็เป้นนักปรุงยานรกที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดหากพบตัวได้ยาก

อันที่16 เรื่องราวของผู้คุมวิญญาณที่สามารถดึงวิญญาณดวงไหนก็ได้ขึ้นมาใช้ และพ่อมดที่มาจากนรกที่สามารถปลุกวิญญาณที่ตายไปแล้วให้ฟื้นขึ้นมาได้แต่เพียงร่างที่เป้นปีศาจเท่านั้นไม่สามารถฟื้นขึ้นมาเป้นดังเดิมได้ และด้วยความสงสารที่เห้นความเป็นมาของมอนสเตอร์เอ๊กทำให้เขายอมเสียสละวิญญาณส่วนหนึ่งในร่างกายไปให้มอนสเตอร์เอ๊กเพื่อให้หุ่นยนต์นี้มีชีวิตจิตใจพร้อมกับจิตใต้สำนึกที่มีต่อเจ้านายมันอยู่แล้ว มันจึงฟื้นกลับจากความตายเพื่อล้างแค้นให้กับเจ้านายของมัน และอีกคนนักล่าวิญญาณที่คอยปราบปีศาจร้ายต่างๆบนโลกและสวดส่งวิญญาณชั่วร้ายให้ไปเกิดใหม่ โดยในเนื้อเรื่องผมตอนท้ายๆเขาจะส่งวิญญาณของมอนสเตอร์เอ๊กที่มีจิตใจหวงแหนต่อเจ้านายของมัน จนแจ๊คต้องบุกยังนรกเพื่อช่วยวิญญาณของเนอร์ฟิตี้ขึ้นมาเพื่อให้มอนสเตอร์เอ๊กนั้นหมดห่วงในเรื่องของเนอร์ฟิตี้และทำให้ทั้งเจ้านายและหุ่นยนต์นั้นได้ไปเกิดใหม่ทั้งคู่

อันที่17 ภูติแห่งหิมะและภูติแห่งดอกไม้ที่เป้นพี่น้องกันไปไหนไปด้วยกันคอยส่งข่าวสารให้กับเหล่าเทพและปีศาจบนโลก บนสวรรค์และในนรก

อันที่18 เหล่าไตตั้นที่มีพลังตามชื่อในตัวของมันตัวแรก มีพลังแห่งแสงในการยิงเลเซอร์แสงสีขาวส่งศัตรูออกไปนอกโลก ตัวที่2ใช้พลังจิตในการฆ่าศัตรูจากระยะไกลโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงเข้าไปสู้ ตัวที่3มีพิษร้ายแรงที่อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่น่ากลัวมากและภายในป่านั้นมีหนองน้ำขนาดใหญ่ซึ่งหนองน้ำนั้นก้มีไตตั้นตัวนี้ที่มีพิษทั้งร่างกาย ซึ่งมันไม่สามารถหาทางออกไปจากป่านี้ได้มันจึงได้เพียงส่งพิษร้ายนี้ให้ลอยไปตามอากาศ

ส่วนเรื่องมังกรที่จะให้สร้างขึ้นมาอีกนั้นคงต้องรอไปอีกสักระยะหน่อยแต่คงไม่นานมากหรอก
 ;D ;D ;D ;D ;D
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #31 on: February 06, 2005, 05:09:56 PM »

Flying Fish
Element Water Type Monster Mp1/1 Lv.1
At 5 Df 6 Sp 3
+[Water]: Wing Fish: At 8 Mp 1
+[Wind]: Wing Gust: At 9 Sp 5 Mp 2
[Skill] - นำ Seal ใบอื่นฝ่ายเรา 1 ใบกลับขึ้นมือพร้อมกับนำ Flying Fish กลับขึ้นมือ [Mp 2]
[Skill] - จ่าย MpX จากนั้นนำ Seal 1 ใบฝ่ายเรา 1 ใบในมือ LvX เข้ามาในสนามจากนั้น Seal นั้น At+1/X Turn เมื่อรวมร่าง [Mp 1]

สิ่งมีชีวิตที่ประหลาดเล็กน้อยที่มีร่างเป็นปลาและมีปีกบินไปมาบนท้องฟ้าได้

Fisherman
Element Water Type Knight Mp2/1 Lv.1
At 6 Df 7 Sp 3
+[Water]: Fish Hook Attack: At 9 Mp 2
+[Flying Fish]: Flying Hook Attack: At 9 Sp 4 Mp 1
เมื่อเข้ามาในสนามเราสามารถหา Flying Fish จากกองการ์ด 1 ใบขึ้นมือ
เมื่อต่อสู้กับ Seal ที่มี Sp ต่ำกว่านำ Sp ของ Fisherman กับ Seal ที่ต่อสู้ด้วยมาลบกันจากนั้นนำมา +At ให้ Fisherman จนจบการต่อสู้

ชาวประมงที่ไปพบเห็นปลาประหลาดตัวนี้บินอยู่บนท้องฟ้าจึงได้จับปลาพวกนี้นำมาเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงคู่กลายคอยให้มันบินหาฝูงปลาที่อยู่ทะเลได้ไม่ยาก
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #32 on: February 07, 2005, 03:17:46 AM »

นี่คือเนื้อเรื่อง Summoner ที่ผมจะแต่งขึ้นมา ที่จริงผมแค่ต้องการอยากจะเรียกร้องความสนใจให้มีคนเข้ามาพูดคุยในนี้บ้าง ก็เลยลองเอาเนื้อเรื่อง Summoner ที่ผมแต่งขึ้นมาเองมาใช้ดูเพื่อจะมีคนสนใจเข้ามาคุยในนี้บ้าง และในเรื่องนี้หากมีชื่ออะไรที่ไม่คุ้นเคยหรือผิดเพี้ยนก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วย

SUMMONER MASTER
ผมชื่อ มาร์คัส และตอนนี้ในทวีปของผมได้เกิดสงครามครั้งยิ่งใหญ่ ผมไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมมาจากไหน แต่รู้เพียงอย่างเดียวผมหลงรักอลาน่า ผมทำได้แค่ช่วยเหลือคนที่ผมรักเท่านั้น ผมเคยสนิทกับเธอตอนเด็กๆ เล่นกันจนเหมือนเป็นพี่น้อง แต่ผมก็ต้องจากเธอไปจนทุกวันนี้ เวลาได้ผ่านไป12ปี อลาน่าก็โตเป็นสาวแล้ว ผมจึงคิดที่จะกลับไปหาเธออีกครั้ง

Chapter 1 การกลับมา

ที่เมืองท่าแอนดิซอง
พ่อค้าต่างๆมากมายจากเมืองต่างๆได้มารวมตัวกันค้าขายที่นี่ ซึ่งในขณะนั้นเองก็มีเจ้าหญิงวัย17ปีของเมืองนี้คือ อลาน่า เธอเดินมาพร้อมกับองครักษ์หนุ่มใส่เกาะน้ำแข็งหนาอังเดรเพื่อตรวจทุกข์สุขของประชาชนของเธอในเมืองนั้น เสร็จแล้วอลาน่าก็กลับขึ้นเรือพระที่นั่งเพื่อไปยังเกาะแอนเดอรัส ซึ่งที่นั่นเป็นเกาะของ วิออเรีย ที่เป็นเหมือนกับพี่สาวของเธอ
   
พอมาถึงวิออเรียได้ยิ้มด้วยความดีใจ “เจ้าหญิง ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมาหาพี่ที่นี่” ระหว่างทางที่เดินเข้าไป เจ้าหญิงอลาน่าก็ตื่นตะลึงกับความงามของวังน้ำแข็ง
“พี่วิออเรียสร้างวังแบบนี้ขึ้นมายังไงค่ะ” อลาน่าถามด้วยความสงสัย “พี่ได้ใช้น้ำแข็งจากแทบขั๋วโลกมาสร้าง” วิออเรียเดินไปจนถึงห้องโถงขนาดใหญ่ วิออเรียจึเชิญขุนนางทั้งหลาย อังเดรและเจ้าหญิงอลาน่าพักที่ห้องนี้ก่อนสักพัก วิออเรียเดินเข้ามาหาเจ้าหญิงอลาน่าแล้วพูด “ระวังหน่อยนะรอบๆเกาะนี้มีสัตว์ประหลาดน่ากลัวเยอะ”
   
หลังจากนั้นเจ้าหญิงอลาน่าจึงขออังเดรไปเดินเล่นรอบๆวังโดยมีอังเดรตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัย “อังเดรท่านมารับใช้เป็นทหารตั้งแต่ตอนไหนเหรอ”     เจ้าหญิงอลาน่าถาม “ตั้งแต่ตอนอายุ15ปี ตอนนี้ก็ผ่านไป10ปีแล้ว” อังเดรพูด พอเจ้าหญิงอลาน่ามาถึงลานของนอกแล้วจึงวิ่งเข้าไปชมดอกไม้แห่งน้ำแข็งสีฟ้าใส แล้วสักพักก็มีสาวคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูแลสวนนี้ “เจ้าหญิงที่นี่อันตรายนะเพคะ” สาวสวนคนนั้นพูดด้วยความเป็นห่วง “งั้นฉันขอดอกไม้นี้สักดอกจะได้มั้ยจ๊ะ” เจ้าหญิงอลาน่าชื่นชมกับดอกไม้ที่เป็นอย่างมาก “ได้เพคะ แต่ต้องรีบกลับเข้าไปนะเพคะ ที่นี่มันอันตราย” สาวสวนพูด “อันตรายยังไงจ๊ะ พวกดอกไม้นี่ไม่น่าจะเป็นอันตรายเลยนิ”            เจ้าหญิงอลาน่าพูดด้วยความสงสัย “เจ้าหญิงระวัง”อังเดรกระโดดเข้าไปขวางทางอมาดิลอน(Armadillon)สัตว์ประหลาดแห่งทุ่งน้ำแข็งที่โผล่ออกมา8ตัว
“เจ้าหญิงหาที่หลบก่อน” อังเดรชักดาบออกมาเข้าต่อสู้กับอมาดิลอนเหล่านั้น จนได้รับบาดเจ็บจากการโดนเขาของอมาดิลอนแทงทะลุเกราะแขนข้างขวาที่ถนัดใช้ดาบ
“อังเดรท่านไหวมั้ย” เจ้าหญิงอลาน่าพูดด้วยความเป็นห่วงแล้วร่ายเวทมนต์รักษาบาดแผลให้ แต่ระหว่างนั้นได้มีอมาดิลอนตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาทำลายเจ้าหญิง แต่มีกริฟฟอนเผือก(Albino Gryphon) เข้ามาปกป้องไว้แล้วต่อสู้กับอมาดิลอนตัวนั้นด้วยสบัดปีกขนาดใหญ่ที่ขาวพัดพวกอมาดิลอนเหล่านั้นกระเด็นหายไปหมด แล้ววิออเรียก็วิ่งมาถึงพอดี “เป็นอะไรมั้ยเจ้าหญิง”อังเดรลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหา “กริฟฟอนเผือกตัวนั้นของใครกัน” วิออเรียถาม แล้วกริฟฟอนตัวนั้นก็บินไป เจ้าหญิงอลาน่ายิ้มเล็กน้อยเหมือนจะรู้ว่ากริฟฟอนเผือกตัวนั้นเป็นของใคร
   
พอจบเรื่อง ทุกคนจึงเดินกลับเข้ามาที่ห้องโถงที่เดิม อลาน่าจึงเล่าเรื่องในวัยเด็กให้ฟัง “ในตอนเด็กๆนั้นฉันเคยรู้จักกับชายคนหนึ่งที่ชื่อมาร์คัส เขาไปเสมือนกับพี่ชายของฉันเลยคอยปกป้องดูแลอันตรายทุกอย่างในตอนฉันยังเด็ก จนเขาหายสาปสูญไป แต่ก่อนที่เขาจะจากไป เขาได้มอบลูกกริฟฟอนเผือกตัวนั้นให้กับฉัน แต่ฉันก็ปล่อยมันให้ไปตามหามาร์คัสหลังจากที่เขาจากไป จนทุกวันนี้ก็ไม่เจอมาร์คัสอีกเลย” ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ วิออเรียจึงพูดขึ้นมา “แล้วทำไมเจ้าหญิงไม่ออกตามหาเลยละ”
“ฉันก็อยากจะทำอย่างนั้นเหมือนกันแต่ต้องมีภาระหน้าที่ต้องทำอีก” เจ้าหญิงอลาน่าพูด
   
พอตกเย็นเจ้าหญิงอลาน่าจะกลับไปยังวัง “เดี่ยวก่อนซิเจ้าหญิงนี่ก็มืดแล้ว ทะเลก็คลื่นแรงอย่าเพิ่งกลับเลยอยู่พักที่นี่สักคืนก็ได้ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ” วิออเรียพูด
เจ้าหญิงอลาน่าจึงกลับเข้าไปยังวังของวิออเรียเพราะคลื่นทะเลมันแรงอาจจะทำให้เรือล่มได้ อลาน่าจึงไปอาบน้ำกับวิออเรียในบ่อน้ำศักดิ์ที่โพไซดอนทรงประทานมาให้
“เจ้าหญิงรักชายคนนั้นมั้ย” วิออเรียพูด “มาร์คัสเหรอ ฉันชื่นชมเขามากตั้งแต่ตอนยังเด็กเขาเป็นสุภาพบุรุษมาก แต่น่าเสียดายที่เขาจากไปก่อน” เจ้าหญิงอลาน่าพูด
“แล้วเจ้าหญิงอยากเจอหน้ามาร์คัสอีกมั้ย ฉันมีกระจกที่สามารถเห็นหน้าของคนที่ต้องการได้” วิออเรียพูดแล้วหยิบขึ้นมาให้ดู เจ้าหญิงอลาน่าจึงขอส่องดูหน้ามาร์คัส แล้วก็มีแสงสว่างประกายออกมาจากกระจก แล้วกระจกนั้นก็ร้าว “สงสัยมันคงจะเก่าจนใช้งานไม่ได้แล้ว”วิออเรียพูด “งั้นก็แย่จังเมื่อจะได้เจอเขาอีกครั้ง”เจ้าหญิงอลาน่าพูด
แล้ว2พี่น้องคู่นี้ก้ขึ้นจากบ่อน้ำโพไซดอนไปแต่งตัวที่ห้องเพื่อเข้าบรรทม
   
พอตอนดึกๆเจ้าหญิงอลาน่านอนไม่หลับจึงออกไปที่นอกระเบียงดูเกลียวคลื่นในทะเลที่กำลังนิ่งสงบ แล้ววิออเรียก็เข้ามาหา “เจ้าหญิงตอนนี้เจ้าหญิงคงจะรู้เรื่องนะว่าเจ้าชายของอาณาจักรซาโลมอิสฮานนั้นได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ชั่วคราวในระหว่างทางกษัตริย์ตัวจริงซาดินนั้นได้ไปทำศึกสงคราม” เจ้าหญิงอลาน่าจึงไปนั่งที่เตียง
“ทำไมเหรอ”เจ้าหญิงอลาน่าพูด วิออเรียจึงเดินมานั่งข้างๆ “เพราะตอนนี้อิสฮานกำลังต้องการจะได้เจ้าหญิงไปเป็นมเหสี หากเจ้าหญิงปฏิเสธที่อาณาจักรแอนดิซองของพวกเราอาจจะถูกโจมตีได้ ทางเดียวที่จะรอดคือเจ้าหญิงต้องแต่งงานโดยด่วน” เจ้าหญิงอลาน่าได้ฟังจึงวิตกกังวล “แล้วฉันจะทำยังไงดีละ” “อีก1เดือนถ้าจำไม่ผิดอิสฮานจะมาสู่ขอเจ้าหญิงที่พระราชวังใหญ่ของท่านพ่อและท่านแม่” วิออเรียพูดแล้วก็เดินออกจากห้องไป พอเธอเดินออกมาจากห้องแล้วก็พบกับอังเดรที่กำลังเดินตรวจตราแถวๆหน้าห้องเจ้าหญิง เธอจึงเดินเข้าไปหา “ท่านมีใจภัคดีต่อเจ้าหญิงด้วยเหตุอันใด” วิออเรียถาม “ข้าทำไปเพื่อต้องการให้เจ้าหญิงปลอดภัย”อังเดรพูด “แต่ฉันคิดว่าท่านน่าจะมีเหตุผลอื่นเช่นแอบหลงรักเจ้าหญิงอยู่ก็เป็นได้” วิออเรียพูด อังเดรฟังแล้วก็นิ่งไปแล้วก็เดินไปตรวจตราต่อ ในระหว่างนั้นเจ้าหญิงอลาน่าได้แอบฟังหลังประตูในห้อง แล้วเจ้าหญิงอลาน่าก็ไปบรรทมต่อ
   
พอตอนเช้าคนรับใช้ของวิออเรียจึงมาปลุกเจ้าหญิงให้ตื่น เจ้าหญิงอลาน่าจึงไปล้างหน้าให้สดชื่นแล้วเดินไปที่ห้องโถง “นี่ก็สายแล้วนะรีบกลับไปเถอะเจ้าหญิง”
วิออเรียพูด “งั้นโชคดีนะค่ะพี่วิออเรีย เดี่ยวจะมาเยี่ยมใหม่ในครั้งหน้า”เจ้าหญิงอลาน่าพูดแล้วเดินขึ้นเรือพระที่นั่งเพื่อกลับไปยังเมืองหลวงแอนดิซอง
   
ระหว่างทางได้มีมังกรใต้น้ำขนาดยักษ์(Jormungand)โผล่ขึ้นมาโจมตีเรือของขุนนางข้างๆจนเรือแตกพังอังเดรจึงรีบวิ่งออกมาดู แล้วสั่งการเรือรบทั้งหมดโจมตี
ล้มมันให้ได้ ยิง แล้วมังกรตัวนั้นก็ดำลงไปใต้น้ำ “อิริคนำพลเมอแมนลงไปโจมตีใต้น้ำเลย”อังเดรสั่ง แล้วกริฟฟอนเผือกที่เจ้าหญิงเห็นเมื่อวานก็บินมาซึ่งในตอนนี้นั้นมีคนขี่มาด้วย “มาร์คัส” เจ้าหญิงอลาน่าพูดด้วยความดีใจ แล้วกริฟฟอนเผือกก็บินวนด้วยความเร็วสูงเหนือน้ำทะเลเล็กน้อยทำให้มังกรน้ำนั้นโผล่ขึ้นมาโจมตีกริฟฟอน แต่ กริฟฟอนหลบได้ทัน มาร์คัสจึงกระโดดไปบนหัวของมังกรน้ำตัวนั้นแล้วชักดาบออกมา ดาบนั้นได้ส่องแสงประกายสว่างมากจนทุกคนมองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย มาร์คัสได้ใช้ดาบนั้นแทงลงที่หัวของมังกรน้ำตัวนั้น ทำให้มันบาดเจ็บสาหัสจนต้องดำลงน้ำไปอีกครั้ง มาร์คัสจึงกระโดดขึ้นไปขี่กริฟฟอนบินขึ้นฟ้าดูมังกรน้ำนั้นค่อยๆจมลงสู่ใต้ทะเลพอมังกรน้ำตัวนั้นจมจนหายไปไม่เห็นร่างแล้ว มาร์คัสจึงขี่กริฟฟอนบินไปหาเจ้าหญิงอลาน่าที่เรือ พอมาร์คัสลงจากหลังกริฟฟอนเจ้าหญิงอลาน่าก้วิ่งเข้ามากอดทันทีด้วยความคิดถึง “คราวนี้อยากหนีฉันไปอีกนะ”เจ้าหญิงอลาน่าพูด มาร์คัสจึงลูบหัวเจ้าหญิงอลาน่าเบาๆ “ที่ไปนั้นฉันมีเหตุจำเป็น ฉันก็มีหน้าที่ที่ต้องทำซึ่งคราวนี้เธอจะไปกับฉันก็ได้” มาร์คัสพูด อังเดรจึงเดินมาหา “เจ้าแน่แค่ไหนที่จะเอาเจ้าหญิงไปเสี่ยงอันตรายอะไรกับเจ้าด้วย” อังเดรพูดมาร์คัสจึงหันมามอง “งั้นจะลองพิสูจน์ฝีมือก็ได้นะ นายจะได้รู้ว่าฉันหรือนายใครจะสามารถปกป้องเจ้าหญิงจากอันตรายได้” แล้วเรือพระที่นั่งก็มาถึงพระราชวังใหญ่
   
เจ้าหญิงอลาน่าจึงรีบเข้าเฝ้ากษัตริย์และราชินี “เจ้าหญิงอลาน่าขอเข้าเฝ้า” ทหารคนหนึ่งมารายงาน แล้วเจ้าหญิงอลาน่าก็เข้ามา “มีอะไรละเจ้าหญิงน้อยๆของพ่อ”กษัตริย์พูด “หญิงได้เจอกับพี่มาร์คัสที่จากหญิงไปตอนเด็กๆแล้วค่ะ”เจ้าหญิงอลาน่าพูดด้วยรอยยิ้มดีใจ “ลูกต้องการจะจัดงานแต่งงานใช่มั้ยละ”ราชินีพูด
“ใช่ค่ะ ยิ่งเร็วยิ่งดีเลย”เจ้าหญิงอลาน่าพูด “แต่มันก็ยังมีข้อขัดๆเล็กน้อย คืออิสฮานกษัตริย์ของซาโลมนั้นจะมาสู่ขอลูกในเดือนหน้านี้เอง”กษัตริย์พูด “เพราะเช่นนี้ไงหากหญิงได้แต่งงานไปแล้ว กษัตริย์อะไรนั่นก็มาสู่ขอหญิงไม่ได้”เจ้าหญิงอลาน่าพูด “งั้นมีอีกข้อนึงนะ มาร์คัสของลูกที่ว่านั้นมีฝีมือแค่ไหน เขาจะปกป้องลูกได้รึปล่าว”ราชินีพูด “งั้นก็จัดการต่อสู้พิสูจน์เลยซิค่ะระหว่างอังเดรกับมาร์คัส”เจ้าหญิงอลาน่าพูด “ได้แต่มีข้อแม้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะเจ้าต้องแต่งงานกับคนที่ชนะ”กษัตริย์พูด
“ก็ยังดีกว่าที่ต้องไปเป็นมเหสีของกษัติรย์ซาโลม”เจ้าหญิงอลาน่าพูด แล้วกษัตริย์และราชินีก็ไปพักผ่อน เจ้าหญิงอลาน่าพูดก็เดินออกมาหาอังเดรและมาร์คัส “ทั้ง2คนจ๊ะเสด็จพ่อนั้นจะจัดการต่อสู้ระหว่างเธอ2คนในอาทิตย์หน้า”เจ้าหญิงอลาน่าพูด แล้วก็เดินไปยังวังพร้อมกับพี่เลี้ยงโรซาน่า
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #33 on: February 07, 2005, 03:19:50 AM »

มีต่อตือผมจะสร้างการ์ดใหม่ๆขึ้นพร้อมกับแต่งเนื้อเรื่องพวกนี้ไปพร้อมๆกันด้วย

Chapter 2 เสียงร้องของแผ่นดิน

   ที่หมู่บ้านฟูดินัน ในตอนเช้าทุกคนต่างออกไปทำงาน ผู้ชายก็ไปทำนาล่าสัตว์ สาวๆก็ออกไปเดินเก็บผลไม้ และในกลุ่มสาวๆนั้นมีหลานสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน วูจิน เธอชื่อวานาอันสาวชาวเขาวัย16ปีที่อยู่กับชีวิตธรรมดาเหมือนสาวชาวบ้านไปวันๆ หลังจากที่อิสฮานเคยมาหลงรักแต่พออิสฮานได้ขึ้นเป็นกษัตริย์วานาอันและอิสฮานนั้นไม่สมควรซึ่งกันและกัน กษัตริย์กับสาวชาวป่าชาวเขา
   
วานาอันได้เดินเข้าไปในป่ากับกลุ่มเพื่อนๆไปเก็บผลไม้ “วานาอันวันนี้ไปแถวทะเลสาปรีนันดากันมั้ย” วานาอันจึงวิ่งไปกับเพื่อนกันสนุกสนาน พอมาถึงที่ทะเลสาปรีนีนดา วานาอันและเพื่อนๆก็สักการะเทวรูปอันดีนที่อยู่ในทะเลสาปแห่งนี้ “วานาอันเดี๋ยวลงเล่นน้ำกันก่อนมั้ย” เพื่อนวานาอันพูดแล้วลงไปเล่นในน้ำ “ไม่ละฉันจะนั่งอยู่ข้างๆสระแล้วกัน” วานาอันพูดแล้วนั่งลง แล้วก็มีหนูตัวหนึ่ง(Geo Rat)วิ่งมาหาวานาอัน วานาอันจึงเอาผลไม้ที่เก็บมาให้หนูกิน ในขณะที่เพื่อนๆวานาอันกำลังเล่นน้ำเธอได้นึกถึงตอนที่เธอยังเป็นเด็กก็เคยมาเล่นน้ำที่ทะเลสาปแห่งนี้เหมือนกัน แล้วก็แผ่นดินก็สะเทือนเหมือนกับมีอะไรที่ขนาดใหญ่มาทางนี้หนูตัวนั้นจึงกัดแขนเสื้อวานาอันเหมือนหนูตัวนั้นมันจะพาหนีไปไหนสักที่ วานาอันและเพื่อนๆจึงเก็บของและวิ่งตามหนูตัวนั้นไป พอหนูตัวนั้นหยุดก็มาถึงเชิงเขาคีรีบันดา ที่มีมังกรยักษ์(Python, Kerebanda's Guardian) “วานาอันเราวิ่งตามหนูตัวนั้นมาที่นี่ทำไม” แล้ววานาอันก็เดินเข้าไปในถ้ำใกล้ๆที่หนูตัวนั้นวิ่งเข้าไป “เราตามหนูตัวนั้นไปกันเถอะ” พอเข้ามาถ้ำนี้ก็เป็นถ้ำธรรมดาตัน ซึ่งลึกเข้าไปเพียง10เมตร แล้วแผ่นดินก็สะเทือนดังขึ้นเหมือนเจ้าตัวขนาดใหญ่มันตามมา พวกวานาอันจึงมองออกไปจากในถ้ำก็เห็นขาขนาดใหญ่ของตัวนั้น ทุกคนจึงตกตะลึงกับขนาดเท้าที่ใหญ่มาก แล้วเจ้าตัวนั้นมันก็ก้มลงมองมาในถ้ำจึงเห็นพวกวานาอันกำลังหลบอยู่ในนี้ มันจึงใช้ค้อนทุบเพื่อพังถ้ำเข้าไป
“ทุกคนจับมันให้ได้” เสียงแฮริสันที่เรียกพวกผู้ชายมาปราบเจ้ายักษ์ตัวนี้ แล้วเจ้ายักษ์ตัวนั้นก็วิ่งหนีไป “ไม่เป็นไรแล้วข้างนอกปลอดภัย”แฮริสันเรียกวานาอันออกมา “ขอบคุณพี่มากเลยนะค่ะ” วานาอันพูด “เดี๋ยวนี้เริ่มมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นในอาณาจักรของพวกเราแล้ว” “วานาอันกลับบ้านไปหาปู่ก่อนแล้วกันเดี่ยวพี่จะตามไปล่าเจ้าตัวนั้นก่อน” แฮริสันพูดเสร็จก็วิ่งตามไปทางที่เจ้ายักษ์ตัวนั้นหนีไป วานาอันและเพื่อนๆจึงรีบกลับมาที่หมู่บ้าน
   
พอกลับมาถึงหมู่บ้าน วานาอันก็เห็นเหมือนว่าที่นี่ได้ถูกทำลายลงบ้านแต่ละหลังต่างพังทลายเหมือนเป็นซากเมือง “ปู่” วานาอันจึงรีบวิ่งไปที่บ้านของวูจินไปหา
“ปู่เป็นอะไรมั้ยค่ะ” “ว..านา..อั.น รีบหนีไปก่อนอย่าเพิ่งเป็นห่วงปู่เลย” วูจินพูดเหมือนไม่มีแรง “ทำไมค่ะปู่ หนูจะอยู่ดูแลปู่เนี่ยแหละ” วานาอันพูด “วานาอันระวังข้างหลัง” วูจินรีบลุกขึ้นไปข้างไว้แล้ววูจินก็โดนค้อนขนาดยักษ์ทุบใส่ “ปู่” วานาอันพูดแล้วมองมันก็คือเจ้ายักษ์ตัวนั้น แล้วมันก็จับวานาอันไป
   
พอพวกแฮริสันกลับมาก็เห้นสภาพเหมือนอย่างที่วานาอันเห็น แฮริสันจึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้านวูจิน พอมาถึงก็เห็นวูจินผู้เป็นปู่นอนจมกองเลือด แอริสันจึงไปเด็ดใบไม้จากต้นไม้ยักษ์หรือเทพแห่งชีวิต(Yggdrasil)มาชุบชีวิตวูจินและคนอื่นในหมู่บ้าน “ปู่แล้ววานาอันละ” แฮริสันถาม “มันจับตัวเธอไปแล้ว”วูจินเดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ใกล้ๆ “มันคือใครอยู่ที่ไหน ผมจะไปช่วยวานาอัน”แฮริสันพูดแล้ววิ่งไปใส่ชุดเกราะครบชุด “มันคือจอมโจร เจ้าสู้ไม่ไหวหรอก มันคือจอมโหดของป่าทมิฬ(Ensha, the Black Wood Brigand)มันอยู่ในป่าทมิฬมันมีลูกน้องมากมาย เจ้าไปคนเดียวคงไม่รอดกลับมาแน่ และหนทางก็อันตรายมากมาย”วูจินเล่าให้ฟัง “ผมจะไป”แฮริสันพูดแบบเด็ดเดี่ยวแล้วเดินออกไป พอเดินออกมาก็เจอชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางหมู่บ้าน ชายคนนั้นมีรูปร่างใหญ่สูงประมาณ210เซนติเมตร “เจ้าไปป่าทมิฬกับข้ามั้ย”แฮริสันพูด
“อย่าโง่เลย” ชายคนนั้นพูด “เจ้ากลัวใช่มั้ย เจ้าจะไม่ไปช่วยคนในหมู่บ้านที่ถูกจับไปเลยเหรอ”แฮริสันพูด “ข้าไม่ใช่คนที่นี่ แต่ข้าจะไปช่วยคนไม่ใช่เพราะเห็นใจ แต่ต้องการช่วยคนๆหนึ่งต่างหาก และข้าก็ไม่เคยกลัวอะไรด้วย” ชายคนนั้นพูด “งั้นเจ้าชื่ออะไร เจ้าคงจะไปกับข้าใช่มั้ย ข้าจะได้ไปตามแกช(Gash, the Fudenun's Warlord)มาช่วยอีกคน” แล้วแกชก็มาพอดี “ข้าชื่อบราวโว้ หวังว่าเจ้าคงสนุกกับการเดินทางไปกับข้านะ” บราวโว้ยิ้มให้เล็กๆแล้วเหวี่ยงตัวขึ้นม้าของเขาขี่ไปทันที “รอด้วยซินาย รอด้วย”แฮริสันขึ้นหลังมนุษย์ม้า(Centaur Ranger)ตามไป
   
ที่ป่าทมิฬ เอ็นช่าได้กลับมาพร้อมนำตัวพวกชาวบ้านไปขังไว้ในกรงเหล็กขนาดใหญ่ “เอ็นช่าเราจะทำยังไงกับพวกนี้ดี ข้ายิ่งชอบๆเชือดคอหอยชาวบ้านอยู่แล้ว”ฟูมินพูดแล้วชักมีดคมๆขึ้นมา “วานาอัน พวกเราจะรอดมั้ยเนี่ย”ชาวบ้านคนหนึ่งพูด เอ็นช่าจึงเดินไปนั่งบนเก้าอี้ของหัวหน้าป่าแล้ววางค้อนขนาดยักษ์ไว้ข้างๆ แล้ว        วานาอันก็เห็นฮันเตอร์คนหนึ่งจากหมู่บ้านค่อยย่องเข้ามาเล็งธนูยิงใส่เอ็นช่าที่กลางอกตรงหัวใจ เอ็นช่าทำกำลังหลับอยู่จึงตื่นและเขว้งค้อนขนาดยักษ์ใส่ฮันเตอร์คนนั้นตายทันที แล้วเอ็นช่าจึงเดินเข้าไป แล้วใช้ค้อนขนาดยักษ์ทุบลงที่ร่างของฮันเตอร์คนนั้นเลือดจึงกระเด็นกระจายไปทั่ว พวกชาวบ้านจึงตื่นตระหนกกับความโหดของเอ็นช่า ชาวบ้านจึงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แล้วเอ็นช่าก็กลับไปนั่งที่เดิมแล้วหลับต่อ “พวกเจ้าอยากโดนอย่างนั้นบ้างมั้ย” ฟูมินเดินเข้ามาขู่ “ถ้าไม่อยากโดนแบบนั้นก็หุบปากซะที หนวกหูจะตายอยู่แล้ว”ฟูมินแล้วก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปหลับบนกิ่งไม้
   
“ใกล้ถึงยัง”แฮริสันถาม “นี่เพิ่งจะทุ่งหญ้าแห่งวิญญาณเอง คงพรุ่งนี้แหละก็ถึงพอดี” แล้วพวกวิญญาณทุ่งหญ้านี้ก็ขึ้นจากพื้นมาดูว่าพวกแฮริสันทำอะไร พวกวิญญาณเหล่านี้ขึ้นมามากมายเดินมาล้อมพวกแฮริสัน “อย่าไปสนใจพวกมัน รีบไปให้ไวก็แล้วกัน”บราวโว้รีบขวบม้าไปอย่างเร็ว “ข้าไม่กลัวพวกนี้หรอก”แฮริสันพูด
จนมาถึงเชิงเขาแห่งหนึ่ง “เอาละ เราต้องเดินกันต่อด้วยเท้าแล้วกัน” บราวโว้ก็ปีนเขาสูงขันนี้ขึ้นไป “แล้วพวกเซนทอร์ละ จะไปยังไง” แฮริสันถาม ทางนี้เป็นทางเดียวที่จะไปถึงป่าทมิฬเร็วที่สุด หากไม่ไปทางนี้ก็อ้อมเขาลูกนี้ไปคงใช้เวลา2-3วัน” แฮริสันจึงคิดออกจึงนำเชือกมาผูกกับแกชแล้วให้แกชปีนขึ้นไปโดยเอาอีกปลายเชือกผูกกับพวกเซนทอร์แล้วให้แกชลากขึ้นไป “ตอนนี้พวกวิญญาณนั่นมากันแล้วรีบหน่อย หากช้าตายแน่ ซึ่งความเร็วระดับเดียวที่จะหนีพวกวิญญาณนั้นคือระดับข้า”        บราวโว้จึงรีบปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงยอดเขาในขณะที่พวกแฮริสันยังอยู่ครึ่งทาง วิญญาณเหล่านั้นจึงก่อตัวกันเป็นตัวใหญ่ปีนขึ้นตามพวกแฮริสันขึ้นมา วิญญาณเหล่านั้นจึงดูดเอาวิญญาณของพวกเซนทอร์ที่อยู่ล่างสุดเอาไปทีละตัว จนพวกเซนทอร์ตายกันหมด “บราวโว้ช่วยพวกเราด้วย ที่ข้าบอกว่าไม่กลัวรู้ใช่มั้ยว่าข้าพูดเล่น ข้ายังต้องไปช่วยน้องสาวข้าอีก” แฮริสันพูด บราวโว้จึงหันมองลงมาแล้วชูมือขึ้นฟ้า เกิดเป็นพลังด้านมืดสีดำขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วบราวโว้ก็ใช้พลังนั้นเขว้งไปด้านล่างสุด ทำให้เชิงเขาลูกนี้แปลสภาพเป็นนรกที่ดูดวิญญาณเหล่านั้นลงนรกไป แฮริสันจึงรีบปีนขึ้นมา

พอทุกคนขึ้นมาแล้วก็เหลือเพียงแกชกับแฮริสัน “ขอบคุณมากนะที่ช่วยเอาไว้” แฮริสันพูดแล้วนั่งพัก “เราไม่มีเวลามานั่งพักกันเราต้องไปต่อ”บราวโว้พูดแล้วเดินทางต่อ “ นายมีฝีมือใช่ได้เลย จากที่เห็นแล้ว นายคงไม่ใช่คนธรรมดาแน่”แฮริสันพูด “ข้าไปใครก็ชั่ง เจ้ามีหน้าที่ตามข้าก็พอ”บราวโว้พูดแล้วเดินทางต่อไป
ตกกลางคืนในป่าทมิฬ เอ็นช่าก็ได้ตื่นขึ้นมาจึงออกไปเดินล่าฆ่าสัตว์เอามาเป็นอาหาร “เดี๋ยวเอ็นช่า เจ้าจะออกไปล่าสัตว์ทำไมในเมื่อพวกเรามีอาหารอยู่เต็มกรงอยู่แล้ว” ฟูมินพูด เอ็นช่าหันกลับมาแล้วมาเปิดกรงเหล็กนั่น หยิบตัวชาวบ้านหนึ่งคนออกมา “ข้ามีโอกาสให้เจ้าแค่ครั้งเดียวในการเล่นเกมส์”เอ็นช่าพูด “อย่างงี้มันเลยฉันเล่นเอง ฉันเล่นเอง”ฟูมินพูดด้วยเสียงเหมือนมีความสุข “เจ้าต้องต่อสู้หากชนะเจ้ารอดไป แต่แพ้เจ้าต้องตาย”เอ็นช่าก็โยนชาวบ้านคนนั้นลงไปในหลุมหนึ่ง ซึ่งภายในหลุมเป็นพื้นที่กว้างขวางมาก “เสียดายอดเล่นเลย”ฟูมินพูด “ตัวอะไรอยู่ในนั้นหนะ” วานาอันมองเข้าไปในหลุมที่มีแสงนิดๆ “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”ชาวบ้านคนนั้นพูดและหนีเอาตัวรอดมายืนอยู่ในที่ๆมีแสง “เจ้าอยากรู้ก่อนตายมั้ยว่ามันคือตัวอะไร” ฟูมินพูด “ตัวอะไรไม่สนแล้วข้าต้องการออกไปจากที่นี่”ชาวบ้านคนนั้นหวาดกลัวและระแหวงเป็นอย่างมาก แล้วก็มีกิ้งก่า(Spiky Chelonia)โผล่มาในแสง “ฮ่ะ กิ้งก่านี่เองเหรอ” ชาวบ้านนั้นพูดแล้วถอนหายใจ “ไม่ใช่ตัวนั้น”ฟูมินพูด แล้วก็มีสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่มีหัวเป็นหมาป่า นก และมีหางเป็นงูกระโดดเข้ามาทำร้ายชาวบ้านคนนั้นและฉีกเนื้อชาวบ้านคนนั้นกินเป้นชื้นๆ “มันคือคิเมร่า(Hybird Crimera)” ฟูมินพูด ชาวบ้านที่อยู่ในกรงตื่นตระหนกไปกว่าเก่า เพราะกลัวที่จะโดนแบบชาวบ้านคนนั้น แล้วเอ็นช่าก็ออกไปล่าม้ายูนิคอนนอกป่าทมิฬใกล้ๆมากินเป็นอาหาร
   
พอรุ่งขึ้นพวกแฮริสันก็มาถึงป่าทมิฬ “แกช ลุยเลย” แฮริสันจึงวิ่งนำไปแต่โดนบราวโว้ต่อยทิ้งจนจุกทำอะไรไม่ได้ “อย่าเพิ่งพวกนายนอนพักอยู่ที่นี่ไปก่อน รอจนกว่าจะมืด ค่อยลุย” แฮริสันจึงค่อยๆคลานไปนั่งพักต้นไม้ใกล้ๆ “ทำไมต้องตอนมืดๆด้วย หากวานาอันโดนพวกมันทำร้ายละจะทำยังไง” แฮริสันพูด “เจ้าจะไปก็เชิญแต่หากเจ้าตาย น้องสาวนายก็คงจะตายตามไปด้วยแน่ๆ”บราวโว้พูดแล้วเด้ดผลไม้จากต้นไม้มากิน ทั้ง3จึงนอนพักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาเหนื่อยๆจากระยะทางที่ยาวไกล
   
จนกลางคืน “บราวโว้นี่กลางคืนแล้วลุยเลย” แฮริสันพูดแล้ววิ่งไปพร้อมกับแกช บราวโว้จึงเดินเข้าไปอย่างใจเย็น พอแฮริสันวิ่งมาถึงก็ไม่พบใครนอกจากพวกชาวบ้านที่อยู่ในกรง “พี่ค่ะระวังด้านหลัง” วานาอันตะโกนบอกแต่ไม่ทัน แฮริสันโดนค้อนของเอ็นช่าฟาดกระเด็นไปติดกับต้นไม้ “ไม่คนใจกล้าเข้ามาตรงๆด้วยเนอะ”ฟูมินพูดแล้วเอามีดจ่อที่คอ “แฮริสันหนีไปก่อน” แกชใช้ค้อนของตนเองฟาดที่หัวของฟูมิน แล้วเอ็นช่าก็เดินมาหาแกชเพื่อปะทะต่อสู้กัน ด้วยขนาดใหญ่ที่ต่างกันทำให้แกชเสียเปรียบอย่างมาก แฮริสันจึงเข้าไปช่วยปลดโซ่ที่มัดกรงเหล็กไว้ พอช่วยทุกคนออกมาได้ ชาวบ้านบางคนยังไม่กล้าที่จะขยับด้วยซ้ำด้วยความหวาดกลัว “พี่ระวัง” วานาอันพูด แฮริสันจึงหันไปโดนฟูมินโหนเชือกมาถีบกระเด็นไป แกชและเอ็นช่าก็ได้สู้กันอย่างดุเดือดแต่แกชก็ยังเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบจนในที่สุดแกชก็โดนเอ็นช่าทุบ แต่แกชใช้ค้อนของตัวเองรับไว้ค้อนของแกชนั้นรับพละกำลังของเอ็นช่าไม่ไหวจนค้อนนั้นแต่สลาย แกชจึงโดนเอ็นช่าทุบเต็มๆ แล้วเอ็นช่าก็เดินเข้ามาที่แฮริสันที่กำลังบาดเจ็บ       วานาอันจึงวิ่งเข้ามาขวางไว้ “ท่านอย่าได้ทำร้ายพี่เราเลย ถ้าจะฆ่ากันก้ฆ่าฉันเถอะ”วานาอันพูดเสร็จเอ้นช่าก็ยกค้อนชูขึ้นฟ้า “วานาอันหนีไปอย่าห่วงพี่ ถ้าน้องตายใครจะดูแลปู่” แฮริสันพูดแล้วลุกขึ้นยืน แล้วเอ็นช่าก็ใช้ค้อนที่หนัก2ตันทุบลงที่2พี่น้องคู่นี้ แต่แล้วทั้งคู่กับไม่เป็นอะไร วานาอันหงายหน้ามองดูที่ค้อนที่ค้างไว้ บราวโว้ได้เข้ามาใช้แขนทั้ง2ข้างแบกค้อนอันทรงพลังของเอ็นช่าไว้ “ขอบคุณมากนะบราวโว้”วานาอันจึงพาแอริสันหนีไป “เอ็นช่าฉันจากนายมาหลายปี นายเปลี่ยนไปเป้นโจรแล้วเหรอ”บราวโว้ปัดค้อนของเอ็นช่าออกไป “แกไม่ควรมายุ่งเรื่องของข้า” ฟูมินจึงมายืนบนตัวของเอ็นช่า “เอ้นช่าจัดการมันเลยอย่าไปสนใจ”ฟูมินพูด แล้วเอ้นช่าก็ยกค้อนขึ้นกะจะทุบอีกครั้ง “ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยแก” บราวโว้พูดเสร็จก็หลับตาลงยืนอยู่เฉยๆ เอ็นช่าจึงนึกถึงความหลังที่เคยใช้ชีวิตกับบราวโว้ในสมัยเด็กที่เป้นเพื่อนกัน แล้วเอ้นช่าก็หันไปทางวานาอัน แล้วเอ็นช่าก็เหวี่ยงค้อนฟาดไปที่2พี่น้องคู่นั้น แฮริสันจึงผลักวานาอันออก ทำให้แฮริสันโดนแรงเหวี่ยงของค้อนเอ็นช่าเพียงคนเดียว แล้วเอ้นช่าก็เดินไปที่   วานาอันแล้วยกค้อนขึ้น วานาอันนั้นจะเสียใจจนน้ำตาไหลที่เห็นพี่ชายบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น แล้วเอ้นช่าก็ทุบวานาอัน บราวโว้จึงวิ่งเข้ามาบังไว้ค้อนของเอ็นช่าจึงทุบไปโดนกลางหลังของบราวโว้ บราวโว้จึงยิ้มเล็กน้อยให้วานาอันก่อนที่จะล้มลงไป วานาอันยิ่งเสียใจหนักไปกว่าเก่าเธอจึงตะโกนสุดขีดว่า ทำไม แล้วก็มีแสงเปร่งประกายออกมาจากตัวเธอ น้ำตาของเธอได้ไหลลงสู่พื้นธรณี ทำให้เกิดเสียงร้องของแผ่นดิน ทำให้มีพื้นดินเป็นเกลียวคลื่นดั่งทะเล และมีแรงสั่นสะเทือนด้วยเสียงร้องไห้ของ       วานาอันไปทั่วอาณาจักรฟูดินัน ทำให้เอ็นช่า ฟูมิน ทนไม่ได้จนขาดสติไป แล้ววานาอันก็หมดแรงล้มลงไปบนร่างของบราวโว้
   
พอตอนเช้าวานาอันได้ตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าเธออยู่ที่บ้านของเธอ เธอจึงออกตามหาบราวโว้เพื่อขอบคุณ แต่ก็ไม่เจอเลย จึงไปหาวูจิน “ปู่ค่ะเห็นบราวโว้มั้ยค่ะ” “ไม่เห็นเลยิมาช่วยทำแผลให้พี่เธอก่อนนี่” วูจินพูดแล้วเอาสมุนไพรมารักษาบาดเจ็บภายในจากการโดนเอ็นช่าทุบ วานาอันไม่สนใจเท่าไหร่จึงวิ่งออกไปตามหาบราวโว้อย่างตั้งใจหวังที่จะขอบคุณให้ได้ เพราะบราวโว้นั้นได้ช่วยชีวิตของสาวน้อยคนนี้เอาไว้
จนเธอวิ่งมาถึงทะเลสาปรีนันดา เธอจึงดีใจมาก เธอเห็นบราวโว้ยืนอยู่ข้างๆทะเลสาปนี้เธอจึงเดินไปเข้าไปใกล้ๆช้าๆ “เทวรูปอันดีน เทพีแห่งสายชล อันดีนคงจะมีความสุขมากเลย นานมาแล้วที่เราไม่ได้มาเยี่ยมท่าน อันดีนเมื่อก่อนท่านได้สวยสดงดงามพอกับเธอคนนี้เลย”บราวโว้ได้พูดพร้อมกับหันมายิ้มให้วานาอัน ทั้งคู่จึงนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานตามลำพัง
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #34 on: February 07, 2005, 03:22:08 AM »

ยังไงก็อดทนอ่านหน่อยนะครับ เห้นใจที่ผมอุตส่าแต่งขึ้นมา

Chapter 3 พี่ชายที่แสนดี
   
   ณ ยอดเขาเซอูสซึ่งยอดเขานั้นสูงจากระดับน้ำทะเล7กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่อยู่ของน้องสาวมาร์คัสวัย15ปีชื่อ แอริส

   แอริสได้ใช้ชีวิตตามปกติของแต่ละวันโดยมีสัตว์ต่างๆมากมายมาคอยเล่นเป็นเพื่อน ซึ่งเธอก็มีความสุขกับสัตว์พวกนั้นไปด้วย จนมาวันหนึ่ง
ในเช้าวันนั้น

   ชาร์ลได้ออกตามล่าหาอาณานิคมของอาณาจักรฟีราเซียตามคำสั่งของซิกมันต์ที่3 ชาร์ลได้ลงมาทางด้านล่างของอาณาจักรฟีราเซียซึ่งเส้นทางเป็นเทือกเขานี้คือเทือกเขาเซอูส ชาร์ลได้นำพลทหาร10,000คนมาเพื่อโจมตีเมืองแอนเวินของอาณาจักรแอนดิซองที่อยู่อีกฟากของเทือกเขานี้ “ท่านชาร์ลครับทหารพวกเราเริ่มเหนื่อยแล้วนะครับน่าจะตั้งฐานพักแถวๆนี้นะครับ” นายทหารคนหนึ่งวิ่งมารายงาน “งั้นสั่งตั้งฐานพักที่วิหารโดมินิก้าข้างหน้าแล้วกัน” ชาร์ลสั่งแล้วขี่ม้าไปต่อ

   พอมาถึงก็ตั้งฐานไว้ตรงนี้ “หน่วยม้าไว เจ้าจงรีบไปดูข้างหน้าว่ามีอะไรมั้ย แล้วกลับมารายงานให้ข้า” ชาร์ลสั่ง แล้วชาร์ลก็มาปรึกษากับนายทหารต่างๆในการยึดเมืองข้างหน้า “ท่านชาร์ลน่าจะใช้วิธีนี้ดูนะเพื่อกองทัพเราจะได้ไม่เสียกำลังมาก โดยการบุกไปจับชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้ๆแล้วเจ้าเมืองแอนเวินต้องมาบุกเพื่อชิงตัวประกันแล้วเราก็จะได้ใช้พื้นที่ที่เราตั้งฐานให้เป้นประโยชน์” นายทหารคนหนึ่งพูด “เป็นความคิดเข้าท่า” ชาร์ลพูดแล้วหน่วยม้าไวก็กลับมา “ท่านชาร์ลครับข้างหน้าอีก1กิโลเมตรมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาเซอุสครับ และอีก5กิโลเมตรมีหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่ง” ชาร์ลได้ยินจึงหัวเราะ “พรุ่งนี้เราจะบุกโจมตีหมู่บ้านนั้นทันที” ชาร์ลสั่งแล้วก็เดินไปยังเต้นของชาร์ลเพื่อพักผ่อน

   ในวันนั้นแอริสได้ออกมาเล่นกับสัตว์ต่างๆเป็นปกติซึ่งสัตว์เหล่านั้นก็เอาผลไม้มาให้แอริสรับประทานด้วย แล้วเธอก็เดินไปอีกนิดก็พบกับฐานทัพของชาร์ล เธอจึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้านทันที แต่มีทหารคนหนึ่งพบเห็นจึงรีบไปรายงานให้ชาร์ล “ท่านชาร์ลครับมีชาวบ้านคนหนึ่งพบเห้นฐานทัพเราแล้วครับ” “พวกเจ้าจงรีบไปจับตัวชาวบ้านคนนั้นมาก่อนที่มันจะกลับไปบอกให้กับเมืองแอนเวินรู้ตัว” ชาร์ลสั่ง

   แอริสกลับมาถึงบ้านของเธอ เธอจึงใช้ภาษากีเลสเรียกไตตั้นที่คอยปกป้องแอริสไว้ตามคำสั่งของมาร์คัสออกมา “ท่านจงไปช่วยสกัดกองทัพเหล่านั้นไม่ให้มาถึงที่นี่ที” แอริสขอร้องแล้วไตตั้นตัวนั้นก็มองไปทางทหารที่บุกมาจำนวน100นาย แล้วไตตั้นตัวนั้นก็เอาดาบปักลงกับพื้นดินแล้วชูมือขึ้นฟ้าทั้ง2ข้างเกิดเป้นพลังขนาดใหญ่ ไตตั้นตัวนั้นก็ใช้พลังนั้นโจมตีใส่พวกทหารที่บุกมา พลังนั้นได้ดูดกลืนทหารเหล่านั้นหายไปหมดอย่างไร้ล่องลอย “ขอบคุณมากนะค่ะโกลเด้นไลท์(Golden Light Golem)”
ไตตั้นตัวนั้นก็เปร่งแสงออกมาจากตัวแล้วก็สลายหายไป

   “อะไรนะ ชาวบ้านคนนั้นมีไตตั้นสีขาวที่มีขนาดใหญ่สูงประมาณ5เมตรเหรอที่มาช่วยโดยโจมตีใส่ทหารของข้าเพียงครั้งเดียวทหารของข้าถูกดูดกลืนหายไปหมดเลย ” ชาร์ลได้ฟังจากทหารคนหนึ่งที่เห้นเหตุการณ์มารายงาน “งั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปจัดการเอง ส่วนเจ้าจงนำพลไปตั้งสกัดระหว่างบ้านของชาวบ้านคนนั้นกับเมืองแอนเวินไว้ ถ้ามันจะไปรายงานก็จัดการฆ่าทิ้งเลย” ชาร์ลสั่งเสร็จแล้วก็ไปนอนพักผ่อนเอาแรงไว้ทำศึกพรุ่งนี้

   พอรุ่งขึ้น ชาร์ลได้จัดทัพไว้แต่เช้าเพื่อบุกแบบไม่ให้ตั้งตัวก่อนที่จะบุกชาร์ลได้พูดเรียกขวัญและกำลังใจของทหาร “วันนี้หากพวกเจ้าตายอาณาจักรฟีราเซียอาจจะขาดพลทหารที่เก่งกล้าอย่างเจ้า สู้เพื่อฟีราเซียแล้วเจ้าจะไปรับรางวัลอย่างงามเมื่อกลับไปถึงฟีราเซีย” แล้วชาร์ลก็ขี่ม้านำทัพไปทันที

   แอริสได้ฝันร้ายว่าเธอนั้นได้ถูกเหล่าทหารที่พบเห็นเมื่อวานรุมทำร้ายเธอจึงตื่นขึ้นมาในเวลาเดียวกับที่ชาร์ลกำลังบุกมา แล้วเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้า เธอจึงรีบออกไปดูข้างนอก “ไม่นะ” แล้วแอริสก็เรียกโกลเด้นไลท์ออกมาช่วย “นั่นเหรอไตตั้นสีขาวที่ปราบทหารของข้า100คนเพียงการโจมตีครั้งเดียว”ชารืลได้มองขึ้นไปบนยอดเขาที่โกลเด้นไลท์อยู่ “โกลเด้นไลท์ท่านสู้กับพวกนั้นทั้งหมดไม่ได้หรอก” แอริสพูด โกลเด้นไลท์จึงใช้ดาบชูขึ้นฟ้าเกิดแสงเปร่งประกายออกมาจากดาบ พวกทหารของชาร์ลจึงหยุดชะงักด้วยแสงที่สว่างจนมองไม่เห็นเส้นทาง พอแสงนั้นดับลงชาร์ลจึงตกใจเป้นอย่างมากกับภาพที่เห้น ภาพข้างหน้าที่ชาร์ลเห็นคือ เหล่าเทพแห่งสายลม(The Angel of Gust)จำนวน500ตนและเหล่าการูด้า(Gale Garuda)(Cloudlet Garuda)( Vahal Peak Garuda)(Eagle Garuda)ทั้ง4ตัวและสุดท้ายมีเหล่า   หุ่นยนต์(Delta-D)อีก1000เครื่อง “ข้าจะมากเสียทหารของข้ากับตัวพวกนี้เหรอเนี่ย” ชาร์ลกำลังตกตะลึง “ท่านชาร์ลเราถอยทัพก่อนดีมั้ยหากเรายังลุยไปในตอนนี้เราจะมีแต่เสียกำลังพลทหารของเรามากมายจนอาจจะบุกไปถึงเมืองแอนเวินไม่สำเร็จก็ได้” นายทหารคนหนึ่งพูด “ไม่ข้าจะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของแม่ทัพฟีราเซีย” ชาร์ลจึงสั่ง ลุย

พลธนู(Felasia Archer)กระหน่ำยิงขึ้นไปบนยอดเขาโกลเด้นไลท์จึงเอาตัวเข้าบังลูกธนูให้แอริส ส่วนเหล่าเทพและการูด้านั้นต่างก้บินหลบได้หมด พอพลธนูของชาร์ลหยุดยิง โกลเด้นไลท์จึงวิ่งหยิบดาบของตนขึ้นมาแล้วลงจากยอดเขามาลุยพร้อมกับเหล่าเทพและการูด้าโดยมีเหล่าหนุ่ยนต์เกาะตัวมาด้วยเพื่อเพิ่มพลังให้กับเหล่าเทพและการูด้า ทหารของชาร์ลจึงเริ่มถอยกันไปช้า “สู้มันอย่าถอย” ชาร์ลสั่งแล้วก้ขี่ม้าขึ้นไปสู้ ทหารของชาร์ลเห็นจึงฮึดขึ้นสู้จึงวิ่งตามชาร์ลเข้าสู่สมรภูมิรบ

   แอริสจึงร่ายเวทย์ Tornado เกิดเป้นพายุขนาดใหญ่โจมตีใส่พวกทหารของชาร์ล พอกองทัพทั้ง2มาปะทะกันชาร์ลกับโกลเด้นไลท์จึงวิ่งเข้าปะทะกันอย่างแรง ด้วยความเกร่งกว่าของโกลเด้นไลท์ชารืลจึงกระเด็นออกไป แล้วพวกทหารก็เข้ามารุมโกลเด้นไลท์แต่ก็โดนดาบของโกลดเนไลท์เหวี่ยงฟาดไปดดนทางไหนทหารทางนั้นต่างสลายไปหมด “ดาบของมันมีอนุภาพขนาดนั้นเลยเหรอ” ชาร์ลจึงวิ่งเข้าปะทะกับโกลเด้นไลท์อีกที โกลเด้นไลท์จึงใช้ดาบฟันมาทางชาร์ลแต่ชาร์ลก็เอาดาบนั้นรับไว้ ด้วยแรงเหวี่ยงอย่างแรงของโกลเด้นไลท์ ชาร์ลจึงกระเด้นออกมาอีก แล้วชาร์ลก้ลุกมาใหม่คราวนี้ก็มองไปเห็นแอริสที่ยืนอยู่บนยอดเขาคนเดียวชาร์ลจึงเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนหลังม้าแล้วขี่ขึ้นไปที่แอริส แอริสเห็นจึงร่ายเวทย์ Fire โจมตีใส่ชาร์ลแต่ชาร์ลก้ใช้ดาบปัดออกไปได้หมด เทพแห่งสายลมตนหนึ่งจึงบินเข้ามาโจมตีแต่ก็โดนชาร์ลใช้ดาบแทงทะลุตายไป แอริสจึงวิ่งหนีไปแต่ก็ไม่ทัน ชาร์ลนั้นได้ขี่ม้ามาทันจึงจับตัวแอริสไว้ “เธอเป้นใครแล้วเจ้าไตตั้นบ้าตัวนั้นมาจากไหน” ชาร์ลเอาดาบจ่อที่คอของแอริส “พี่ฉันต้องมาฆ่าแกแน่” ชาร์ลจึงต่อยที่ท้องของแอริสจนเธอสลบไป แล้วชาร์ลก็ดึงตัวแอริสมาแล้วตะโกนลงไป “โกลเด้นไลท์หากเจ้าไม่อยากให้เธอคนนี้ตาย เจ้าจงสั่งลูกน้องของเจ้าถอยออกห่างจากทัพของข้า หากช้าเธอนี่ตาย” โกลเด้นไลท์ได้ยินจึงยืนนิ่งสักพักและเหล่าเทพและการูด้าต่างก็หยุดนิ่งไป แล้วเหล่าเทพก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับการูด้าทั้ง4 เหลือเพียงแต่โกลเด้นไลท์ “ในที่สุดจุดอ่อนของไตตั้นที่สูงใหญ่สีขาวงามเด่นเป้นสง่าก้ต้องมาพ่ายให้กับข้าเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว” ชาร์ลพูด แล้วโกลเด้นไลท์ก็มีแสงประกายออกมาแล้วสลายหายไป แล้วเหล่าทหารของชาร์ลต่างก้ไชโยดีใจกันทั่วหน้า “เจ้านำผู้หญิงคนนี้ไปที่ค่ายของข้า” ชาร์ลสั่งแล้วกลับไปยังฐานทัพเพราะเหนื่อยเอามากๆจากรบครั้งนี้ไม่ได้เป้นไปตามเป้าหมายที่จะบุกยังหมู่บ้านข้างหน้า

   ที่อาณาจักรแอนดิซอง ในสวนดอกไม้แห่งหนึ่งที่มาร์คัสนั้นอยู่กับเจ้าหญิงอลาน่า “มาร์คัสแล้วน้องสาวเธอละไปไหนเหรอเมื่อก่อนเคยเล่นกัน” เจ้าหญิงอลาน่าถาม แล้วจู่ๆก้มีแสงสว่างจ้าขึ้นที่กลางสวนแห่งนี้ มาร์คัสจึงออกมายืนบังเจ้าหญิงอลาน่าไว้ แล้วก็ปรากฎเป้นร่างของโกลเด้นไลท์ที่เปลือนไปด้วยเลือดของทหารฟีราเซีย
“โกลเด้นไลท์แล้วน้องข้าละ เธอเป็นอะไรไป” มาร์คัสพูดด้วยความกวลกวายใจ “ขอโทษด้วยเพื่อนข้าไม่สามารถปกป้องเธอเอาไว้ได้ มันจับตัวเธอไปและขู่จะฆ่าหากข้าเข้าใกล้กองทัพของมัน” โกลเด้นไลท์พูด “แล้วมันเป้นใครกัน”มาร์คัสถาม “ชาร์ลแม่ทัพแห่งฟีราเซีย” แล้วมาร์คัสก็หันมามองเจ้าหญิงอลาน่า “ไปน้องเธอก่อนเถอะ” เจ้าหญิงอลาน่าพูดแล้วเดินกลับเข้าไปในวัง “อลาน่าฉันจะรีบกลับมาให้ทันการประลอง” แล้วมาร์คัสก็ขี่กริฟฟอนเผือกรีบบินมาที่ยอดเขาเซอูสบ้านของแอริส

   พอมาถึง “แอริส แอริส”มาร์คัสตะโกนหาไม่เจอจึงวิ่งออกมาดูข้างนอกก็เห็นเหล่าทหารตายกันเกลือน มาร์คัสจึงเห็นล่องรอยของม้าที่มาจากฐานทัพของชาร์ล
มาร์คัสจึงเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนกริฟฟอรเผือกแล้วบินไปทางนั้นทันที

   พอชาร์ลกลับมาถึงฐานทัพก็ถอดชุดเกราะออกแล้วเข้าไปยังเต้นของตน ชาร์ลจึงมองไปร่างของแอริสที่กำลังสาวและสวย “งดงามอะไรเช่นนี้” แล้วชาร์ลก็ขึ้นไปบนร่างของแอริส แล้วถอดเสื้อของตนออก แล้วก้มีเสียงตะโกนมาจากนอกฐาน “ชาร์ล ชาร์ล ชาร์ล”มาร์คัสตะโกนเรียกชื่อแต่ชาร์ล จนชาร์ลสวมชุดเกราะวิ่งออกมาดู ก็เห้นเพียงมาร์คัสยืนอยู่คนเดียว “เนี่ยเหรอพี่ชายที่แสนดีของเด็กสาวคนนั้น ใจกล้ามากที่บุกมาที่นี่เพียงคนเดียว” ชาร์ลพูดแล้วสั่งทหารออกไปจับตัว มาร์คัสจึงชักดาบของตนเองออกมาเกิดเป้นแสงประกายจ้าไปทั่วท้องฟ้าและผืนดิน พอแสงนั้นดับลง ชาร์ลยิ่งตกใจอยู่กับความน่าสะพรึงกลัวของมาร์คัส ชาร์ลมองไปก็เห้นแต่ทหารของตนทั้งกองทัพตายหมด แล้วดาบของมาร์คัสก็เปลือนเลือดของทหารของชาร์ล “คราวนี้ถึงคราวตายของแกแล้ว” แล้วมาร์คัสก็กระโดดขึ้นมาหาชาร์ลชารืลจึงชักดาบออกมาแต่ไม่ทัน มาร์คัสนั้นเอาดาบฟันที่ร่างของชาร์ลขาดเป็น2ท่อนบนล่างทันที แล้วมาร์คัสก็อุ้มแอริสออกมาขึ้นไปบนหลังกริฟออนแล้วเอาไปฝากไว้กับเอ็มม่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาเวเวอแรนที่เป็นยอดเขาบนเกาะโดดเดี่ยวในอาณาเขตของอาณาจักรแอนดิซองซึ่งยอดเขานี้เป้นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีป

   พอมาถึง “เอ้มม่าฉันฝากดูแลเธอไว้ที” แล้วเอ้มม่าก็รักษาแอริสจนหาย แอริสก็ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าพี่ชายเธอมาร์คัส เธอจึงยิ้มด้วยความดีใจจึงกอดมาร์คัสไว้
“ฉันนึกไว้อยู่แล้วว่าพี่ต้องมาช่วย พี่หายไปไหนมาตั้งหลายวัน” มาร์คัสยิ้มให้”พี่มีธุระสำคัญที่พี่ต้องไปแล้ว แอริสอยู่กับป้าเอ็มม่าก่อนนะวันหลังพี่จะมารับ”  แล้วมาร์คัสก็ขี่กริฟฟอนรีบกลับมาหาเจ้าหญิงอลาน่า ส่วนชาร์ลนั้นเกกอรี่ได้มาเดินทางมาจากฟีราเซียตามคำสั่งของชาร์ลให้มาช่วยเหลือชาร์ล แต่พอมาถึงก็เห็นกองทัพของชาร์ลนั้นต่างก็ล้มตายอย่างสยดสยองเต็มไปหมด เกกอรี่จึงสั่งทหารให้นำศพของชาร์ลกลับไปยังฟีราเซียเพื่อทำพิธีชุบชีวิตขึ้น
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #35 on: February 07, 2005, 03:24:52 AM »

Chapter 4 การเดินทางของสาวน้อย

   ที่อาณาจักซาโลม หลังจากที่ซาดินได้ยกบัลลังค์ให้กับอิสฮาน อิสฮานก็ขึ้นไปกษัตริย์
ในบ่ายวันหนึ่งที่พระราชวัง

   “อิสฮานลูกยิ่งโตยิ่งมีนิสัยเหมือนพ่อเจ้าขึ้นทุกวันแล้วนะ” พระนางเนอริมอร์ดูอิสฮานเดินออกไปข้างนอก อิสฮานเดินออกไปไม่สนใจใครและขึ้นไปบนหลังมังกรไฟซาลามันเดอร่าเพื่อที่จะไปยังเมืองลาซานที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทะเล

   พอมาถึงเจ้าเมืองลาซานหรือเยซีฮานก็ออกมาต้อนรับเสด็จ “ดีใจเป็นอย่างมากที่พระองค์ทรงเสด็จมาที่นี่” เยซีฮานก้มหัวน้อมตัวลงไป “ลูกสาวของเจ้าทั้ง2อยู่ไหนละทำไมไม่ออกมาต้อนรับข้า” อิสอานเดินเข้าไปข้างใน “พระองค์ลูกสาวของกระหม่อลกำลังซ้อมเต้นรำอยู่ เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงบอกล่วงหน้าว่าจะมาที่นี่ พวกเธอเลยไม่ได้เตรียมตัว” เยซีฮานรีบเดินตามไป
พอมาถึงห้องโถง “พระองค์ทรงรอที่นี่ก่อน เดี๋ยวกระหม่อลจะไปตามมาให้” เยซีฮานรีบวิ่งไปยังห้องดนตรีก็พบ2พี่น้องซึ่งพี่อยู่ในวัย19ปีและน้องวัย14ปี “มีอะไรเหรอท่านพ่อ” สาโลเม่เห็นเยซีฮานรีบมาหา “ตอนนี้กษัตริย์ทรงเสด็จมาที่นี่แล้วพวกเจ้าจึงออกไปต้อนรับก่อน” เยซีฮานนั่งพักที่เก้าอี้แปป “ทำไมพวกเราต้องไปเคารพต่อมันด้วยจริงมั้ยพี่สาโลเม่” สาริม่าเดินมาเก็บเครื่องดนตรี “แต่ตอนนี้เจ้าทั้ง2ต้องออกไปต้อนรับก่อน เดี๋ยวข้าจะออกไปถ่วงเวลา เจ้าต้องออกไปอีก5นาที ไม่งั้นพ่อหัวอาจจะหลุดได้” เยซีฮานรีบเดินกลับไปยังห้องโถง “จะเอายังไงละพี่” สาริม่ากวลกวายใจ “เราคงต้องยอมไปก่อนละ” สาโลเม่จึงเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกไป สาริม่าจึงเดินตามออกไป “มาแล้วเหรอ” อิสฮานพูด แล้วสาโลเม่กับสาริม่าก็ถวายบังคม “ข้ารู้สึกสนใจในตัวเจ้าทั้ง2 และข้ามีเหตุผลที่ข้ามาที่นี่” อิสฮานพูด “เหุผลอะไรเหรอพระองค์”        เยซีฮานถาม  “เจ้าคงรู้นะว่าอีกไม่กี่อาทิตย์ข้าจะไปสู่ขอเจ้าหญิงอลาน่าแห่งอาณาจักรแอนดิซองมาเป็นคู่ครอง” “แล้วมันมีเหตุไม่อันควรยังไงเหรอพระองค์” เยซีฮานยังงงกับคำพูดของอิสฮาน “เพราะว่าถ้าหากข้าสู่ขอไม่สำเร็จ ข้าจะเอาลูกสาวเจ้าทั้ง2ไปเป็นนางสนมของข้าแทน” สาริม่าและสาโลเม่จึงตกใจกับคำพูดของอิสฮาน “ถ้าพระองค์ต้องการกระหม่อลก็ไม่ขัด” เยซีฮานพูด พอเสร็จธุระแล้วอิสฮานก็อยู่ประทับที่เมืองลาซานอีก1อาทิตย์ 2พี่น้องจึงกลับไปยังห้องของตัวเอง “พี่ เราจะทำยังไงละ” สาริม่าเดินวนไปวนมา “ไม่รู้เหมือนกันคงต้องรอผลว่าอิสฮานสู่ขอสำเร็จหรือปล่าว” “ฉันไม่รอจนถึงวันนั้นหรอก” สาริม่าเดินไปนั่งบนเตียง “แล้วน้องจะทำยังไงละ” สาโลเม่ถาม “หนีไปจากที่นี้มั้ย” สาโลเม่จึงตกใจเล็กน้อย “จะบ้าเหรอ หากถูกจับเข้าพ่อเอาตายแน่เลย” “ก็หนีไปแบบไม่ให้ใครรู้ยังไง หนีไปทางเรือ แต่ก่อนที่จะไปถึงอาจจะถูกจับได้ เราก็ปลอมตัวเป็นนักดนตรีธรรมดาไง พี่เองก็เป้นนักเต้นอยู่แล้ว แค่ปลอมให้มิดชิดไม่ให้ใครรู้ก็ได้แล้ว” สาริม่าพูด “ก็ดูเข้าท่านะ แต่จะไปเนี่ย คิดดีแล้วเหรอ แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันละ” สาโลเม่ถามเพื่อความมั่นใจ “อาจจะไปขึ้นฝั่งแถวฟูดินันก่อนก็ได้แล้วค่อยออกเดินทางไปเรื่อยๆลงไปทางอาณาจักแอนดิซอง ที่นั่นฉันมีอาจารย์ที่เคยสอนวิชาต่อสู้ให้กับฉันอยู่ เราไปอยู่อาจารย์สักพักก็คงไม่เป้นไรหรอก” สาริม่าพูดแล้วหาชุดที่พอจะปิดบังตัวไม่ให้ใครรู้ได้ และนำเงินติดตัวไปพอใช้กับการเดินทาง สาโลเม่เห้นจึงเริ่มมั่นใจกับความตั้งใจของน้องสาวจึงหาชุดเพื่อคลุมตัวไว้

แล้ว2พี่น้องก็แอบออกมาในตอนกลางคืนโดยมีองครักษ์ที่เข้าข้างกับ2พี่น้องคนนี้เพื่อช่วยให้การหลบไปหนียังท่าเรือที่เตรียมไว้อย่างปลอดภัย พอมาถึงท่าเรือ2พี่น้องก็ลงเรือและพายเรือออกไป “ขอบคุณมากเลยนะ” สาริม่าขอบคุณองครักษ์ประจำตัวที่ช่วยให้หลบหนีไปสะดวกขึ้น พอทั้งคู่ออกเดินทางโดยเรือมาลอยลำอยู่กลางทะเลทั้งคู่ก็เผลอหลับไป

พอรุ่งขึ้นก็มีนกเนด้าตัวหนึ่งมาเกาะที่จมูกของสาริม่า เธอจึงตกใจตื่นขึ้นมา ก็เห้นฝูงนกเนด้ามากมายออกหากินปลาในตอนเช้า เธอจึงปลุกพี่สาโลเม่ “พี่ๆเราคงมาใกล้ชายฝั่งฟูดินันแล้วละ มีนกเยอะแบบนี้ต้องมีป่าอยู่แถวนี้แน่เลย” แล้วสาโลเม่ก็ตื่นขึ้นมาแล้วออกไปเดินสูดอากาศข้างนอก “ป่าแถวนี้ก็น่าอยู่ดีนะ” สาโลเม่พูด “เห็นมั้ยละดีนะที่พวกเราออกมา ได้ผจญภัยไปอีกด้วย” สาริม่านั่งเอาเท้าลาน้ำใสไหลเย็นเห็นพวกปลาสีรุ้ง(Rainbow Fish) พอสักพักก็มาถึงชายฝั่ง 2พี่น้องคู่นี้จึงถอดผ้าคลุมที่ใช้ปกปิดตัวหนีออกมาออกเพราะออกมาจากซาโลมได้คงไม่มีใครรู้จักแล้ว ทั้งคู่จึงเดินทางต่อไปจนผ่านเนินเขาทั้งคู่จึงตื่นตะลึงกับทุ่งดอกไม้ที่กว้างขวางมาก      สาริม่าจึงจับแขนพี่สาวของเธอพาวิ่งเล่นไปในทุ่งดอกไม้นี้ พอทั้ง2พี่น้องนี้สนุกพอแล้วจึงออกเดินทางต่อไปอีกจนมาถึงอีกฟากของทุ่งดอกไม้นี้ “นี่ป่าอะไรเนี่ยมืดน่ากลัวจัง” สาริม่าพูดแล้วเดินเข้าไป “อย่าเข้าไปเลยสาริม่า พี่ว่ามันอันตราย เราเป้นผู้หญิงมากัน2คนด้วยมันอันตรายเกอนไปนะ” สาโลเม่พูด “งั้นฉันเข้าไปดูข้างในป่าให้เอง” สาริม่าจึงวิ่งเข้าไป สาโลเม่จึงวิ่งตามเข้าไปอย่างระวัง
พอเข้ามาได้ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง “นี่มันหมู่บ้านอะไรเนี่ย” สาริม่ามองรอบๆ “ที่นี่คือป่าทมิฬไม่มีใครเข้ามาแล้วรอดไปได้หรอกแม่สาวน้อย” เสียงใครบางคนพูด “แกเป้นใครออกมานะ” สาโลเม่กลัวมากจึงไปแอบข้างหลังสาริม่า “ข้าอยู่ข้างหลังเจ้าไง” แล้วสาริม่าก็หันไปมอง “ข้าชื่อฟูมิน แล้วเจ้าก็คงไม่อยากอยู่ที่นี่หรอกซินะ แต่ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าออกไปจากที่นี่ง่ายๆแน่” ฟูมินเดินเข้ามาหา “แกจะทำอะไรพวกฉัน” สาริม่าชักดาบออกมา “เด็กตัวแค่นี้เอง ใจสู้ดีหนิ” ฟูมินพูดแล้วกลุ่มกองโจรก็ออกมาล้อม2พี่น้องเอาไว้ “สาริม่าพี่บอกแล้วที่นี่มันอันตรายแน่เลย” สาโลเม่หวาดระแวงกับกลุ่มโจรพวกนี้ “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก” เอ็นช่าเดินเข้ามาหาแล้วก้มลง “เอ็นช่า แกจะทำอะไรของแกอีก” แล้วเรียกลูกน้องไปจับตัวสาริม่าและสาโลเม่เอาไว้ “ฟูมินแกไม่มีความดีในตัวเลยเหรอ” เอ็นช่าพูด “เอ็นช่าแกเริ่มหมดประสิทธิ์ภาพของการเป็นหัวหน้ากลุ่มแล้ว คราวนี้ข้าจะเป้นหัวหน้ากลุ่มเอง” ฟูมินจับสาริม่าและสาโลเม่เข้ากรงขังไว้ เอ็นช่าได้ยินแล้วก็เดินหายไปในป่า “แล้วเราจะทำยังไงกันละ” สาโลเม่ถาม “ขอโทษด้วยนะเป้นความผิดของฉันเอง ฉันผิดเองโทษอะไรทั้งหมดฉันจะขอรับแทนพี่เอง” สาริม่าพูด “จริงเหรอแม่หนูน้อย” แล้วฟูมินก็ดึงสาริม่าออกมาจากกรง “รู้รึยังว่าข้าจะทำอะไรกับพวกเธอ” ฟูมินถาม “จะอะไรก็ชั่งฉันจะรับแทนพี่ทั้งหมด” สาริม่าพูด “งั้นจะบอกให้ก็ได้ข้าจะจับพวกเธอข่มขืนไง” แล้วฟูมินก็พยายามจะข่มขืน    สาริม่า แล้วเอ็นช่าก็เขว้งค้อนขนาดยักษ์ใส่หัวฟูมิน แล้วลูกน้องฟูมินก็จับตัวสาริม่าเอาไว้ “เอ้นช่าแกมันไม่ใช่พวกของเราจัดการมันเลย” ฟูมินสั่งพวกลูกน้องโจมตีใส่   เอ็นช่า “เอานางนี้ไปขังไว้ก่อนพรุ่งนี้ยังไม่สาย” ฟูมินจับสาริม่าเอาไปขังไว้ต่อ ส่วนเอ็นช่าก็หนีกลับเข้าไปในป่า

   จนกลางดึกคืนนั้นทุกคนได้หลับกันหมดยกเว้น2พี่น้องคู่นี้ เอ็นช่าได้เดินเข้ามาแล้วเปิดกรงออก ด้วยเสียงเหล็กที่ถูกเปิดออกทำให้ฟูมินตื่น “เอ้นช่าแกอีกแล้ว  เหรอ” แล้วฟูมินก็ปลุกลูกน้องทั้งหมดขึ้นมาล้อมเอ็นช่าไว้ “วันนี้แกต้องตายแน่” ฟูมินพูด “แต่แกก็ต้องตายด้วย”แล้วเอ็นช่าก็ยกค้อนชูขึ้นฟ้าทุบลงไปบนกรงที่ขัง            ไฮบิด คิเมร่าเอาไว้ ทำให้มันหลุดออกมาทำร้ายพวกกลุ่มโจรนั้น แล้วเอ็นช่าก็พาสาริม่าและสาโลเม่หนีออกจากป่าทมิฬ จนมาสุดท้ายออกจากป่าทมิฬ “ขอบคุณมากนะคุณคือเอ้นช่าใช่มั้ย” สาโลเม่ขอบคุณอย่างมาก แล้วไฮบิด คิเมร่าก็วิ่งตามออกมา สาริมาและสาโลเม่จึงไปหลบที่ด้านหลังเอ็นช่า “อย่ากลัวมันเลย มันเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันเอง” เอ้นช่าลูบหัวคิเมร่า “แล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหนละ” สาริม่าถาม “ฉันไม่มีที่ไปแล้วละฉันอาจจะไปกับพวกเธอแล้วกันคอยปกป้องพวกเธอให้” เอ็นช่าพูดแล้วยื่นมือมา      
สาริม่ายิ้มให้แล้วจับมือกับเอ็นช่า แล้วเอ็นช่าก็ก้มตัวลงให้สาริม่าและสาโลเม่ขึ้นมานั่งบนบ่าของตน “พวกเธอจะไปไหนกันละ” เอ้นช่าถาม “ฉันกำลังจะไปยังแอนดิงซอง” สาริม่าพูด “แอนดิซองข้าก็ไม่เคยไปนานแล้วอยู่แต่ในป่า ได้ไปรับอากาศจากทะเลก็คงดีขึ้นไม่น้อย” เอ้นช่าพูดแล้วเดินไปพร้อมกับไฮบิด

   พอตอนเช้าเอ้นช่าก็เดินมาถึงหมู่บ้านฟูดินันที่พวกแฮริสันอยู่ และมีชาวบ้านคนหนึ่งเห้นเอ็นช่าจึงรีบไปแจ้งให้แฮริสันรู้ แฮริสันจึงรีบวิ่งออกมาพร้อมกับสวมชุดเกราะเตรียมสู้ “แกจะมาทำลายที่นี่ใช่มั้ย” แฮริสันถามแล้ววานาอันกับบราวโว้ก็เดินออกมาดู “ไม่นะเขาเป็นคนดี เขาช่วยฉันกับพี่จากป่าทมิฬหนีมาที่นี่” สาริม่าพูด “ไงเพื่อนยาก กลับตัวกลับใจได้แล้วเหรอไง” บราวโว้เดินเข้ามาหา “ข้าว่าจะคอยช่วยเหลือคุ้มครอง2พี่น้องคนนี้” เอ็นช่าพูดแล้วสาริม่าและสาโลเม่ก้กระโดดลงจากบ่าของเอ้นช่า “พี่เก็บอาวุธก่อนเถอะ เขาคงมาดีแหละ”วานาอันบอกแฮริสัน แล้วชาวบ้านก็พอโล้งใจแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ “บราวโว้เจ้าก็ไม่ได้กลับไปหาเพื่อนเก่าอีกหลายคนเลยหนิ เดินทางไปกับข้ามั้ย” เอ้นช่าเดินไปคุยกับบราวโว้ยังสถานที่ทะเลสาปรีนันดา “เอ้นช่าเจ้ากำลังจะไปยังแอนดิซองที่นั่นมาร์คัสก็อยู่ ข้าก้อยากจะไปแต่ข้าก็ดันตกหลุมรักวานาอันเข้า ข้าคงจะไปยากหน่อย แต่ข้าก็ทำใจได้” บราวโว้พูด “เรื่องรักเล็กน้อยหนะ เพราะข้าพอรู้ข่าวมาบ้างว่าที่แอนดิซองมาร์คัสกำลังจะประลองฝีมือเพื่อแต่งงานกับเจ้าหญิงที่นั่น หากเจ้าไม่ไปช่วยมาร์คัสก็อาจจะอดแต่งงานไปก็ได้ ส่วนเจ้าสาวนายก็คงไม่ไปไหนอยู่ที่นี้ หากนายยังห่วงก็แต่งงานกับเธอเลยซิ” เอ็นช่าพูด “ขอบใจมากนะเพื่อน”บราวโว้ลุกขึ้นเดินกลับไปยังหมู่บ้าน เอ้นช่าก็เดินตามไป

พอมาถึงบ้านวานาอัน “วานาอันฉันคงต้องไปแล้วละฉันต้องไปช่วยเพื่อนที่แอนดิซอง” บราวโว้พูดทำให้วานาอันไม่สบายใจ แล้วเธอก้วิ่งเข้ามากอดไว้ บราวโว้จึงพูดขึ้น “แล้วฉันจะรีบกลับมาสู่ขอเจ้าแต่งงาน” บราวโว้พูดแล้วจูบลาวานาอัน แล้วบราวโว้ก็ออกเดินทางพร้อมเอ้นช่าและ2พี่น้อง เพื่อไปยังอาณาจักรแอนดิซอง
“อีก2วันก็คงจะถึงแล้วละ” เอ็นช่าพูด “2วันเหรอมาร์คัสเริ่มประลองในวันพรุ่งนี้แล้ว” บราวโว้ก็มีควันสีดำออกมารอบๆดำจนมองไม่เห้นพอควันนั้นหายไปหมดบราวโว้ก้มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่ยื่นออกมา “รีบเข้าเดี๋ยวไม่ทัน” บราวโว้พูดแล้วบินไปทันที เอ้นช่าเห็นจึงขึ้นไปขี่ไฮบิดแล้วขวบไฮบิดเร่งตามบราวโว้ไป
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #36 on: February 07, 2005, 03:27:37 AM »

การแต่งเรื่องเหล่านี้ขึ้นผมก็ขออภัย หากไม่ดีหรืออย่างไรก็ตามอย่าได้ถือโทษอะไรกับกระผมเลยแค่คนมันมีจิตนาการไม่สิ้นสุด

Chapter 5 รวมกลุ่มเพื่อนของมาร์คัส

   ในวันรุ่งขึ้นหรือวันประลองต่อสู้ระหว่างมาร์คัสกับอังเดรที่สามารถใช้เพื่อนหรือลูกน้องร่วมต่อสู้ได้

   ที่วังของเจ้าหญิงอลาน่า
   “เจ้าหญิงตื่นได้แล้วเพคะ นี่มัน7โมงแล้วอีก5ชั่วโมงก็จะเริ่มประลองแล้ว” โรซาน่ามาปลุกเจ้าหญิงอลาน่า เจ้าหญิงอลาน่าจึงตกใจเพราะตัวเองตื่นสายไป จึงรีบไปอาบน้ำล้างหน้าแต่งตัวรีบไปยังพระราชวังเพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์และราชินี

   “ขอโทษด้วยทีลูกตื่นสายไป” เจ้าหญิงอลาน่าพูด กษัตริย์และราชินีต่างหัวเราะกันสนุกสนาน “ลูกยังเหมือนเดิมไม่มีผิดเลย”ราชินีพูด แล้วเจ้าหญิงอลาน่าก็ยิ้มเล็กน้อย “ท่านพ่อเห็นพี่มาร์คัสมั้ยค่ะ” เจ้าหญิงอลาน่าถาม “ไม่รู้เหมือนกัน คงจะไปเดินเล่นข้างนอก”กษัตริย์พูด เจ้าหญิงอลาน่าจึงทูลลาแล้วรีบวิ่งออกไปหามาร์คัส พอมาถึงตลาดก็พบบรรดาพ่อค้าต่างๆและประชาชน เจ้าหญิงจึงลองไปหาแถวประภาคารที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปยังมหาสมุทร ก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่บนหอประภาคาร         “มาร์คัส”เจ้าหญิงอลาน่ารีบวิ่งไปหาโดยไม่รอโรซาน่า พอขึ้นมาถึง “เจ้าหญิงทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นละ” มาร์คัสยิ้มให้ “ฉันคิดถึงคุณไง หากวันนี้มาร์คัสไม่ชนะนะฉันคงต้องตกไปเป็นของชายอื่นแน่” เจ้าหญิงอลาน่าเข้ามากอดมาร์คัสไว้ “ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่” มาร์คัสพูด “มาร์คัสสู้ไหวเหรอทางอังเดรได้เตรียมทหารไว้ตั้ง500คนเลยนะ” เจ้าหญิงอลาน่าพูด “สัก1000คนฉันก็ไม่กลัว หากฉันได้กลับไปเป้นอย่างเมื่อก่อน” “เมื่อก่อนแบบไหนเหรอ” เจ้าหญิงอลาน่าสงสัย “ก็กลุ่มเพื่อนของฉันไงหากได้กลับไปรวมกลุ่มพร้อมหน้ากันอีก ยังไงก้ไม่มีใครสู้ได้แน่” มาร์คัสพูดแล้วพาเจ้าหญิงอลาน่าไปเดินในตลาด

   พอมาถึงตลาดก็เดินไปเจอชาย2คนสัตว์ประหลาดอีก1ตัวเถียงกับคนขายตั๋วเข้าชมการประลองครั้งนี้ มาร์คัสจึงเดินเข้าไปหา “ฉันซื้อตั๋วเนี่ยทำไมไม่ขายละ”
ชายคนนั้นพูด มาร์คัสจึงพูดขึ้น “หากฉันเป้นชายจากตะวันออกเดินทางมาหาอะไรที่ตะวันตก” ชายคนนั้นจึงพูดขึ้น “ฉันก็คือชายตะวันตกที่คุณเดินทางมาตามหา” แล้วชายคนนั้นก็หันมามอง “มารคัส” “บราวโว้” เจ้าหญิงอลาน่าจึงเห้นการอยู่ร่วมกันของเพื่อนคู่นี้อยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนาน “เป็นไงมาไงวะถึงได้มาที่เนี่ย” มาร์คัสถาม “ก้มาช่วยนายต่อสู้ไง ฉันมีของขวัญมาฝากนายด้วย” บราวโว้พูด “อะไรละ” มาร์คัสพูด “ข้างหลังนายไงหันไปดูซิ” พอมาร์คัสหันไป “เอ็นช่า นายยังเหมือนเดิมอยู่มั้ยเนี่ย”     มาร์คัสดีใจ แล้วมาร์คัสก็พาบราวโว้และเอ็นช่าไปแนะนำให้เจ้าหญิงอลาน่ารู้จัก “มาร์คัสฉันมาที่นี่เพื่อช่วยนายและช่วย2พี่น้องคนนี้ด้วย” เอ้นช่าพูดแล้วสาริม่าและ      สาโลเม่ก็เดินมาพอดี “คุณคือมาร์คัสใช่มั้ยค่ะ” สาริม่าถาม “และนี่คงเป้นเจ้าหญิงอลาน่า” สาริมาดีใจที่ได้เจอเจ้าหญิงอลาน่าตัวจริงจึงเข้าไปกอด “มาร์คัสงั้นฉันไปรอบนเรืพระที่นั่งของพ่อกับแม่นะ เธอทั้ง2จะไปดูกับฉันด้วยก็ได้นะ” เจ้าหญิงอลาน่าพาสาริม่าและสาโลเม่ไปขึ้นเรือพระที่นั่งเพื่อไปยังลานน้ำแข็งที่ใช้ต่อสู้ครั้งนี้ “มาร์คัสและโกลเด้นไลท์ละ ยังไม่ครบกลุ่มเลย” บราวโว้พูด แล้วก็มีแสงส่องประกายสว่างขึ้น “เรียกทำไมรึ” โกลเด้นไลท์พูด 4เพื่อนพ้องจึงดีใจที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าอีกครั้ง “ศึกครั้งนี้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัวแล้ว” มาร์คัสพูด
   
ตอนนี้ก็แต่งมาได้แค่นี้ที่จริงแต่งไว้นานแล้วแต่ไม่ได้เอามาเปิดเผยตอนนี้ก็ได้โอกาสแล้วจึงอยากแสดงความสามารถที่ตัวเองอุตส่าแต่งขึ้นมาให้คนอื่นได้อ่านบ้าง


Logged


Saint Dragon
Magna Judge & SMORT
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1012



« Reply #37 on: February 07, 2005, 04:18:47 AM »

ผมว่าที่คุณคิดการ์ดออกมาผมก็ดูอยู่น่ะครับ ไม่ต้องแต่งนิยายผมก็เข้ามาดูน่ะครับ
แต่ว่าถ้าจะแต่งนิยายช่วยกรุณาไปแต่งลงใน General Talk และกันน่ะแล้ว
ความสามารถก็โพสลงในนี้จะได้ไม่ผิดประเภทบอร์ดน่ะ
« Last Edit: February 07, 2005, 04:28:39 AM by Saint Dragon » Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #38 on: February 07, 2005, 09:57:52 PM »

ครับขอโทษครับ แต่อันนี้ก็อย่าถือว่าเป้นเนื้อเรื่องเลยถือว่าเป้นที่มาที่ไปของการ์ดที่ผมสร้างขึ้นมาพร้อมกับเรื่องราวแล้วกัน เพราะคนที่เข้าบอร์ดนี้บางคนไม่ได้เข้าบอร์ดอื่นเลย เขาอาจจะไม่รู้เรื่องในนี้ แต่ก้โอเคผมจะพยายามแต่งเนื้อเรื่องพร้อมสร้างการ์ดเอามาลงให้ถูกบอร์ด แต่ผมคุ้นเคยกับคนในบอร์ดนี้มากกว่าอ่ะ ย้ายไปบอร์ดอื่นมันก็เหมือนน้องใหม่ ยังไม่คุ้นเคย
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #39 on: February 08, 2005, 12:06:36 AM »

มีใครอดทนอ่านเรื่องที่ผมแต่งขึ้นมาจนจบ 5 Chapter ยังเนี่ยถ้ามีก็ขอขอบคุณมากที่อุตส่าลงทุนอ่าน ผมไม่อยากจะจากบอร์ดนี้เพื่อเอาเรื่องที่ผมแต่งไปให้กับคนในบอร์ดอื่นอ่าน เพราะผมคิดถึงคนทุกคนที่เข้ามาใช้ในบอร์ดนี้ประจำจนผมรู้สึกคุ้นเคยกับคนที่ใช้ในบอร์ดนี้หลายคนแบบชื่อนี้โพสมารู้เลยว่าใคร
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #40 on: February 08, 2005, 01:06:03 AM »

ลองสร้างการ์ดจากเรื่อง Summoner ที่แต่งไว้ดีกว่า เพราะตัวอื่นๆที่สร้างเป้นการ์ดมาให้อ่านนั้นมาจากเรื่องอื่นทั่งนั้นเลยผมแต่งนิยายแบบนี้ไว้40กว่าเรื่องแต่ละเรื่องความยาวอย่างน้อย20หน้า Word แต่งให้เพื่อนอ่านจนมันต้องไปตัดแว่นใส่เลย เรื่องนี้ก็เช่นกันแต่ยังน้อยอยู่ถ้าแต่งไม่ถึง20หน้า Word จะไม่ยอมละทิ้งไปจนกว่าจะเกิน20หน้าให้ได้ก่อน

Ensha, the Marcut's Friendly
Element Earth Type Titan Mp4/3 Lv.3
At 9 Df 11 Sp 3
+[Any Element]: Huge Hammer: At 11 Mp 3
+[Earth][Earth]: Hammer of Friend: At 12 Df 12 Mp 4
Charging 2
[Skill] - ทำลาย Seal 1 ใบที่มี Df ต่ำกว่า [At Line] [Charging 2] [Mp 2]
Seal ใบอื่นฝ่ายเราทุกใบในสนาม Df+1

Golden Light, the Marcut's Friendly
Element Light Type Titan Mp4/2 Lv.3
At 8 Df 10 Sp 3
+[Any Element]: Sword Dimension: At 10 Mp 3
+[Light][Light]: Sword of Friend: At 11 Df 11 Mp 3
Charging 2
[Skill] - Remove Seal 1 ใบในสนาม [At Line] [Charging 2] [Mp 2]
เมื่อถูกโจมตีเราสามารถนำ Seal 1 ใบจากบนมือเข้ามาในสนามหรือใช้ Skill โดยไม่ต้องจ่าย Mp

Albino Gryphon, the Marcut's Beast of Burden
Element Water Type Beast Mp 2/1 Lv.2
At 6 Df 7 Sp 4
+[Any Element]: Wind Wing: At 9 Mp 2
+[Water]: Wing of Loyal: At 10 Mp 2
เมื่อมี Marcut รวมร่างเป็น Seal หลัก Marcut At+1 Df+1 Sp+1
เมื่อต่อสู้กับ Seal ที่มีค่าร่ายมากกว่า Albino Gryphon, the Marcut's Beast of Burden At+2

แค่นี้ก่อนนะตัวอื่นไว้ทีหลังแล้วอีกอย่างตอนนี้ก็มีรายงานวิชาภาษาไทยต้องทำเลยทิ้งงานนี้ไว้สักพักอาจารย์สั่งให้แต่งกลอนสุภาพ 15 บทอ่ะส่งภายในอาทิตย์นี้เกี่ยวกับธรรมชาติต้องมาใช้ความถนัดทางด้านความคิดมาแต่งกลอนขึ้น ไม่ยากสำหรับผมถือเป็นการเพิ่มความสามารถในการแต่งขึ้นมาอีกนิดนึง
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #41 on: February 08, 2005, 11:30:36 PM »

เนี่ยดูซิทำไมของผมไม่เห็นมีใครเข้ามาพูดคุยวิพาก วิจารณ์แบบของคนอื่นเลย เกลียดผมเหรอ หรือการ์ดผมแย่ดูไม่เดี หรือโกงไป หรือไม่น่าสนใจเพราะไม่โกงจนไม่ควรเอาใส่เด็ค เสียความรู้สึกนะเนี่ย หรือผมมันคนบ้าเลยไม่อยากมีใครมาคุยด้วย  :-\ แค่อยากจะมีคนเข้ามาวิพากวิจารณ์ บ้างว่าบางใบเออดีพอใช่ได้ น่าจะเอามาทำเป็นการ์ดชุดใหม่หรือโปรโม แต่ไม่มีเลย แม้แต่เข้ามาบอกหน่อยว่าการ์ดนี้มันเป็นยังไง หรือการที่ผมมีความคิดที่ดีเกินไปหรือขยันสร้างขึ้นมามันทำให้คนอื่นไม่พอใจเลยไม่อยากจะเข้ามาคุยในนี้กัน  >:(  ทำไมคนอย่างผมมันดวงซวยอย่างนี้มีเพื่อที่โรงเรียนก็น้อยแถมโดนคนใส่ร้ายป้ายสีให้ผมโดนคนที่ไม่ใช่เพื่อนผมในห้องต่างรุมเกลียดมาในนี้เป็นที่พึ่งอีกที่ก็ยังไม่มีใครมาคบด้วยเลย  :'(
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #42 on: February 09, 2005, 01:59:15 AM »

ผมมันไม่ดีเอง เชิญเลยใครจะไม่เข้ามาด่าหรือไม่สนใจผมก็ได้ ผมมันตัวน่ารังเกลียดมากน่าดูขนาดเพื่อนที่โรงเรียนยังเกลียดเลย ผมก็คงจะสร้างการ์ดในความคิดผมออกมาเรื่อยๆ ไม่โกงจนเกินเหตุอาจจะมีดูโหดไปบ้างแต่ก็ มีเหตุผลที่พวก sin มันดูโหดได้เลยทำไมผมจะลองสร้างมาไม่ได้ และทำไมถึงไม่มีใครสนใจการ์ดที่ผมสร้างและตัวผมเลย

เพราะเหตุพวกเนี่ยมันทำให้ผมหมดกำลังที่จะสร้างจนหัวผมคิดไม่ออกแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึก ผมนอนห้องพยาบาลในคาบเรียน เพื่อนก็หาว่าหนีเรียน มีใครมั้ยที่คิดที่จะไปเยี่ยมผมที่ห้องพยาบาล ในเมื่อไม่มีใครเข้ามาแล้วจะมีใครรู้ล่ะ เหมือนในนี้ไงถ้าไม่เข้ามาแล้วจะรู้ได้ไง

ที่ผมอยากจะแต่งเรื่อง Summoner อ่ะถ้าหมอบอกมาไม่ผิดนะ ผมอาจจะแต่งเรื่องนั้นเป้นเรื่องสุดท้ายและผมอยากจะสร้างการ์ดในห้องของผมให้ครบ 100 ใบ เพราะหมอบอกมาว่าผมเป็นโรคร้ายแรงที่อยู่แถวปอดและหัวใจ ผมอาจจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปี ผมอยากจะทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำให้เสร็จสิ้นไปผมจะได้หมดห่วง อย่างน้อยห้องของผมนี้ก็จะได้เคยมีไว้ว่ามีคนที่คิดสร้างการ์ดเองขึ้นมาถึง 100 ใบ

ผมไม่มีอะไรหรอก แค่คนใกล้จะตายก็งี้แหละคงไม่นานหรอกผมคงจะไปเกิดใหม่ จะได้ไปให้พ้นๆหน้าของพวกคุณ
Logged


Saint Dragon
Magna Judge & SMORT
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1012



« Reply #43 on: February 09, 2005, 02:11:44 AM »

มีคนเข้ามาดูน่ะครับแต่แค่เขาไม่โพสเอง คุณดูจาก View ได้เลยตอนผมดูของคุณตั้ง 300 กว่ามากกว่าคนอื่นๆที่ขึ้น Today อีกน่ะ
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #44 on: February 09, 2005, 10:20:24 PM »

ประเด็นที่ผมจะบอกก็ประมาณนั้นอ่ะเข้ามาดูกันเยอะ แต่ทำไมไม่โพสเหมือนของคนอื่นเลย
ชีวิตคนที่รู้ว่าใกล้จะตายตอนไหนก็งี้แหละถ้าคุณลองคิดดูว่าหากคุณรู้ว่าคุณจะตายภายใน1ปีคุณจะมีอาการแบบผมเนี่ยแหละ และสิ่งต่อไปที่ผมจะทำในปีนี้เป็นปีสุดท้ายของชีวิตผมคือในวัน 14 กุมภาพันธ์ ผมจะบอกรักคนที่ผมชอบ

ถึงคุณจะปลอบใจแค่ไหนก็ช่วยผมได้เพียงแค่เล็กน้อยแต่ก็ขอบคุณ ผมไม่ขออะไรมากมายหรอกแค่ขอให้มีคนอื่นหลายๆคนเข้ามาโพสคุยกันในห้องนี้บ้างเท่านั้นเองผมจะได้ตายตาหลับ ผมจะได้มีกำลังใจขึ้นที่จะสร้างการ์ดให้เสร็จเร็วๆ
Logged


GiantPaladin
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 7526


Email
« Reply #45 on: February 09, 2005, 11:20:44 PM »

ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยว่าไม่มีใครเข้ามาตอบกระทู้แล้วจะหมายความว่าใครจะรังเกียจอะไรคุณ

ผมว่าที่กระทู้คุณเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวคุณนั่นแหละ ปิดกั้นความคิดของคนอ่าน ผมสังเกตุตั้งแต่ตอนคุณโพสท์เด็คในบอร์ดเด็คแล้ว คุณเอาแต่โพสท์แล้วก็พูดกับตัวเองคนเดียวไม่เห็นจะสนใจความเห็นของคนอื่นเลย เวลาคนอื่นมาวิจารณ์เด็คคุณ คุณก็เอาแต่หาข้ออ้างสนับสนุนความคิดตัวเอง ไม่เห็นเปิดใจรับความเห็นคนอื่นบ้าง หรืออย่างกระทู้นี้ก็พอมีคนเข้ามาแสดงความเห็นบ้าง แล้วไงคุณก็หาข้ออ้างให้ตัวคุณเองอีก ยังงี้คุณจะให้คนอื่นเข้ามาแสดงความเห็นเพื่ออะไร

เป็นแบบนี้ตลอดใครจะอยากรีพลายคุณล่ะครับ

อีกอย่างนึง ผมว่าคุณโพสท์ออกมามากเกินไปด้วย คนเลยไม่ค่อยสนใจ เป็นธรรมดา ของที่มันเยอะจนเกินไป คนก็ย่อมไม่ค่อยให้ความสนใจ

ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเรื่องสุขภาพร่างกายที่คุณพูดมามันเป็นเรื่องจริงแค่ไหน แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่าที่ผมพูดไปนี่มันจะทำให้คุณรู้สึกแย่หรืออาการทรุดลงแค่ไหน แต่มันก็เป็นความจริงที่มันเกิดขึ้นครับ

ถ้าอาการของคุณมันเป็นเรื่องจริง ผมก็ขอโทษแล้วกันที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกแย่ลงไปอีก แต่ผมไม่เห็นด้วยเลยที่คุณจะมาร้องโวยวายว่าไม่มีคนสนใจคุณ แล้วประชดชีวิตด้วยคำพูดแบบนั้น มันแสดงถึงความอ่อนแอของจิตใจครับ

ถ้าชีวิตคุณเหลืออยู่แค่นั้นจริงทำไมไม่ทำตัวให้แข็งแกร่งกว่านี้แล้วใช้ชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่าล่ะครับ มัวมานั่งบ่นอย่างนี้เสียดายเวลาที่เหลืออยู่น้อยเปล่าๆ

หวังว่าคุณจะมีกำลังใจในการใช้ชีวิตขึ้นมาบ้างนะครับ
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #46 on: February 09, 2005, 11:25:58 PM »

เท่านี้ก็เพียงพอกับเหตุผลแล้ว ผมคงไปสบายขอให้ทุกคนโชคดีขอให้มีการ์ดใหม่ๆโดนใจคุณผมขอใช้ชีวิตที่เหลือที่ทำบุญเข้าวัดเข้าวาให้มีบุญเพื่อชาติหน้า ลาก่อนทุกคน
Logged


GiantPaladin
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 7526


Email
« Reply #47 on: February 09, 2005, 11:33:12 PM »

เวรกรรมกลายเป็นหมดกำลังใจไปใหญ่ :-\

ผมหมายถึงว่าให้คุณมีกำลังใจทำสิ่งที่อยากทำต่อไปต่างหาก ไม่มีคนเข้ามาตอบก็ไม่เห็นเป็นไร ถ้ารักจะทำก็ทำไปสิครับ แต่อย่าพูดจาประชดชีวิตมันยิ่งทำให้คนอื่นเค้ารู้สึกไม่ดีไปด้วย
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #48 on: February 10, 2005, 12:02:03 AM »

โอ้ นั่งอ่านตั้งแต่เมื่อเย็นกว่าจะหมดปวดตาเลย สร้างการ์ดมาโคตรเยอะเลย นั่งพิมพ์ได้เก่งโคตร บางใบน่าสนใจผมอยากให้มีออกเป้นการ์ดจริงๆเลย เพราะบางใบมันทำให้เด็คผมดีขึ้น บางใบก็ทำให้เราสู้ด้วยสนุกขึ้นรู้จักวิธีแก้ไขปัญหาต่อสู้

เนื้อเรื่องก็น่าอ่านสนุกพอๆกับเรื่องที่มียอู่แล้วเลย ชอบตรงเอ้นช่าด้วยได้เป้นคนดี เพราะผมก็มีเด็คไตตั้นอยากให้มีไตตั้นในเด็คผมเป้นตัวเอกฝ่ายดี

โปรดแต่งขึ้นมาต่อเถอะถึงนายจะจากไปแต่เรื่องของนายและการ์ดที่สร้างมาก็ยังอยู่ในใจเรา ทางทีมงานอาจจะมีการสร้างการ์ดขึ้นมาเพื่อเป้นอนุสรณ์เตือนความจำให้ทุกคนรู้ว่าชื่อนายเป้นคนสร้างการ์ดพวกนี้ ส่วนเนื้อเรื่องอ่ะถึงไม่มีใครเอาแต่เราก็เซฟเรื่องของนายไว้ใน word ของเราแล้วอยากให้มีอีกจะได้อ่านอีกยิ่งการ์ดมีทั้งเนื้อเรื่องน่าสนใจด้วย อย่างบางใบตรงอย่างที่เขาพูดจริงซินก็ดุโหดไป น่าจะมีการ์ดมาสู้ด้วย หากมีการ์ดออกมาจริงผมจัดเป้นเด็คสู้พวกซินได้สบายเลย หนุมานอะไรชิดซ้ายได้เลย

อาการนายอ่ะเราจะขอให้กำลังนายให้หายแล้วกัน นายอย่าเพิ่งยอมแพ้กับโรคอะไรแค่นี้ซิ นายต้องคิดว่าตัวเองรอด อย่าคิดว่าตัวเองไม่รอดมันก็จะไม่รอดอยู่อย่างนั้น นายน่าจะเอาเวลานั้นมาใช้ให้คุ้มค่า และอย่างที่นายบอกจะแต่งและสร้างการ์ดให้ครบ 100 ใบนายยังทำไม่ครบเลย ถึงคนอื่นไม่เข้ามาโพสแต่เราเนี่ยแหละจะพยายามเข้ามาโพสเอง คนอื่นอย่าไปสนเลย

และอย่าคิดฆ่าตัวตายแหละมันไม่ดี แค่นายสร้างการ์ดก็ทำบุญแล้วถือว่าทำให้เราได้มีความสุขขึ้นมาบ้างเล็กน้อย นายก็ได้บุญ แค่นี้แหละไปนั่งจัดเด็คต่อ
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #49 on: February 10, 2005, 10:28:16 PM »

หรือว่านายจะไม่ไหวจริงๆ งั้นเราขอโทษนายแทนคนอื่นแล้วกัน เราอยากจะส่งเพลงนกกระดาษของแดนไปให้อ่ะเพื่อนายจะหายดีขึ้นมาบ้าง ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยก็ขอให้หายดีนะ นกกระดาษจากในใจเราจะส่งไปให้
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #50 on: February 10, 2005, 11:42:05 PM »

ผมพอที่จะมีกำลังใจขึ้นมาบ้างถึงแม้คนอื่นจะด่าจะมองว่าผมเป้นคนอย่างไรก็ตามอย่างน้อยผมก็เสียใจที่ทุกคนคิดกับผมอย่างนั้นผมอยากขอให้ทุกคนเลิกคิดกับผมอย่างไรก็ตามเพราะทางพุทธศาสนาที่ผมไปทำบุญวันนี้มา พระเขาเทศน์ไว้ คนเราหากเกลียดกันหรือคิดแค้นดูคนอื่นในทางที่เสียย่อมเกิดผลเสียต่อตัวเองและเป็นบาปด้วย ผมคงไม่อยากให้ทุกคนเป็นบาป ส่วนเรื่องการ์ดนั้นผมพอมีความคิดขึ้นมาบ้างนิดๆ

Jinery, Young Mage
Element Light Type Mage Mp2/1 Lv.2
At 6 Df 8 Sp 4
+[Light][Dark]: Dark Holy: At 8 [All] Mp 4
+[Light]: Dreamy of Light: At 9 Mp 2
+[Dark][Dark]: Dark Dream: At 11 Mp 3
[Skill] - Seal 1 ใบเป็น Inactive Seal ในต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของผู้ควบคุม Seal นั้น [Mp 2]
[Skill] - Seal ทุกใบที่อยู่ Line เดียวกับ Jinery ไม่สามารถสั่งการได้ 1 Turn และ Jinery ไม่สามารถสั่งโจมตีได้ในต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของผู้ควบคุม Jinery [Mp 3]

นักเวทย์สาวน้อยที่คอยสร้างฝันหวานให้กลับศํตรูจนศัตรูหลับไหลอยู่ในฝัน

Lees, the Dragon of a World in Dream
Element None Type Dragon Mp5/3 Lv.4
At 10 Df 10 Sp 5
+[Wind]: Soul Tornado: At 12 Mp 4
+[Fire]: Meteor Flare: At 13 Mp 4
+[Water]: Rain Storm Thunder: At 11 Mp 2
+[Earth]: Earth Quaketion Shake: At 11 Df 13 Mp 3
+[Light]: Rainbow Light: At 10 [All] Mp 5
+[Dark]: Death Fog: At 11 [2 Times] Mp 4
เมื่อเข้ามาในสนาม Seal ทุกใบเป็น Inactive Seal ในต้น Sub-Turn โจมตีต่อไปของผู้ควบคุม
Growth : Dragon+Dragon+Any Element
Seal ที่ต่อสู้ด้วยสูญเสีย Skill และ Ability ทั้งหมดจนจบการต่อสู้เมื่อรวมร่างกับ Light
Mystic ประเภท Tarot ที่มีส่งผล- กับ Lees ให้เปลี่ยนกลายเป็น + แทนเมื่อรวมร่างกับ Fire
เมื่อมี Seal เข้ามาในสนามเราสามารถ Sacrifice Seal 1 ใบจากนั้นนำ Seal 1 ใบใน Shrine กลับเข้ามาในสนาม
[Skill] - Seal ทุกใบเปลี่ยน Line และแยกการรวมร่างเมื่อรวมร่างกับ Wind [Mp 4]
[Skill] - Mp เรา+ ตามจำนวน Dragon ใบอื่นในสนามเมื่อรวมร่างกับ Water [Mp 3]
[Skill] - Seal 1 ใบที่มี Df ต่ำกว่านำ Seal นั้นกลับเข้ากองจากนั้นเจ้าของ Seal นั้นนำ Seal ใบบนของกองการ์ดเข้ามาในสนามแทนจากนั้นสลับกองการ์ดเมื่อรวมร่างกับ Earth [Mp 3]

มังกรที่หลบัไหลอยู่ในความฝันจินตนาการของสาวน้อยคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้ค้นพบวิธีหนึ่งโดยการส่งคนที่เธอร่ายเวทย์ใส่ไปยังโลกแห่งความฝันเพื่อเป็นเหยื่อของมังกรตัวนี้เพื่อให้มันแข็งแรงจนมันสามารถออกมายังโลกภายนอกได้
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #51 on: February 10, 2005, 11:45:22 PM »

 Chapter 6 มาร์คัสปะทะอังเดรศึกชิงอลาน่า
   พอใกล้เวลาเข้าไปทางกษัตริย์แห่งแอนดิซองได้เชิญกษัตริย์แห่งฟีราเซียซิกมันต์ที่3มาชมการประลองครั้งนี้ด้วยโดยมีพระพี่นางเรจิน่าตามมาด้วย
   
   “การที่เราเชิญท่านมาที่นี่ขอให้ยุติสงครามต่างๆที่เมืองตามชายแดนขัดแย้งกันก่อน เราแค่เชิญให้ท่านมาดูฝีมือของแม่ทัพของข้าในการต่อสู้” กษัตริย์จับมือกับซิกมันต์ “เรื่องศึกนั้นไว้วันหลัง มาที่นี่ก็ต้องสนใจในเรื่องของที่นี่ก่อนเป้นธรรมดา” ซิกมันต์นั่งลงบนเก้านี้บนเรือเหาะที่จอดลอยลำบินอยู่ข้างลานน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ 11 ตารางกิโลเมตร และมาร์คัสกับอังเดรต่างอยู่วางแผนกันในเรือของแต่ละฝ่าย

   ทางด้านในเรือของอังเดร
   “อีริค อยู่ใต้น้ำไว้ข้าจะสั่งให้พวกทหารพยายามต้อนพวกมันให้ตกน้ำไปแล้วเจ้าค่อยจู่โจม” อังเดรสั่ง “ผมได้ข่าวมาว่าฝ่ายโน่นมันมีเพียงแค่4คนเองนะท่านอังเดร ทำไมเราไม่รุมมันไปเลยละเราก็มีกองกำลังที่เยอะกว่าถึง120ต่อ1” อีริคเสนอความคิดเห็น อังเดรจึงหันมามองหน้าอีริค “เจ้าก็รู้ฝีมือมันแล้วนี่ตอนที่มันปราบมังกรใต้น้ำตัวนั้นหากบุกไปสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังแพ้กันยกกอง” แล้วอังเดรก็ลุกขึ้นมองดูผ่านกระจกออกไปยังเรือที่มาชมเต็มฝั่งลานน้ำแข็งและเรือเหาะของเหล่าขุนนางและกษัตริย์ที่อยู่ข้างบนอีก “หากข้าแพ้ในศึกนี้ข้าคงไม่รู้จะเอาไปซุกที่ไหนแน่ กองกำลังเราก็มีเยอะกว่าแพ้ไปน่าอับอายมาก” อังเดรชักดาบน้ำแข็งขึ้นมาดู “ดาบข้าอยู่เคียงข้างข้าสู้รบกับข้ามาเป้นเวลานานวันนี้มันต้องช่วยข้าอีกครั้ง” อังเดรใช้ดาบฟันโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆขาดเป้น2ท่อน “ท่านอังเดรถึงแม้พวกมันจะมีจำนวนที่น้อยกว่าแต่มันก็มีรูปร่างที่น่าทั้งนั้นแต่ละตัว แถมมียักษ์ที่สูงประมาณ5 เมตรอีกใส่เกราะหนาด้วย” นายทหารคนหนึ่งพูด “เจ้าตัวนั้นข้าจัดการได้พวกเจ้าเล็งที่ชายที่ใส่ชุดดำๆเอาไว้ให้ดี มันมีอาการประหลาดๆท่าทางคงมีฝีมือ”อังเดรพูด “แล้วเจ้ายักษ์ที่ถือค้อนละ”นายทหารอีกคนถาม “เจ้านั้นให้นาการุกับอีริคจัดการก็ลอยกัน” อังเดร “แล้วมาร์คัสละท่านอังเดรจะลุยกับมันเพียงคนเดียวเลยเหรอ” นายทหารคนหนึ่งถาม “ไม่หรอกพวกเจ้าจัดการให้มันเหนื่อยๆไปก่อนข้าจะไปจัดการเจ้าไตตั้นยักษ์สีขาวนั่นก่อนแล้วค่อยไปจัดการมันให้เจ้าหญิงอลาน่าเห้นเลยว่าข้าเก่งกว่ามัน” อังเดรพูดด้วยความเยือกเย็นชา
   
   ทางด้านมาร์คัส
   “อ่า เอ็นช่าเจ้าลูกแมวของนายไปไหนแล้วละมันกินข้าวยังเดี๋ยวไปหิวตอนประลองไม่ได้นะเดี๋ยวไม่มีแรงสู้”มาร์คัสพูดเชิงตลก “มาร์คัสฝั่งโน้นมี500กว่าคนแบ่งกันจัดการไปเลยคนละ120ที่เหลือใครได้ใครเอาไปเลย”บราวโว้พูด “ที่นี่เป้นพื้นน้ำแข็งค้อนของข้าหากทุบลงพื้นที่เดียวพื้นน้ำแข้งก็แตกสลายไปเลย”เอ็นช่าพูด “แล้วเมอร์แมนของพวกมันละ”บราวโว้ถาม “อ้อเรื่องนั้นเราไปมีวิธีจัดการอยู่แล้วก็แค่ให้มันลงน้ำปุ๊บเราจะให้ลูกแมวของเราตัวสีเผือกนั่นหนะพัดกระแสลมหนาวในทะเลให้พื้นทะเลนั้นแข้งเป็นน้ำแข้งจนพวกเมอร์แมนของมันขึ้นมาจากน้ำไม่ได้เพราะติดน้ำแข็ง แล้วพวกเราก็จัดการพวกข้างบนสบายเลย” มาร์คัสพูด “ข้ามีข้อมูลอยู่อย่างหนึ่งเราน่าจะใช้มันให้เป็นประโยชน์นะ”บราวโว้พูด “อะไรเหรอบอกที”มาร์คัสพูดแบบตลก “ก็บนลานน้ำแข้งนี้ในอีกฟากหนึ่งของลานที่เราจะประลองกันนั้นมีฝูงอมาดิลอนที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากหากนายให้ลูกแมวเผือกของนายไปปลุกให้พวกมันวิ่งตามมาจนมาถึงลานนี้พวกทหารของอังเดรมันอาจจะแตกตื่นที่ต้องเจอศึกทั้ง2ทาง แต่สำหรับพวกเรายิ่งเยอะยิ่งมันสูงครั้งนี้มี เฮ แน่”บราวโว้พูด “งั้นดีเลยลุย”มาร์คัสเดินนำหน้าออกไปจากเรือไปยังกลางลานที่พวกอังเดรได้จัดขบวนแถวต่อสู้ไว้อย่างดีซึ่งระยะห่างที่ทั้ง2ฝ่ายต้องอยู่ห่างกันคือ 1กิโลเมตร

   “ท่านอังเดรพวกมันไม่ได้มี4คนอย่างที่คิดแล้วละ”อีริคพูด “ข้าจะมาเปลี่ยนแผนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วละทำตามเดิมแล้วสัตว์อีก2ตัวนั้นหากมีโอกาสก้ฆ่ามันทันทีที่เหลือทำตามเดิม” อังเดรพูด
   “มาร์คัสเอาเลยให้กริฟฟอนนายไปปลุกอมาดิลอนเลย”บราวโว้พูดแล้วมาร์คัสก็สั่งให้กริฟอนนั้นบินออกไปจากลานมุ่งหน้าไปอีกฝั่ง

   “และแล้วเวลาที่ทุกคนรอดคอยก็มาถึงแล้วการประลองของทั้ง2ฝ่ายเพื่อพิสูจน์ว่าใครนั้นจะเก่งกว่ากันก็ขอให้ประธานนั้นได้เปิดการประลองได้”โฆษกประกาศ “โอ้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบทางด้านกองกำลังสงสัยอีกฝ่ายแพ้แน่เลย” ซิกมันต์พูด “เอาล่ะการประลองครั้งนี้เริ่มขึ้นได้”พอสิ้นเสียงกษัตริย์แห่งแอนดิซองทหารของอังเดรก็ได้แปลขบวนวิ่งบุกเข้าประจัญบาน “ลุย” เสียงอังเดรตะโกนปลุกขวัญกำลังใจของทหาร แต่ในทางกลับกันฝ่ายของมาร์คัสนั้นยืนนิ่งไปขยับไปไหน “พวกมันนี่ก็โง่จริงนะ ระยะทางตั้ง1กิโลเมตรมันยังอุตส่าห์จะวิ่งมาให้เหนื่อยพอมาถึงหมดแรงแล้ว”บราวโว้พูด “อีกไม่กี่นาทีพวกอมาดิลอนก็คงจะมาถึงแล้วละ” มาร์คัสพูด เอ็นช่าได้ส่ายหัวนิดๆแล้วเหวี่ยงตัวขึ้นไปขี่ไฮบิดลุยวิ่งเข้าไปประจัญบานกับเหล่าทหารของอังเดร “เอ็นช่าเดี๋ยว” มาร์คัสเรียกแล้วกริฟฟอนเผือกก็บินมาพอดี “มาแล้วนั่นไง” บราวโว้มองไปทางเนินเขาน้ำแข็ง แล้วฝูงอมาดิลอนประมาณ100กว่าตัวก็บุกมายังที่นี่ พวกทหารของอังเดรจึงผวาเสียขวัญกันที่เจอพวกมันเยอะขนาดนี้จึงเริ่มถอยหลังหนีแต่พวกอมาดิลอนก็เข้าโจมตีใส่ฝูงทหารของอังเดรที่อยู่ใกล้ๆ “เอาล่ะมาร์คัสไปมันกันให้เต็มที่เลย” บราวโว้พูดแล้วมาร์คัสก็ยิ้มแล้ววิ่งเข้าไปลุย พอเอ็นช่าขวบไฮบิดมาถึงก็กระโดดลงมาใช้ค้อนทุบลงที่อมาดิลอนตัวหนึ่งจนมันจมทะลุพื้นน้ำแข็งลงไปใต้น้ำและเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ “มาเลยไอ้พวกสวะ” เอ็นช่าพูดทำให้พวกทหารของอังเดรต่างตกใจกลัวกันมากขึ้นจนอังเดรขี่โอเชี่ยนยูนิคอรนมาถึง เอ็นช่ากับอังเดรจึงจ้องมองกัน “ล้มมันเลยอย่าไปกลัว” อังเดรพูด แต่ไฮบิดก้จู่โจมทั้งพวกอมาดิลอนและทหารของอังเดรอย่างรวดเร็วและไม่ยอมหยุด จนทหารของอังเดรล้มตายไปไม่น้อยและพวกอมาดิลอนก็เช่นกัน พอมาร์คัสขี่กริฟฟอนเผือกมาถึงก็โดนอมาดิลอนตัวหนึ่งยิงน้ำแข็งจากหลังมันโจมตีใส่ทำให้มาร์คัสกระเด็นตกลงไปในหลุมที่เอ็นช่าทุบไว้เป็นจำนวนมาก “แกเสร็จแน่น้ำในนั้นทั้งหนาวแกคงตัวชาจมใต้น้ำแน่เจ้ามาร์คัส อีริค นาการุจัดการมันเลย” อังเดรหัวเราะเยาะและอีริคกับนาการุก็กระโดดลงไปในน้ำนำพลเมอร์แมนลงไปโจมตีมาร์คัส แต่ก้มีอมาดิลอนบางตัวตกลงมาในนี้ด้วยพวกอีริคจึงโดนมันโจมตีอยู่บ้าง
   
   “การสู้ครั้งนี้มีฝูงอมาดิลอนที่แกร่งอยู่บ้างมาอาราวาดด้วยคงสนุกไม่น้อยเลย” ซิกมันต์ยิ้มมองดูจากเรือเหาะ แล้วกริฟฟอนเผือกก็ดำตัวลงไปในน้ำแต่พอลงไปนั้นก็เห็นวงกลมสีแดงขนาดใหญ่มากๆอยู่2ดวง มันจึงรู้เลยว่านั่นคือ มังกรน้ำสายพันธุ์หนึ่งชื่อ(Martesta, the Lapis Dragon) เมื่อมันได้กลิ่นของเหยื่อซึ่งคือกริฟฟอนเผือกตัวนี้มันจึงพุ่งเข้าโจมตีใส่กริฟฟอนเผือก แต่ด้วยความกลัวผสมกับความที่เป้นห่วงเจ้านายจึงเสี่ยงอันตรายใช้ความเร้วของตัวมันรีบเข้าไปดึงเอาตัวมาร์คัสขึ้นจากน้ำก่อนที่พวกเมอร์แมนจะมาถึงตัวแล้วก็สำเร็จและมังกรตัวนั้นก็โจมตีใส่พวกเมอร์แมนแทน พอขึ้นมามาร์คัสจึงลูบหัวกริฟฟอนเผือกเบาๆ “ขอบใจมากนะ” มาร์คัสพูดแล้วก็ลงจากหลังของมันเดินมุ่งหน้าเข้าไปหาอังเดรอย่างช้าๆ อังเดรได้มองมาเห็นมาร์คัสจึงวิ่งเข้ามาหา ส่วนทางโกเด้นไลท์นั้นก้ใช้ดาบเหวี่ยงไปมาเมื่อโดนทหารของอังเดรและอมาดิลอนพวกนั้นต่างก็สลายหายไปอย่างไร้ล่องลอย เอ้นช่าก็ใช้ค้อนนั้นทุบใส่พวกทหารของอังเดรและพวกอมาดิลอนจนเกิดเป้นหลุมขนาดใหญ่หลายแห่งบนพื้นน้ำแข้ง บราวโว้ก็ได้ใช้ดาบของตัวเองพร้อมพลังแห่งความมืดโจมตีใส่

   พออังเดรมาใกล้ถึงตัวมาร์คัส “มาร์คัสแกตายแน่” อังเดรเร่งความโกรธแล้วก็มีแสงสีฟ้าเปร่งประกายออกมาจากดาบน้ำแข็งนั้น “ฉันจะไม่ใช้อาวุธหรอก ฉันยังไม่อยากจะฆ่านาย”มาร์คัสพูดดูถูกใส่อังเดร ทำให้อังเดรโกรธมากขึ้น “จะมากไปแล้วนะตายซะเถอะ” แล้วอังเดรก็วิ่งเข้ามาฟันแต่มาร์คัสก็หลบไปทางด้านซ้ายของอังเดรซึ่งระหว่างนั้นอังเดรได้รู้สึกถึงความไวของมาร์คัสแล้วทันใดนั้นอังเดรก้โดนมาร์คัสเตะเข้าเต็มท้องแต่ติดเกราะที่แข็งกล้าของอังเดรแต่ก็ทำให้อังเดรกระเด็นออกไปจนเสียหลักล้มลง “แม่ทัพเอกของแอนดิซองฝีมือมีแค่นี้เหรอ” มาร์คัสยื่นมือมาให้จับแล้วอังเดรก้ใช้ดาบฟันอีกครั้งแต่มาร์คัสก็กระโดดหลบได้ อังเดรจึงรีบลุกขึ้นมา แล้วใช้ดาบปักลงที่พื้นทำให้มีน้ำแข็งที่แหลมเหมือนดาบของอังเดรพุ่งขึ้นจากพื้นโจมตีใส่มาร์คัสเป้นจำนวนมาก แต่มาร์คัสก็หลบได้แล้วใช้ขาเตะแท่งน้ำแข็งที่พุ่งขึ้นมาจนแตกสลายหมด “ตาฉันบ้างนะ” พอแท่งน้ำแข็งจากอนุภาพดาบของอังเดรหายไปหมดมาร์คัสก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจากในระยะ10เมตรเพียงไม่ถึง1วินาทีมาหยุดอยู่ที่หน้าอังเดรทำให้อังเดรตกตะลึงกับความว่องไวของมาร์คัสแล้วมาร์คัสก็กระโดดเตะรัวใส่ที่เกราะของอังเดรในอัตรา1วินาทีต่อ100ครั้งจนอังเดรกระเด็นไปชนกับเนินภูเขาน้ำแข็งที่ไกลออกไปประมาณ100เมตร แล้วอังเดรก็ลุกขึ้นมาโดยเจ็บที่ท้องอย่างมากพอลุกขึ้นมายืนได้ เกราะอันแข็งแกร่งของอังเดรก็แตกสลายเป็นเศษเล็กๆลอยไปตามสายลม ทำให้อังเดรทรุดตัวลงกับพื้นมองเงาตัวเองที่สะท้อนจากพื้นน้ำแข็ง “เรานี่มันโง่จริงๆรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ก้จะสู้” แล้วอังเดรก็ถอดหมวกออกปาออกไปไกล

   ซิกมันต์เห็นอย่างนั้นจึงตบมือด้วยเสียงอันดังให้กับมาร์คัสแล้วสั่งทหารให้นำเรือเหาะลงไปจอดข้างล่าง พอลงมาแล้วซิกมันต์ได้เดินเข้าไปหามาร์คัส “ข้ามีขอเสนอให้กับเจ้า ข้าจะให้เจ้าเป้นแม่ทัพเอกของข้าเจ้าจะสนใจมั้ย ข้าจะให้เจ้าแต่งงานกับพี่เรจิน่าของข้าด้วย” ซิกมันต์พูดเบาๆคุยกัน2คนพร้อมยื่นมือไปจะจับมือกับมาร์คัส แต่มาร์คัสก็ยืนมองหน้าสักพักก็ปัดมือของซิกมันต์ออก “ข้าไม่ขึ้นต่อมนุษย์หน้าไหนบนโลกทั้งนั้น อย่าหวังว่าข้าจะช่วยใครง่ายๆ” แล้วมาร์คัสก็เดินหันหลังให้กับซิกมันต์ ซึ่งนั่นเป็นกิริยาที่เหยียดหยามต่อกษัตริย์ ทำให้ซิกมันต์โกรธแต่ก็เก้บไว้ในใจแล้วเดินกลับขึ้นไปยังเรือเหาะ “กษัตริย์แห่งแอนดิซองท่านนี่ชั่งมีลูกเขยที่ดีอะไรเช่นนี้” ซิกมันต์พูดแล้วเดินเข้ามากระซิบให้ฟังเบาๆใกล้ๆ “แต่ในสงครามยังไงข้าก้มีวิธีที่จะฆ่าเขาได้แน่นอน” แล้วซิกมันต์ก็ขี่เปกาซัสประจำตัวบินกลับมหานครฟีราเซีย “หญิงบอกแล้วว่าพี่มาร์คัสต้องชนะ” เจ้าหญิงอลาน่ามาดีใจกับ2พี่น้องสาริม่าและสาโลเม่ “คราวนี้ก็คงต้องเลือกวันแต่งงานแล้วละ” ราชินีพูด “อย่างน้อยลูกเราก็คงจะสบายใจขึ้นมาบ้าง” กษัตริย์พูดแล้วก็ปิดการประลองครั้งนี้โดยมีเหล่าทหารของอังเดรหลงเหลืออยู่ไม่ถึง100นายที่เหลือบาดเจ็บและหายสาปสูญจากดาบของโกเด้นไลท์ และฝูงอมาดิลอนนั้นก็กลับไปยังที่อยู่อาศัยของพวกมัน “มาร์คัสดีใจด้วยนายได้เจ้าสาวแล้ว ส่วนฉันก็คงโสดต่อไปโดยไม่รู้จะไปไหนต่ออีก” บราวโว้พูด “ข้าก็ขอเดินไปทางไปกับบราวโว้แล้วกัน” เอ็นช่าพูด “แล้วนายละโกเด้นไลท์” มาร์คัสถาม “ฉันคงจะไปคอยดูแลน้องนายต่อไปก็แล้วกัน แต่ตอนนี้น้องนายก็อยู่กับป้าเอ้มม่าคงไม่ต้องห่วงอะไรมากฉันก็คงจะไปกับบราวโว้ก่อนในช่วงนี้” โกเด้นไลท์ตอบ “ฉันคงต้องรอไปก่อนอีกไม่นานเราคงได้เจอกันอีกนะเพื่อน” มาร์คัสพูดแล้วก้โบกมือลาต่อเพื่อนมิตรนี้  

สร้างการ์ดแล้วก็เสนอเนื้อเรื่องต่ออย่าได้มาขัดผมเลยคนที่ใกล้จะตายขอได้ทำอะไรให้สบายใจก่อนจะลาจากโลกไปได้มั้ยโลกของผมมันเริ่มจะหมดลงไป ผมอยากจะสนุกกับการที่ผมได้แต่งเรื่องได้สร้างการ์ดมาให้คนที่สนใจผมได้อ่านกัน ผมสนุกกับมันมากและผมก็ถนัดในเรื่องด้วย ในความฝันผมอยากจะให้นิยายของผมจาก40กว่าเรื่องสักเรื่องหนึ่งได้มีทำเป็นภาพยนต์แบบแฮรี่ พอตเตอร์  แต่มันก็เป็นเพียงความฝันเพราะผมคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน


Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #52 on: February 11, 2005, 12:19:37 AM »

ในที่สุดนายก็ดีขึ้นมาบ้างแล้วซินะ สบายใจขึ้นบ้าง การ์ดของนายอ่ะถือว่าเราทำหน้าที่นะจะขอวิพาก วิจารณ์กับวิธีต่อสู้ของมันหน่อย

อย่างแม่สาวน้อยนั่นจะว่าไปก็มีดีนะส่วนวิธีกับตัวนั้นน่าจะตบตามปกติเพราะสกิลมันไม่อินเตอเฟียสู้ปกติ นอกจากจะมาดูกันตรงผลหลังจากโดนสกิลแล้วจะแก้ยังไงดีกว่า หากแม่สาวน้อยนี่ใช้สกิลที่At เพื่อให้ตัวที่ATสั่งตีหรืออะไรไม่ได้เราก็แค่ตอนใช้เราก็ใช้ Cold moon ก็ตจบให้ลงไปDf แล้วตัวที่อยู่Dfก็สั่งการไม่ได้แทน แค่นี้ก็เล่นตามปกติได้มันก็ไม่ดูโกงเกินไปนะใบนี้ นอกจากผลหลังจากโดนสกิลแล้วมันก็น่ากลัวนิดๆ

อีกตัวมังกรอีกถึงจะสร้างมาตอนGrowthแล้วให้น่ากลัวขึ้นและยิ่งตอนรวมร่างกับไฟนั่นเอาไว้กันYinชัวรู้เลย แต่ก็ยังโดนพวก Sac อ่ะอีกโดน Freeze ด้วย Death ก็ตาย แต่มันโหดขนาดนั้นก็เหมาะกับที่เวล 4 แล้วละถามต้อง Growth ก่อนด้วยก็ไม่น่าจะโกงเกินไป วิธีสู้ผมก็บอกไปแล้วสู้ไม่ยาก ส่วนตัวนั้นข้อดีมันเหมาะกับเด็คมังกรนะถ้ามีจริงสกิลตอนรวมร่างกับน้ำมันน่าใช้ดีหากในสนามเรามีมังกร5ตัวแค่นี้เราก็มีMp+2ทุกครั้งที่ใช้ได้แล้ว แล้วเอาเทเลวิย่าตบต่อก็ได้มี Mpเยอะ หรือใครสนุกมากๆกับMp ก็เอาอมังคิสตบได้เลยแถมเด็คมังกรค่าร่ายเยอะค่อนข้างช้า มีMpเยอะๆก็เล่นได้เร็วเหมือนกัน

เนื้อเรื่องก็สนุกดีน่าติดตาม คงเป้นความคิดคุณผมไม่ขัดหรอกเพราะใครจะเกลียดการ์ดใบไหนก็แล้วแต่คน อย่างผมถ้าผมแต่งขึ้นมาผมเกลียดการ์ดใบไหนก็ให้มันเป้นตัวโกงในเรื่องผมอย่างผมเกลียดซินผมก็เอาซฺนเป็นตัวโกง อิสฮานผมไม่สนใจมันหรอก ผมก็ไม่เอามาใส่ในเรื่องผม
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #53 on: February 12, 2005, 02:31:44 AM »

Ada, the Bravo's Little Sister
Element Dark Type Gunner/Mage Mp3/2 Lv.2
At 8 Df 9 Sp 5
+[Dark][Machine]: Dark Shadow Gun: At 11 Mp 3
+[Mage]: Dark Dimension Hold: At 9 [All] Mp 4
[Skill] - นำการ์ด 1 ใบในกองการ์ดหากเป้น Seal จ่ายค่าร่ายแล้วนำเข้ามาในสนาม หากเป็น Mystic ให้จ่ายค่าร่ายแล้วนำมาใช้ทันที [Mp 1]
[Skill] - Sacrifice Seal 1 ใบจากนั้นทำลาย Seal 1 ใบในสนามที่มี Lv.1-2 จากนั้นผู้ควบคุม Seal ที่ถูกทำลายนั้นนำ Seal ใบบนสุดนำเข้ามาในสนามโดยไม่ต้องจ่ายค่าร่ายจากนั้นนำ Mystic ใบบนสุดของผู้ควบคุม Seal นั้นมาติดที่ Seal ใบนั้นทันทีโดยไม่ต้องจ่าค่าร่ายหากติดไม่ได้ให้นำออกนอกเกมส์ เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]

Dark Soul Golem, the Dark Spirit of Titan
Element Dark Type Titan Mp4/3 Lv.3
At 9 Df 9 Sp 3
Charging 2
[Skill] - Death Curse Seal 1 ใบ [At Line] [Charging 2] [Mp 2]
[Titan] ฝ่ายเราทุกใบเมื่อโจมตีไม่สำเร็จหรือใช้ Skill ไม่สำเร็จ [Titan] ใบนั้นได้รับ Charge Counter 1
เมื่อ Ada ถูกโจมตีสามารถนำ Dark Soul Golem, the Dark Spirit of Titan เข้ามาในสนามจากบนมือหรือกองการ์ดได้โดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าร่าย

จะวิจารณ์ยังไงก็ได้จะเข้าไม่เข้าไม่เป็นไรผมจะแต่งจนกว่าจะตายสักวันใดวันหนึ่งในปีนี้แหละ
Logged


May_Be_Cry
Member
*****
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #54 on: February 12, 2005, 02:33:45 AM »

ผมจะแต่งแบบนี้ไปเรื่อยๆอย่างน้อยก็ขอให้มีสักคนที่อ่านมันจนจบก็พอใจแล้ว

Chapter 7 มือปืนสาวกับเจ้ายักษ์อมหิต

   หลังจากจบการประลองที่แอนดิซองเพียง 1 วันเหล่าพ่อค้าที่มาจากแอนดิซองก็เหล่าข่าวความเป็นมาที่เกิดขึ้นที่แอนดิซองให้กับชาวฟูดินันในตลาดซึ่งวานาอันก็เดินมาถึงพอ

   “ตอนนั้นนะฝั่งมาร์คัสมีเพียง4คนอีก2ตัวเองสู้ทัพกับแม่ทัพอังเดรที่มีทหารเป็นร้อยๆได้อย่างสบายเลยมีคนชุดสีดำๆใหญ่ๆหน่อยฟันทหารของอังเดรไม่เลี้ยงเลย” พ่อค้าคนหนึ่งเหล่า วานาอันก็นึกดีใจว่าอาจจะเป็นบราวโว้ก็ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีและเดินไปหาวูจินที่บ้าน แต่ระหว่างทาง
   
   “นี่สาวน้อยรู้จักคนชายคนนี้มั้ย”เสียงสาวคนหนึ่งถามวานาอันจึงหันไปดูก็เห้นเป็นสาวใส่ชุดสีแดงออกดำๆเป็นเสื้อกระโปรงสั้นติดกันพร้อมถุงเท้าที่ยาวมาถึงน่อง “ไหนเหรอพี่สาว” แล้วเธอคนนั้นก็ยื่นรูปให้วานาอันดู วานาอันจึงนึกประหลาดใจเพราะคนในรูปคือแฮริสันพี่ชายของเธอ “อ้อพี่ชายของฉันเองเขาอยู่ที่บ้านหลังโน้น” วานาอันบอก “ขอบใจนะ” สาวคนนั้นยิ้มให้แล้วเดินไป “เดี๋ยว เธอชื่ออะไรเหรอ” วานาอันถาม “ฉันชื่อเอด้า เอดาวอน” เอด้าตอบ แล้ววานาอันก้หายคล้องใจจึงเดินทางไปหาวูจินเพื่อไปช่วยเหลืองานต่างๆภายในบ้านให้

   ที่บ้านของแฮริสัน
   “วันนี้ก็ว่างอากาศก็ค่อนข้างดีได้นอนสักพักคงจะสบายไม่น้อย” แล้วแฮริสันก็เดินไปข้างนอกเพื่อจะไปนอนที่เปวที่ทำไว้แต่ก็เจอกับเอด้ายืนอยู่ “เธอเป้นใครกันมาที่นี่ได้ไง ฉันไม่คุ้นหน้าเธอเลย”แฮริสันถาม “ฉันมีบางอย่างอยากจะถามนายสักข้อนึงก่อนที่นายจะได้หลับไปตลอดกาล” เอด้าพูด แฮริสันได้ยินอย่างนั้นจึงรู้เลยว่าเธอคนนี้ต้องมาทำอะไรมิดีมิร้ายกับเขาแน่แฮริสันจึงพูดขึ้น “เธอจะถามอะไรละ” เอด้าจึงยิ้มแล้วเดินมานั่งที่ขอบระเบียง “นายนี่เป็นคนที่ใจถึงดีนี่ฉันก็จะถามแค่ นายอยากทำงานอะไรสักอย่างเป็นงานสุดท้ายในวันนี้ก่อนที่จะได้หลับไปตลอดกาลมั้ย” เอด้าพูดทำให้แฮริสันเริ่มงงแทน “งานอะไร” แฮริสันถาม “ฉันไม่ได้ออกแรงมาตั้งนานแล้วฉันได้ยินมาว่านายล่าสัตว์เก่งในเขตนี้ฉันจึงอยากจะขอท้าแข่งล่าสัตว์กับนายหน่อย” แฮริสันจึงถอนหายใจแล้วก็จะพูดขึ้นมาแต่เอด้าได้ชักปืนขึ้นมาจ่อเล็งมาที่แฮริสัน “ที่แท้เธอก็แค่อยากจะล่อให้ฉันออกจากหมู่บ้านเพื่อจะได้ฆ่าง่ายๆใช่มั้ย” แฮริสันพูด เอด้าจึงหัวเราะขึ้น “ปล่าวเลยฉันจะฆ่านายตรงนี้เลยยังได้ฉันไม่กลัวใครในหมู่บ้านนี้หรอก” เอด้าพูดแล้วก็เก็บปืน “เธอคงพลาดอะไรไปอย่าง เธอเดินเข้ามาโดยที่มีรอยเท้าบนพื้น และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าคนในหมู่บ้านนี้ใจกล้าพร้อมสู้กันทุกคน หากเธอจะรอดจากที่นี่ก็คงยากและเธอยังไม่ยอมรีบฆ่าฉัน ฉันอาจจะจัดการกับเธอเอง” แฮริสันเดินเข้ามาหาใกล้ๆ “เชิญเลยถ้าคิดว่าทำอะไรฉันได้ก็เชิญ” เอด้าพูดแล้วก็ไปบนเปวของแฮริสัน “เธอไม่กลัวตายหรือคิดว่าฉันจะทำอะไรเธอเลยเหรอ” แอริสันพูดขึ้นเสียง “นายจะทำอะไรก็รีบทำไปซิ” เอด้าพูดแล้วก็หลับตาลง แฮริสันจึงเอามือยื่นไปแตะที่แขนของเอด้าแต่ทันใดนั้นก็มีควันสีดำฟุ้งกระจายแถวๆมือของแฮริสันแล้วก็มีหมัดขนาดใหญ่ต่อยมาที่หน้าของแฮริสันจนกระเด็นทะลุหน้าต่างของฟากของบ้านออกไป

   “เห็นยัง ฉันถึงบอกให้นายรีบๆทำไง จะได้รู้ว่านายอะทำอะไรฉันไม่ได้เลย” เอด้าลุกขึ้นเดินมาดูแฮริสันที่หน้าต่าง “ควันนั้นมันอะไรกัน” แฮริสันลุกขึ้นมา “ฉันไปก่อนละนะส่วนเรื่องล่าสัตว์หากนายไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ดูฝีมือนายแล้วนายยังอ่อนหัดยอู่ยังไงก็แพ้ฉันแน่นอนฉันคงต้องไปหาที่อื่นแล้วละ” เอด้าเดินออกจากบ้านแฮริสันไป
   
   ตอนกลางคืน เอด้าได้ย่องเข้าไปในห้องนอนของวานาอันจากนั้นใช้ยาสลบวางยาวานาอันให้หลับไปแล้วลักพาตัวมา โดยไม่มีใครรู้เห็นและในคืนนั้นก็มีเสียงสะเทือนขนาดใหญ่สะเทือนเป็นระยะๆเหมือนมีบางอย่างที่มีขนาดใหญ่เดินอยู่ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านไม่กล้าออกไปจากบ้านรวมทั้งแฮริสันด้วย

   พอมาตอนเช้าแฮริสันก็รู้ข่าวจากจดหมายของเอด้าที่วางไว้บนโต๊ะเขียนไว้ว่า
   “แฮริสัน หากนายต้องการน้องของนายคืนให้มาที่ทะเลสาปรีนันดา แล้วฉันจะรอนายอยู่ที่นั่น แต่ต้องเป้นเวลากลางคืนเท่านั้นหากตอนอื่นนายจะไม่ได้พบฉันแน่ และหากทำอะไรโง่ๆ น้องของนายตายแน่ ยังสาวยอู่เลยเนี่ยตายไปคงเสียดายแน่” แฮริสันอ่านแล้วก็สะเทือนใจไม่รู้จะทำอะไรดีจึงไปปรึกษากับวูจิน

   “ปู่แล้วเราจะทำยังไงดี ฝีมือต่อสู้ดูแล้วเธอคนนั้นยังมีพลังอะไรลับอยู่ในตัวด้วย” แฮริสันบอก “อย่าได้วิตกไปเลยที่ทะเลสาปรีนันดาอันดีนคงต้องช่วยเราแน่” วูจินตอบ แล้วทันใดนั้นก็มีเอฟล์ตนหนึ่งวิ่งเข้ามา “แฮริสันฉันไปสืบรู้มาว่าวานาอันนั้นอยู่ที่…” เอฟล์ตนนั้นพูดยังไม่ทันเสร็จก็มีเสียงปืนดังลั่นกระสุนในมุ่งมาที่เอฟล์ตัวนี้ตายสนิททันที แฮริสันจึงรีบวิ่งออกไปดูที่หน้าต่างจึงรู้ว่าเอด้านั้นใช้ปืนไรเฟิลยิงมาจากบนต้นไม้ที่ไกลออกไปจากที่นี่100เมตร แล้วเธอก็ยิ้มมาให้แล้วห็หนีไป แอริสันจึงโกรธอย่างมากจึงรีบวิ่งตามไปแต่ก๋ไม่ทันเอด้านั้นได้หายไปในป่าลึกแล้ว

   ตอนกลางคืนแฮริสันได้รีบไปยังทะเลสาบรีนันดาโดยไม่รีรอเพียงคนเดียว “เธอออกมาซิฉันมานี่แล้วไง เอาน้องฉันคืนมา” แฮริสันตะโกนเรียกหา เอด้าก็ออกมา “ไม่ต้องตะโกนก็ได้พูดธรรมดาก็ได้ยิน” ซึ่งในมือเอด้านั้นมีปืนพกอยู่ทั้ง2ข้าง “แล้วน้องฉันละเธอเอาวานาอันไปไว้ที่ไหน” แฮริสันถาม “นั้นไงฉันเอาแม่สาวน้อยนั้นลอยคออยู่กลางทะเลสาบซึ่งฉันจะกดปุ่มในรีโมท์นี้ซึ่งน้องสาวนายจะจมลงไปในน้ำซึ่งฉันก็คำนวนดูไว้แล้วคงอยู่ได้เพียง1นาทีได้ หากนายมาล้มฉันหรือแย่งรีโมท์ที่ฉันซ่อนไว้ภายในตัวได้แม่สาวนั้นก็จะรอด โอเคนะ” เอด้าพูด แฮริสันจึงรีบวิ่งเข้าไปจู่โจมทันที “นายนี่ลืมง่ายจริงแต่ในตอนกลางคืนนายจะได้เห็นแบบชัดๆเลยว่าทำไมนายถึงทำอะไรฉันไม่ได้” พอแฮริสันวิ่งเข้ามาใกล้ๆก็มีควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาขวางแล้วกลายเป็นไตตั้นยักษ์ที่สูง5เมตรสีดำ(Dark Soul Golem) จับหัวของแฮริสันขึ้นมาแล้วโยนไปยังทะเลสาบรีนันดา “ไตตั้นสีดำเหรอ”แฮริสันพูดตัดสินใจรีบว่ายน้ำไปหาวานาอันที่อยู่ห่างจากตัวเพียง20เมตร เอด้าเห็นแล้วก็เดินจากไปพร้อมกับไตตั้นยักษ์ตัวนี้ ปล่อยให้แฮริสันนั้นได้ช่วยวานาอันจากการจมน้ำครั้งนี้ พอแฮริสันช่วยได้จึงพาวานาอันได้ยังบ้านเพื่อรักษาก่อน

   พอมาตอนเช้า แฮริสันได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็เจอก็เอด้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เธอนี่แกล้งคนเป็นว่าเล่นไปแล้วนะหากน้องสาวฉันตายขึ้นมาจะทำไง” แฮริสันขึ้นเสียงใส่แต่เช้า “อย่าอารมย์เสียซิหรือหากจะลงโทษฉันแบบผู้ชายทำกันอ่ะ” เอด้าได้นอนที่เตียงข้าง แฮริสันจึงอึ้งหน้าแดงขึ้นมาเมื่อเจอผู้หญิงทำแบบนี้ “ไม่กล้าเหรองั้นดีฉันจะได้ไปละ อยากจะลงโทษฉันก็ตามฉันให้ทันแล้วกัน” แล้วเอด้าก็กระโดดออกไปทางหน้าต่าง แฮริสันจึงวิ่งตามออกไปจนถึงหน้าหมู่บ้าน เอด้านั้นค่อนข้างสนุกกับการที่ได้วิ่งไล่จับกับแฮริสันแล้วก็ไม่ได้มองทางไปชนคนคนหนึ่ง แล้วสร้อยที่คอเธอก็หลุดตกใส่มือของคนที่ยืนขวางคนนั้น “บราวโว้จัดการเธอเลย เธอนั้นจะฆ่าวานาอัน” แฮริสันฟ้องบราวโว้ แต่บราวโว้ก็ยืนมองดูสร้อยเส้นนี้สักพัก “เอด้าน้องมาเล่นอะไรแถวนี้เนี่ย” แฮริสันถึงกับอึ้งทันทีที่ได้ยินบราวโว้พูดว่าเอด้านั้นคือน้อง “ได้ยินแล้วซินะฉันคือน้องของพี่บราวโว้ ส่วนดาร์กโซลนั้นพี่บราวโว้ให้ไว้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อ5ปีที่แล้วเอาไว้คอยคุ้มครองฉัน” เอด้าพูด “แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ยทำไมไม่ออกตามหาพ่อตามที่แม่เคยสั่งไว้” บราวโว้พูด “ก็แค่อยากจะมาหาอะไรเล่นสักนิดๆหน่อยๆเอง” เอด้าพูดแล้วก็ขอสร้อยคืนมา พอแฮริสันหายอึ้งก็พูดขึ้น “บราวโว้นี่น้องสาวนายเหรอ” แฮริสันจึงนึกในใจว่า “ถึงว่าทำไมฝีมือเก่งขนาดนั้นที่แท้ก็มีคนฝึกที่เก่งขนาดนั้น” “แอริสันนายนึกอะไรในใจฉันรู้หมดนะฉันมีความสามารถพิเศษที่สามารถมองในใจคนออกว่าคิดอะไรอยู่” เอด้ายิ้มให้แล้วก็วิ่งออกไปจากหมู่บ้าน “อย่าไปสนใจน้องสาวฉันเลยต่อให้ทั้งดาร์กโซลกับเอด้า ยังไงก้สู้ฉันไม่ได้” บราวโว้พูดแล้วก็เดินเข้าไปในหมู่บ้านปล่อยให้แฮริสันยืนอึ้งไว้ที่หน้าหมู่บ้านคนเดียว
Logged


!!! Unknow !!!
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 362


Email
« Reply #55 on: February 12, 2005, 04:31:34 AM »

เนื้อเรื่องก็ดูดีอ่านแล้วนึกถึงภาพแล้วผมเป็นคนมองโลกในแง่ตลก ผมขำทันทีบางฉากที่นึกตามไป

ต่อไปก้ทำหน้าที่วิจารณ์การ์ดนะ
Quote
Ada, the Bravo's Little Sister
Element Dark Type Gunner/Mage Mp3/2 Lv.2
At 8 Df 9 Sp 5
+[Dark][Machine]: Dark Shadow Gun: At 11 Mp 3
+[Mage]: Dark Dimension Hold: At 9 [All] Mp 4
[Skill] - นำการ์ด 1 ใบในกองการ์ดหากเป้น Seal จ่ายค่าร่ายแล้วนำเข้ามาในสนาม หากเป็น Mystic ให้จ่ายค่าร่ายแล้วนำมาใช้ทันที [Mp 1]
[Skill] - Sacrifice Seal 1 ใบจากนั้นทำลาย Seal 1 ใบในสนามที่มี Lv.1-2 จากนั้นผู้ควบคุม Seal ที่ถูกทำลายนั้นนำ Seal ใบบนสุดนำเข้ามาในสนามโดยไม่ต้องจ่ายค่าร่ายจากนั้นนำ Mystic ใบบนสุดของผู้ควบคุม Seal นั้นมาติดที่ Seal ใบนั้นทันทีโดยไม่ต้องจ่าค่าร่ายหากติดไม่ได้ให้นำออกนอกเกมส์ เมื่อรวมร่าง [At Line] [Mp 3]

ก็ดูดีเน้นSkill จนถ้ามีจริงคงไม่ค่อยใช้โจมตีเลยใช้ใบนี้แต่Skill แถมสกิลอันล่างมันก็มีแลกเปลี่ยนเราทำลายของเราแล้วไปทำลายของเขาแล้วให้เขาลงใบใหม่แทนแถมMysticตามอีกสักใบ แต่มันจะดีหากว่าเปิดมาได้เวล4นำลงมาในสนามจากนั้นเปิดMysticได้Sacเท่านั้นแหละถ้าบนมือมีSeal2ใบบนมือพอดีเท่ากับเสียอย่างน้อยไป7เวลเลย แต่ถ้ามองกลับกันเช่นฝ่ายตรงข้ามเปิดได้อะไรดีๆขึ้นมาตาเทินฝ่ายตรงข้ามเขาก็อาจจะตบเราได้ทันทีเลยไม่ต้องรอลงตบเลยเราก้เสียเปรียบได้ ส่วนสกิลอันบนคงเอามาไว้ให้เพื่อคนใจร้อน
วิธีสู้ก็สู้ปกติเพราะSkillไม่อินเตอร์เฟียไม่มีอะไรมากใช้กล่องแสงไล่ก็ได้

Quote
Dark Soul Golem, the Dark Spirit of Titan
Element Dark Type Titan Mp4/3 Lv.3
At 9 Df 9 Sp 3
Charging 2
[Skill] - Death Curse Seal 1 ใบ [At Line] [Charging 2] [Mp 2]
[Titan] ฝ่ายเราทุกใบเมื่อโจมตีไม่สำเร็จหรือใช้ Skill ไม่สำเร็จ [Titan] ใบนั้นได้รับ Charge Counter 1
เมื่อ Ada ถูกโจมตีสามารถนำ Dark Soul Golem, the Dark Spirit of Titan เข้ามาในสนามจากบนมือหรือกองการ์ดได้โดยไม่ต้องจ่าย Mp ค่าร่าย

อันนี้ก็ดีนะผมมีเด็คไตตั้นถ้ามีจริงเอาไปใส่เลย พวกการ์ดเก่าๆเอาไปทำใหม่ก้มี อันนี้ก็น่าจะเอาไปทำมั้งนะแบบเก่าDf7ตายง่ายมั้งนายก็คงเลยให้เป้น9แทน แถมDeathโดนหยุดตาหน้าDeathใหม่ได้นอกจากจะรักษาเพราะมันDeathสำเร็จแต่รักษาไม่ได้หยุดให้มันไม่สำเร็จ
วิธีสู้โคตรทั่วไปยิ่งมันรวมร่างไม่ได้Atก็มียอู่แค่นั้นจะเอาอะไรมากตัวไหนรวมร่างตบก็ได้

เนื้อเรื่องอ่ะอยากอ่านอีกช่วยแต่งต่ออีกนะกำลังมัน
Logged


Pages: 1 [2]  All
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2015, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 0.159 seconds with 21 queries.